ฟ้าสร้าง (มัน) มาจริงๆ ! (ตอนที่ 1: ส้มหล่น)

ฟ้าสร้าง (มัน) มาจริงๆ ! (ตอนที่ 1: ส้มหล่น)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฟ้าสร้าง (มัน) มาจริง ๆ: ตอน ส้มหล่น

โพล๊ะ..กราวว..ตึกๆๆๆ.. ถุงพลาสติกใส บรรจุส้ม 3 กิโล ปริแตกออก ส้มสายน้ำผึ้งกว่า 20 ลูก ร่วงหลุดออกมาจากก้นถุง กลิ้งกระจายไปทั่วพื้นห้อง บางลูกกลิ้งไปนอนแอ้งแม้งอย่างสงบอยู่ใต้เตียง บางลูกก็แสวงหาความร่มเย็นกลิ้งตรงดิ่งไปที่พัดลมกระทบชิ่งวกกลับมาสลบแน่นิ่งอยู่ข้างตู้เย็นบางลูกที่อนามัยจัดรักความสะอาด ก็ตรงไปซบฐานวางเครื่องซักผ้า ประหนึ่งว่ากำลัง stand by เตรียมตัวลงถังซักขนาด 6.0 Kgs

เออ....ให้มันได้อย่างนี้ดิ๊...เฮ้ออ!โด่งส่ายหัวและถอนหายใจเฮือกใหญ่ประมาณกระบังลมจะเล็ดออกมาทางรูจมูกน้ำเสียงลากยาวยิ่งกว่าเส้นรอบวงดาวยูเรนัสเมื่อเห็นพื้นห้องกลายเป็นไร่ส้มไปในบัดดล

ทรายขอโทษ..ทรายไม่ได้ตั้งใจทรายขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่เพราะกลัวโด่งจะแผลงฤทธิ์ใส่..โด่งเองก็เอือมระอากับพฤติกรรมเลินเล่อสุดโต่งของทรายที่นับวันก็มีแต่เรื่องให้ดุให้ด่าอยู่ตลอด เวลาจนคิดจะส่งไปชิงแชมป์เลินเล่อโลกที่กัวเตมาลากลางปีหน้า(มันมีด้วยเหรอ?..)เพราะก่อนหน้านี้ไม่เกิน10นาทีทรายเหวี่ยงถุงส้ม3กิโลที่ว่าไปมาด้วยความคะนองคงอยากจะทดสอบแรงตึงผิวของถุงพลาสติก ตามประสาพวกชอบค้นหาคำตอบ ลองนึกดูว่า ส้ม 3 กิโล ในถุงก๊อบแก๊บบางๆ สีขาวใส หิ้วด้วยมือขวา ส่งแรงจากไหล่ไปยังข้อมือ เหวี่ยงถุงไปข้างหน้าเต็มแรง ดึงกลับมาข้างลำตัว แล้วเหวี่ยงไปข้างหลัง สลับไป-มา หลายรอบ จนความเร็วได้ที่ ไม่ดิบไม่สุกจนเกินไป จากนั้นก็ตะบี้ตะบันเหวี่ยงถุงเป็นวงกลม.. เออ....! สนุกจริงๆ ไม่มีอะไรสนุกไปกว่านี้แล้ว หนังสไปเดอร์แมนยังไม่มันส์เท่านี้เลย

ทรายคงเพลิดเพลินกับการออกกำลังแขนโดยไม่ต้องง้อแอ๊บโดมิไนเซอร์..โอ๊ว..มันยอดมากเลย จ๊อด..โอ๊ว..ลอร่า..ชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆอ่า..เอ่อ..(เสียงหล่อมาก) แต่คงจะลืมนึกไปว่า ทฤษฎีแรงดึงดูดของโลกโดย เซอร์ไอแซกนิวตัน นั้น มันมีอยู่จริง แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม ในที่สุด ส้ม 3 กิโล ก็ต้านแรงเหวี่ยงและแรงดึงดูดของโลกไม่ไหว ถุงแตก ส้มกระจาย หลุดร่วงลงเกลื่อนพื้นห้อง

พี่บอกทรายแล้วใช่มั๊ย? หืออ.? โด่ง ซัดคำถามอย่างมีอารมณ์ น้ำเสียงเชือดเฉือนบาดลึก ก็แหง๋สิ..ขนาดเตือนตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่าเหวี่ยงอย่าเหวี่ยงเดี๋ยวถุงแตก..ทรายก็ไม่สนใจยังคงง่วนอยู่กับความสนุกเล็กๆ น้อยๆ ที่พอจะหาได้รอบตัว แบบนั้น แล้วเป็นไง? พูดยังไม่ทันขาดคำ ถุงก็แตกขึ้นมาจริงๆ...เออ..เอากับมันเด้ะ.. แม่นยิ่งกว่าฟรีคิกเบ็คแค่ม แล้วอย่างนี้ จะไม่ให้มีอารมณ์ (คลั่ง)ได้ยังไง..

ทรายขอโทษนะคะพี่โด่ง..ไม่นึกว่ามันจะแตก..แค่เหวี่ยงเบาๆ เอง..แหะ..แหะ..แหะ เบากะผีอะไรล่ะ? เห็นจับสองมือ แล้วเหวี่ยงสุดตัว ยังกะตีเทนนิสไปท้ายคอร์ท ทรายขอโทษไม่หยุดปาก ทำหน้าไร้เดียงสา ทั้งๆ ที่อายุก็ไม่น้อยแล้ว ตาหลุกหลิก เพราะไม่กล้าสบตา หน้าแดง หูแดง ติ่งหูหด (เฮ้ย.) ฝืนยิ้มกว้างๆ จนเห็นเขี้ยวงามบริเวณเหงือกบนซ้าย เพียงหวังเพื่อให้โด่ง กรุณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง (โห..ยังกะคดีอาญา)

เฮ้อออ...ทุกทีเลยอ่ะ.. เป็นผู้หญิงนะเราน่ะ..อย่าลืมดิ ให้มันเรียบร้อยหน่อยเถิ้ด.. นึกดูนะ ถ้าเปลี่ยนจาก ถุงส้ม เป็น ถุงแกงส้มชะอมไข่ ใส่กุ้ง กับยอดมะพร้าว โขลกกับขมิ้น แล้วก็ พริกขี้หนูสวนเนี่ย มันจะเละขนาดไหน หือ.? โด่ง หน้านิ่วคิ้วขมวด สั่งสอนทรายเป็นฉากๆ เหมือนพ่ออบรมลูก ทรายพยักหน้าหงึกๆแสดงอาการเข้าใจแต่ยังแอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่เพราะคงจะเห็นภาพแกงส้มชะอมไข่ของโปรดที่โด่งบรรยายซะละเอียดยิบขนาดนั้น โด่งบ่นไปพร้อมทั้งก้มลงเก็บส้มที่กระจายอยู่ตามมุมต่างๆทั้งใต้โต๊ะ.ใต้เตียงข้างตู้เย็นข้างเครื่องซักผ้าแล้วใส่ลงในถุงพลาสติกใบใหม่ยี่ห้อ Big C ซึ่งหนาและทนมือกว่าเดิม.. ไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยส้มทุกลูกยังไม่แตกเลอะ แต่คงมีอาการช้ำในนิดหน่อยอาจต้องบรรเทาด้วยน้ำใบบัวบกและพักฟื้นอย่างน้อย3สัปดาห์กว่าจะกลับมาเต่งตึงดังเดิม โด่งวางถุงส้มลงบนที่นอนยางพาราขนาด 6 ฟุต ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง เป็นการชั่วคราว แล้วมองหาอะไรบางอย่าง..

ทราย..เห็นไม้กวาดมั๊ย.? วันก่อนพี่วางไว้แถวนี้นะ แล้วมันหายไปไหนเนี่ย? อ่า..ไม้กวาดนั่นเอง คือ สิ่งที่ทำให้โด่งต้องหันรีหันขวาง สอดส่ายสายตา มองหาอยู่ในตอนนี้

ไม่เห็นนะพี่โด่ง..แต่เอ..วันก่อนทรายก็เห็นมันวางอยู่ที่เดิมนี่นา..แล้วมันหายไปไหนล่ะ?อืม..เป็นคำตอบสุดท้ายที่ได้ใจมากรู้มั๊ย?แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยนะเนี่ย..ฮึ่ม โด่งเดินตามล่าหาไม้กวาด ทุกซอกทุกมุมในห้อง แต่ก็ไม่เจอ

แม่ง..อยู่ไหนวะ.?เสียงสบถส่ออุณหภูมิร้อนของโด่งทำให้ทรายนั่งนิ่งไม่กล้าแม้จะกระดิกตัวเพราะกลัวจะโดนลูกหลงจึงทำได้แค่นั่งดูและให้กำลังใจสวดมนต์แผ่เมตตาตนจะได้พ้นภัยตอนนี้คิ้วของโด่งเริ่มผูกโบว์ อารมณ์เริ่มคุกรุ่น เสียงชิ ชะ ฮึด ฮัด เริ่มมีบ่อยขึ้น เพราะรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ โด่งเดินไประเบียงหลังห้อง เปิดประตูมุ้งลวด ชะโงกหน้า หันซ้าย แลขวา เผื่อว่า สิ่งที่กำลังมองหา จะอยู่แถวนี้บ้าง

ทราย..ทำไมไม้กวาดมาอยู่หลังห้อง?..หือ? โด่ง เจอสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่..ทรายกำลังจะซวย

อ้าวหรอ.. ไม้กวาดอยู่หลังห้อง หรอ?..แล้วไปอยู่ได้ไงล่ะ? ทรายตีมึน ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ระหว่างนั้นก็คิดย้อนกลับไปว่า ก่อนหน้านี้ ฉัน เอา ไม้กวาดไปทำอะไร หลังห้อง กันเนี่ย?. อือ..อือ..เอ่อ.. ในที่สุดทรายก็คิดออก

อ๋อ..นึกออกแล้ว.. ก็เมื่อวาน ตอนที่พี่โด่งไม่อยู่ แมงสาบ มันมาไต่ราวตากผ้า ตัวมันใหญ่มากเลยนะพี่โด่ง ทรายก็เลยเอาไม้กวาด ไปฟาดมัน ทราย ออกแอคติ้ง ทำท่าฟาดแมลงสาบ

อือ..แล้วไงล่ะ โดนมั๊ย.? โด่ง ยังไม่หยุดทำหน้าเครียด พร้อมทั้งถามกลับไป

โดน.. แต่ไม่โดนแมงสาบ.. ครือ.. ครือว่า.. พี่โด่งขา..ครือว่า ทรายมีเรื่องจะสารภาพ ด้วย.. คือ ว่า แบ็บว่า ..แบ็บว่า.. แบ็บว่า.. ทราย อิดออด พูดไม่เต็มปากเต็มคำ

เอาว่ามา.. อย่าลีลา..เร็ว โด่งเร่งรัดคำตอบ เพราะยังหัวเสีย และเริ่มรำคาญลีลาอิดออดระดับรางวัลออสการ์ของทรายเต็มที

แบ็บว่า..มันไม่โดนแมงสาบ แต่มันไปโดนกระถางต้นไม้ของพี่โด่งอ่ะดิ..โน่นไงมันร่วงลงไปชั้นล่างอ่ะ.. แตกละเอียดเลยล่ะพี่โด่ง..แง๊..แง๊..ทรายปล่อยโฮ ออกมาทันที เพราะรู้ดีว่า คราวนี้ ตาย แน่ๆ

หา.... โด่งพูดได้แค่คำเดียวแล้วชะเง้อออกไปนอกระเบียง มองลงไปข้างล่าง.. ต า ย ห่ า แล้ว.. ร่องรอยยังพอมีเหลือให้เห็นทั้งเศษดิน เศษปุ๋ย และรอยกระแทกของกระถาง

ทรายยยยยยยยยยยยยย.....ทำไมเป็นแบบนี้..หา....ทำไมทำแบบนี้....แล้ว..แล้ว..แล้วต้นไม้ กับกระถาง หายไปไหน..?โด่ง ถามต่อ ด้วยใจลุ้นว่า กระถางต้นไม้สุดรัก ยังคงมีชีวิตอยู่

ฮือๆ..ฮือ..ก็ตอนที่มันหล่นลงไปแตกเนี่ย..ทรายก็รีบวิ่งลงไปดูมันแตกยับเลยพี่โด่ง.. ฮือๆ ทรายกลัวพี่โด่งจะจับได้ ก็เลย..ก็เลย เก็บเศษกระถาง กับต้นไม้ ใส่ถุงดำแล้วเอาไปทิ้งถังขยะ.. ฮือๆ ฮือๆ ทรายขอโทษ..ทรายไม่ได้ตั้งใจ.. พี่โด่ง ทรายขอโทษ..ฮือๆ ฮือทรายพูดไป ร้องไห้ไป จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง..

โด่งเงียบ..ไม่มีคำพูดใดให้ทรายได้ยินอีกเลย หน้าเครียดแดงก่ำ หูแดง หน้าผากหย่น คิ้วขยับเข้าใกล้กันมากถึงมากที่สุด ตัวร้อน เส้นเลือดในสมองเหมือนจะระเบิด โด่งเดินตรงไปก้มหยิบไม้กวาดที่ยังวางระเกะระกะอยู่ข้างๆ ราวตากผ้า แล้วเงื้อมมือยกไม้กวาดขึ้นสูงพร้อมที่จะฝาดลงกลางแสกหน้าของทราย..แหะ แหะ..อันนี้ล้อเล่น จริงๆ แล้ว โด่งกลับเข้ามาในห้อง แล้วมุดเข้าไปใต้เตียง กวาดฝุ่น หยากไหย่ เศษผม เศษขน ด้วยอารมณ์ที่ยังพลุ่งพล่านท่าทางกระฟัดกระเฟียดน่าดูประหนึ่งจะประชดประชันทรายให้ได้รู้สำนึกว่าคราวหลังก็หัดช่วยปัดกวาดเช็ดถูกันบ้างเด๊..ปล่อยให้ทำอยู่ได้งกๆคนเดียวอ่ะ นี่ถ้าวันนี้ไม่มุดเข้าไปเก็บส้ม ก็คงไม่เห็นว่า ใต้เตียงที่นอนทับอยู่ทุกคืน มันโสโครกขนาดไหนจิตใจโด่งตอนนี้ช่างสับสนวุ่นวาย คลุ้มคลั่งเต็มที เพราะนอกจากเรื่องห้อง กับเรื่องกระถางแล้ว โด่งยังย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องอื่นหลายต่อหลายเรื่อง ที่ทรายมักจะทำให้ปวดกะบาลและต้องตามล้างตามเช็ดกันอยู่บ่อยๆ เมื่อเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาบวกก็ยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งปรี้ดหนักเข้าไปอีก.. แต่ถึงจะร้อนในทรวงขนาดไหนเมื่อวิญญาณผีแม่บ้านเข้าสิง โด่งก็จัดแจงทำความสะอาดใต้เตียงจนเรี่ยมแล้เรไรอีกครั้ง

ทรายนั่งมองตาปริบๆไม่กล้าเข้าใกล้เพราะรู้ดีว่าโด่งกำลังร้อนโบราณเขายังบอกไว้ว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวางแล้วเรื่องอะไรล่ะ?ที่ทรายจะต้องเอาตัวเข้าไปขวางอารมณ์เชี่ยวๆของโด่งในตอนนี้อยู่เฉยๆ ดีกว่าเยอะ ถึงหน้าจะชาๆ ร้อนๆ บ้าง ก็ยังปลอดภัยหายห่วง โด่งยังตีบทเฮียเครียดได้ไหลลื่น หน้านิ่ง ไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่คุย ไม่แม้แต่จะหันไปมองทราย (โกรธกันมากี่ชาติแล้วเนี่ย?) โด่งหยิบถุงส้มที่วางอยู่บนเตียง แล้วโดนตรงไปเปิดตู้เย็น..

บรึ่บบ!เสียงยางซีลขอบประตู้ตู้เย็นแยกหลุดออกจากกันด้วยแรงดึงจากแขนขวาของโด่ง ความเย็นจากภายในตู้แผ่กระจายออกมากระทบผิวหนังของโด่งทำให้ลดอุณหภูมิร้อนของอารมณ์ลงได้บ้างประมาณ 10.758219578113..เปอร์เซ็นต์ (อะ..แฮ่ม...ได้ A เลขมา..ขอบอก..) อ่า..เย็นจัง..เย็นจาง.. อากาศแบบนี้..อยากเข้าไปนอนแช่ตู้เย็นจริงๆ..ตู้เย็นเปิดออกแล้ว..นั่นก็หมายความว่า..ส้มสายน้ำผึ้งกำลังจะได้เข้าไปพักฟื้นเรียกความฟิตในตู้เย็นแล้ว..แต่ช้าก่อน.!โด่งชะงักเมื่อพบว่าตอนนี้ในตู้เย็นไม่มีพื้นที่ว่าง ซะแล้ว!

ทราย..เอาหมอนกะผ้าห่มมาแช่ตู้เย็นอีกแล้ว หรอ?.. แล้วพี่จะเก็บของตรงไหนเนี่ย.? เอาออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ.. ไม่ได้เขียนผิด มัน เป็น หมอน กะ ผ้าห่ม จริงๆ ที่นอนขดอยู่ในตู้เย็นแทนที่จะเป็นวัตถุประเภทอาหารสด ผักผลไม้ และเครื่องบริโภคอื่นๆ ถาดวางของในตู้เย็นทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 3-4 ชิ้น ถูกรวบมาวางซ้อนทับกันไว้ที่ชั้นวางอันล่างสุดทำให้มีพื้นที่ว่างในตู้เย็นมากพอที่จะยัดหมอนและผ้าห่มให้นอนแน่นิ่งอยู่ได้โดยไม่กระเด็นออกมานอกตู้ เครื่องบริโภคประเภทโยเกิร์ต นม ช็อกโกแลต และขนมขบเคี้ยวอื่นๆ ที่พอมีหลงเหลืออยู่บ้าง ได้รับการจัดเรียง (ยัด) ไว้ในช่องเก็บของตรงประตูด้านในของตู้เย็น

ก็เพราะห้องโด่งไม่มีแอร์หน้าร้อนทีไรจึงทรมานน่าดูพัดลมอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่ ด้วยเหตุผลนี้ทรายจึงมักจะเอาผ้าห่มกับหมอน แช่ตู้เย็นให้เย็นจัดแล้วเอามาห่มนอน ก็ช่วยคลายร้อนได้ดีทีเดียว แรกๆ โด่งก็งงเหมือนกันที่เห็นหมอนกับผ้าห่มอยู่ผิดที่ผิดทางแต่ก็อดขำไม่ได้ทุกทีที่เห็นทรายทำแบบนั้น เพราะจะว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดมาโด่งก็ไม่เคยเห็นใครเขาทำกันนอกจากทรายคนนี้นี่แหละ นับว่าเป็นของแปลก หนึ่งเดียวในโลกจริงๆ

ก็พี่โด่งนั่นแหละ ไม่ยอมติดแอร์ซักที แบบนี้มันช่วยได้ชิงๆ นะ.. ชิงๆ นะ..ฮิฮิ. ทรายหัวเราะ พร้อมกับวิ่งตรงมาที่ตู้เย็น แล้วฉกหมอนกับผ้าห่มเอาไปกอดโดยเร็ว เหมือนเด็กกลัวคนอื่นจะแย่งของ เอาหน้าแนบหมอนถูไปมา แล้วยิ้มดีใจยังกะพลัดพรากจากหมอนมานานนับปี ปากก็พึมพำไปเรื่อย

เย็นจัง..เย็นจางง..เย็นจังเลย

โด่งเห็นทรายแล้วอดขำไม่ได้จนเผลอหัวเราะออกมาเบาๆทั้งๆที่ตอนนี้กำลังเล่นบทเฮียเครียดหน้ายุ่งอยู่แท้ๆ..การหัวเราะมันเหมือนยาวิเศษวิเศษจริงๆเพราะทำให้อารมณ์ของโด่งจากที่พลุ่งพล่านค่อยๆ เย็นลงอย่างเหลือเชื่อจนลืมเรื่องส้มหล่นและกระถางต้นไม้ไปชั่วขณะ..

เย็นจัง..เย็นจางง..เย็นจังเลย..เย็นจาง..เย็นจางง..เย็นจังเลยยทรายยังไม่หยุดบ่นพึมพำประโยคเดิมๆหน้าก็ยังแนบหมอนถูไปมาเพื่อซึมซับไอเย็นและก็ยิ้มดีใจเหมือนคนเสียสติแล้วเดินตรงไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โด่งส่ายหัว แต่ก็ยิ้มอารมณ์ดี..ปล่อยให้ทรายดื่มด่ำกับหมอนแช่แข็งใบนั้นจนกว่า จะหนำใจ..

เฮ้อ..ฟ้าสร้าง มัน มาจริงๆ เลยเว้ย..

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล