คนเห็นผีกับผีหรือเปล่า
คนที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้มีไม่มากเท่าไหร่ แต่ทำไมฉันคนนี้ต้องเห็นด้วยนะ
จะบอกใครก็ไม่ได้เดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้า ฉันยังไม่อยากเข้าโรงพยาบาลบ้านะ
แต่ที่อยู่ข้างบ้านฉันนี่สิมันร้างมานานแล้วล่ะ ฉันเคยบอกแม่แล้วนะว่าย้ายออกเถอะแต่แม่อยู่นี่จะสะดวกไปทำงานมากกว่า
อืม ฉันเป็นเด็กดีนะ ในเมื่อแม่อยู่แล้วสบายเราเป็นลูกก็ไม่ขัดใจ
แต่... โอ๊ยยยย ไม่มีใครเห็นแบบฉันนี่ เห็นในสิ่งที่ชาวบ้านเค้าไม่เห็นกัน คือ เห็นผีนั่นแหละ
อ้าวบ่นมาซะนาน ยังไม่ได้บอกชื่อตัวเองเลย เฮ้อออ ขี้ลืมเหมือนเดิมนะ
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ติชิลา ที่แปลว่า พระจันทร์ น่ะค่ะ ฉันก็น่ารักแบบเด็กไทยทั่ว ๆ ไปแต่มีอยู่อย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่ได้ต่างเท่าไหร่มั้ง แค่มองเห็นวิญญาณเท่านั้นเอง
ก็แค่เห็นนะคะ ทำอะไรก็ไม่ได้ จะคุยด้วยก็ไม่ได้ค่ะหรืออีกฝ่ายไม่อยากคุยด้วยก็ไม่รู้
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตฉันก็เกิดขึ้นจนได้ วันนั้นฉันบังเอิญทำหนังสือหล่นไปในสวนบ้านข้าง ๆ
บ้านนี้ฉันเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ แต่ไม่เคยไปยุ่งด้วยเลยเพราะมีแต่คนบอกว่าที่นี่ "ผีดุ"
ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้นี่นาว่า ฉันมีความสามารถพิเศษ เดี๋ยวจะกลายเป็นตััวประหลาด
เมื่อทำหนังสือหล่นก็ต้องไปเก็บสิคะ
มันเป็นเวลาพลบค่ำไม่ถึงก็มืดนะ ถึงไงฉันก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ (หรือเปล่า) ความกลัวต้องมีอยู่แล้ว
เืมื่อเข้าประตูรั้วต้องไปในบ้านก่อนถึงจะมีทางออกไปในสวน คนไม่อยู่ไฟก็ไม่มี ตัวฉันรึก็ดันลืมไฟฉายไว้โรงเรียนซะนี่
แต่จะรอมาเอาวันหลังก็เวลาเปล่า หนังสือนั่นต้องเอามาเป็นข้อมูลทำรายงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้นี่ จะรอช้าอยู่ไย
เมื่อผ่านประตูหน้าบ้านเข้าไป ในบ้านมีบันไดอยู่ด้านขวา ด้านหน้าก็มีแต่ประตูอยู่สามประตู
โอ๊ย ฉันจะเลือกประตูไหนล่ะเนี่ย เค้าจะสร้างบ้านไว้เล่นซ่อนหาหรือไงนะ
ฉันเป็นคนถนัดซ้าย ไม่ว่าจะกินข้าว เขียนหนังสือ ปอกผลไม้ก็ซ้ายตลอด อันนี้ก็ต้องซ้ายเหมือนกันซิ
ความคิดฉันนะ เชื่อว่าซ้ายดีเสมอ
ลองดูล่ะกัน ถ้าผิดก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
สายตาเริ่มปรับให้ชินกับความมืดทำใ้ห้เห็นชั้นหนังสือติดเพดานทั่วห้อง โต๊ะหนังสือขนาดใหญ่วางกลาง
มีประตูให้เลือกเปิดอีกแล้ว ด้านขวากับด้านหน้า
คงไปทางด้านหน้ามั้ง แต่ฉันคิดไปคิดมา ในเมื่อเค้าตั้งใจทำเหมือนเล่นซ่อนหา คงไม่ใช่เดินตรงไปเรื่อย ๆ มั้ง
"ด้านขวาล่ะกัน" ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ
เฮ้อ ห้องนอน
แต่ีบ้านสองชั้นนี่นา ทำไมเอาห้องนอนมาไว้ข้างล่าง แปลกจริง
ฉันเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง มีเตียงใหญ่อยู่มุมซ้าย ด้านข้างมีแต่หนังสืออัดเต็มชั้น ทำไมบ้านร้างถึงมีหนังสือใหม่เต็มเลยล่ะ
เวลาไม่คอยใคร
ห้องนี้ไม่มีประตูให้เลือกแล้วล่ะ ดีเหมือนกันจะได้รีบกลับไปทำรายงาน
คงออกไปสวนได้แล้วมั้ง
ฉันเดินไปเปิดอย่างสบายใจ แต่ที่ไหนได้ ที่นี่....
ห้องยาหรือเปล่านะ ชั้นติดผนังรอบห้องมีแต่ขวดเต็มไปหมด ทั้งขวดใสขวดทึบรูปร่างต่าง ๆ เรียงกันมากมาย
ประตูก็ไม่มี ฉันเลือกผิดประตูเหรอนี่
ฉันกำลังจะเดินกลับไปทางเดิม
"โอ๊ย อะไรเนี่ย" หัวฉันเปียก ๆ เหนียว ๆ น้ำไหลลงมาเป็นทางบนหน้าฉัน
ด้วยความเคยชินฉันเผลอเลียริมฝึปากกินน้ำนั่นเข้าไปนิดหน่อย
แต่มันคงไม่เป็นไรมั้ง มันหวาน ๆ เลี่ยน ๆ เหมือนน้ำเชื่อม
ฉันรีบเปิดประตูกลับมายังห้องนอนที่ผ่านมาเมื่อกี้
เอ๊ะ ทำไมห้องมันหมุน ๆ ฉันพยายามเดินไปทางเตียงนอน อย่างน้อยถ้าจะล้มก็ล้มบนเตียงเถอะ จะได้ไม่เจ็บ สาวน้อยลมบนพื้นก็เป็นแผลน่ะสิ
เฮ้อ ฉันมาถึงเตียงได้นะ แต่เพดานบนหัวก็ยังหมุนอยู่ดี เมื่อไหร่จะหยุดหมุนนะ ฉันจะได้ไปหาหนังสือต่อ แล้วก็รีบกลับบ้านเดี๋ยวแม่เป็นห่วง
------------------ =o= -------------------------
"ยัยอ้วน ตืกจี้นะ คงตัวอะไรมั้ง ช่างเหอะฉันไม่อยากทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เอ๊ะ มันรู้สึกแปลก ๆ นะ
แต่รู้สึกดีมากเลย อืมมม
"เปียกเีชียวนะยัยอ้วน ฉันแค่ไล้กางเกงในเธอนิดเดียวเอง" เสียงกระซิบข้างหูทำให้ฉันตื่นทันควัน
"นายย" ฉันได้แต่อึ้ง ลืมตามาเห็นผู้ชายรูปหล่อกำลังลูบตรงนั้นของฉัน มืออีกข้างของเค้าจับหน้าอกฉันทั้งไล้ทั้งขย้ำเบา ๆ มันเจ็บนะเนี่ย
ฉันยังไม่เคยแม้แต่จูบกับใครเลยนะ
"ทำโทษที่บุกรุกบ้านฉัน" เสียงต่ำบ่นอย่างไม่พอใจ
"นายเอามือออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ" ฉันพยายามพลักออก แต่แรงผู้หญิงจะสู้ได้หรือ
"หึหึ ตอบมาก่อนว่ามาทำอะไรบ้านฉัน" ไม่เพียงแต่เสียงคาดคั้น มือทั้งสองข้างก็กระทำไปพร้อมกัน
"อ้าา" ฉันเผลอร้องอะไรออกไปเนี่ย
"เธอก็มีอารมณ์ตอบนะ อยากต่อไหมล่ะ" ผู้ชายคนนี้ต่ำทรามเกินไปแล้วนะ
"ปล่อยเถอะ ได้โปรด แล้วฉันจะบอก" ฉันแทบจะไม่มีแรงแต่เรื่องอะไรจะยอมให้ฝ่ายนั้นย่ำยีล่ะ
"หึ" สองมือถอนออกจากตัวฉัน แต่ทำไมฉันรู้สืกแปลก ๆ นะเหมือนตัวมันร้อน ๆ กระซับกระซ่าย
ไม่ได้นะ ติชิลา ตื่น ๆ รีบกลับบ้านได้แล้ว ฉันบอกตัวเองได้เพียงแค่นั้น
"บอกมา" เสียงหยิ่ง ๆ ยังกับตัวเองใหญ่มาจากไหนถามขึ้น
"ฉันมาหาหนังสือที่ทำหล่นตรงสวนบ้านนี้" ฉันคุมตัวเองได้พอดูก่อนที่จะตอบ
"ที่นี่ไม่มีคนเข้ามานานแล้ว เธอกล้ามาเหรอ" เสียงดูถูกยังงี้ใครจะไปทนได้นะ
"โธ่เอ้ย แค่ผีดุใครจะกลัว นายน่ะเป็นผีเฝ้าบ้านนี้เหรอะ" คำถามใจกล้าอย่างนี้ไม่ค่อยมีหรอกนะในชีวิตฉันเนี่ย
"อวดดีจริงนะ ถ้าฉันเป็นผีจริงเธอไม่กลัวเหรอ" แววตาท้าทายนั่นฉันล่ะหมั่นไส้จริง ๆ เลย
"ไม่ นายจะทำอะไรฉันได้ ก็แค่ผี" ฉันพูดได้เพียงเท่านั้น มืออีกฝ่ายจับฉันมัดไว้กับเสาหัวเตียง
เชือกมีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ฉันทั้งตกใจทั้งกลัว แต่ฉันก็พอรู้นะว่าไม่ควรดิ้นหรือขัดขืนให้ฝ่ายชายมีอารมณ์ไปมากกว่านี้
"ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอโทษ" ฉันพยายามพูดให้ดูเป็นมิตร
"สายไปแล้วล่ะ ย้ยอ้วน" หน้าห่างกันไม่ถึงคืบทำฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ฉันจะทำไงดี เอ๊ะทำไมรู้สืกแปลก ๆ ความคิดเริ่มไปไกล
"..จังง อืม" เสียงแว่วมาไกล ฉันเงียหูฟัง มองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นมีอะไร
รอบตัวฉันมืดไปหมด วิ่งไปทางไหนก็ไม่เจออะไร คนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายวิ่งนิดเดียวทำใ้ห้เหนื่อยแล้ว
"อ้าาา อย่าแรงสิมันเจ็บ" นั่นมันเสียงฉันนี่นา แต่ฉันไม่ได้พูดซักหน่อย
"ถึงจะอ้วนไปหน่อย แต่ผิวเธอขาวเนียนดีนะ" เสียงผู้ชายคนนั้นี่น่าพูดกับใครเนี่ย
"อ่ะ ตรงนั้น" อีกแล้วเสียงฉัน ทำไงจะเห็นนะว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉันหมุนไปหมุนมา แต่อยู่ ๆ ก็มีภาพปรากฏตรงหน้า
โอ๊ยยย ฉันจะเป็นลมตาย
นั่นฉันกำลังทำอะไรกับไอ้ผู้ชายตรงนั้นเนี่ย
"อ้าขาหน่อยซิ" ตาบ้านั่นออกคำสั่งพิเรนท์อะไรเนี่ย
"อืม เบา ๆ นะ" นั่นเสียงฉันอีก
อ้ากกก ฉันไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นนะ
ภาพนี้ไม่ใช่ความจริงใช่ไหม ฉันอ้าขาให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักสอดนิ้วเข้าไปในตัวฉันเหรอ มือใหญ่อีกข้างจับหน้าอกฉันอย่างไม่ถนอมเลยนะ
"ตอบสนองดีนี่ ยัยอ้วน" เสียงผู้ชายคนนั้นกระตุ้นอารมณ์ฉันได้ไงนะ
นิ้วที่ีสอดเข้าไปดึงเข้าออกเรื่อย ๆ บางช่วงก็หมุนไปมา มืออีกข้างก็ใช่ย่อยทั้งลูบทั้งจับส่วนบนของฉันมั่วไปหมด
"อืม ดีมากเลย" ฉันตอบไปยังงั้นได้ไงเนี่ย
นิ้วนั่นถอนออกจากตัวฉันช้า ๆ แล้วป้ายน้ำที่เปื้อนนิ้วนั่นบนท้องน้อยของฉันไปมา มันทำให้จักจี้นิดหน่อย
"วันนี้ ทำแค่นี้ก่อนล่ะกัน วันหลังจะมาต่อ" เสียงกระซิบสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะหายไป
ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงที่สลบไปพร้อมน้ำตาไหลมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ไม่มีเวลามาคิดอะไรตอนนี้นะ ต้องรีบกลับบ้านก่อน
กลับมาสู่โ้ต้องขออยู่ตั้งนาน
เรื่องรายงานเอาไว้ก่อนล่ะกัน
ฉันเิิริ่มถอดเสื้อผ้าออก เพื่อสำรวจตัวเอง
รอบช้ำที่หน้าอกฉันยังอยู่ เป็นรอยนิ้วมือชัดแถมตามตัวอีก ส่วนข้างล่างไม่ต้องพูดถึงมันก็เปียกน่ะสิ แต่เลือดไม่ได้ออกนะไม่เจ็บด้วย
แล้วจะให้คิดยังไงล่ะเนี่ย เมื่อกี้นี้เป็นความฝันเหรอ หรืออะไรแน่
ฉันเข้าไปอาบน้ำ ซักเสื้อผ้าชุดนี้ให้สะอาดเอี่ยม ยังไงก็ให้แม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด แค่เรื่องเห็นผึก็จะว่าบ้าแล้ว เรื่องนี้อาจทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากอีกแน่
ฉันเก็บเป็นความลับดีกว่า
คืนนั้นฉันต้องใช้เวลาเกือบทั้งคืนเพื่อที่จะแต่งรายงานไปส่ง ในเมื่อข้อมูลก็ไม่มีนี่น่า อย่างน้อยมีงานส่งก่อนล่ะกัน ถูกผิดค่อยว่ากันทีหลัง
ยังเหลือเวลาก่อนเช้าอีกนิด ขอนอนซักหน่อยก็ยังดี
ก่อนนอนฉันมองไปบ้านข้าง ๆ เหมือนมีคนยืนราตรีสวัสดิ์อยู่บนระเบียง ไม่ว่าจะเป็นใครฉันก็ไม่สนทั้งนั้นแหละ
ฉันจะไม่ไปบ้านข้าง ๆ อีกเด็ดขาด ส่วนหนังสือแจ้งหายไปก็แล้วกัน
แต่หน้ายังงั้น นิสัยยังงั้นทำไมมั้งคุ้น ๆ นะ เหมือนรู้จัก
เถอะนอนอีกกว่า กลับสู่โลกความจริงซะที
จะบอกใครก็ไม่ได้เดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้า ฉันยังไม่อยากเข้าโรงพยาบาลบ้านะ
แต่ที่อยู่ข้างบ้านฉันนี่สิมันร้างมานานแล้วล่ะ ฉันเคยบอกแม่แล้วนะว่าย้ายออกเถอะแต่แม่อยู่นี่จะสะดวกไปทำงานมากกว่า
อืม ฉันเป็นเด็กดีนะ ในเมื่อแม่อยู่แล้วสบายเราเป็นลูกก็ไม่ขัดใจ
แต่... โอ๊ยยยย ไม่มีใครเห็นแบบฉันนี่ เห็นในสิ่งที่ชาวบ้านเค้าไม่เห็นกัน คือ เห็นผีนั่นแหละ
อ้าวบ่นมาซะนาน ยังไม่ได้บอกชื่อตัวเองเลย เฮ้อออ ขี้ลืมเหมือนเดิมนะ
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ติชิลา ที่แปลว่า พระจันทร์ น่ะค่ะ ฉันก็น่ารักแบบเด็กไทยทั่ว ๆ ไปแต่มีอยู่อย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่ได้ต่างเท่าไหร่มั้ง แค่มองเห็นวิญญาณเท่านั้นเอง
ก็แค่เห็นนะคะ ทำอะไรก็ไม่ได้ จะคุยด้วยก็ไม่ได้ค่ะหรืออีกฝ่ายไม่อยากคุยด้วยก็ไม่รู้
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตฉันก็เกิดขึ้นจนได้ วันนั้นฉันบังเอิญทำหนังสือหล่นไปในสวนบ้านข้าง ๆ
บ้านนี้ฉันเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วค่ะ แต่ไม่เคยไปยุ่งด้วยเลยเพราะมีแต่คนบอกว่าที่นี่ "ผีดุ"
ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้นี่นาว่า ฉันมีความสามารถพิเศษ เดี๋ยวจะกลายเป็นตััวประหลาด
เมื่อทำหนังสือหล่นก็ต้องไปเก็บสิคะ
มันเป็นเวลาพลบค่ำไม่ถึงก็มืดนะ ถึงไงฉันก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ (หรือเปล่า) ความกลัวต้องมีอยู่แล้ว
เืมื่อเข้าประตูรั้วต้องไปในบ้านก่อนถึงจะมีทางออกไปในสวน คนไม่อยู่ไฟก็ไม่มี ตัวฉันรึก็ดันลืมไฟฉายไว้โรงเรียนซะนี่
แต่จะรอมาเอาวันหลังก็เวลาเปล่า หนังสือนั่นต้องเอามาเป็นข้อมูลทำรายงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้นี่ จะรอช้าอยู่ไย
เมื่อผ่านประตูหน้าบ้านเข้าไป ในบ้านมีบันไดอยู่ด้านขวา ด้านหน้าก็มีแต่ประตูอยู่สามประตู
โอ๊ย ฉันจะเลือกประตูไหนล่ะเนี่ย เค้าจะสร้างบ้านไว้เล่นซ่อนหาหรือไงนะ
ฉันเป็นคนถนัดซ้าย ไม่ว่าจะกินข้าว เขียนหนังสือ ปอกผลไม้ก็ซ้ายตลอด อันนี้ก็ต้องซ้ายเหมือนกันซิ
ความคิดฉันนะ เชื่อว่าซ้ายดีเสมอ
ลองดูล่ะกัน ถ้าผิดก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
สายตาเริ่มปรับให้ชินกับความมืดทำใ้ห้เห็นชั้นหนังสือติดเพดานทั่วห้อง โต๊ะหนังสือขนาดใหญ่วางกลาง
มีประตูให้เลือกเปิดอีกแล้ว ด้านขวากับด้านหน้า
คงไปทางด้านหน้ามั้ง แต่ฉันคิดไปคิดมา ในเมื่อเค้าตั้งใจทำเหมือนเล่นซ่อนหา คงไม่ใช่เดินตรงไปเรื่อย ๆ มั้ง
"ด้านขวาล่ะกัน" ฉันพูดกับตัวเองเบา ๆ
เฮ้อ ห้องนอน
แต่ีบ้านสองชั้นนี่นา ทำไมเอาห้องนอนมาไว้ข้างล่าง แปลกจริง
ฉันเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง มีเตียงใหญ่อยู่มุมซ้าย ด้านข้างมีแต่หนังสืออัดเต็มชั้น ทำไมบ้านร้างถึงมีหนังสือใหม่เต็มเลยล่ะ
เวลาไม่คอยใคร
ห้องนี้ไม่มีประตูให้เลือกแล้วล่ะ ดีเหมือนกันจะได้รีบกลับไปทำรายงาน
คงออกไปสวนได้แล้วมั้ง
ฉันเดินไปเปิดอย่างสบายใจ แต่ที่ไหนได้ ที่นี่....
ห้องยาหรือเปล่านะ ชั้นติดผนังรอบห้องมีแต่ขวดเต็มไปหมด ทั้งขวดใสขวดทึบรูปร่างต่าง ๆ เรียงกันมากมาย
ประตูก็ไม่มี ฉันเลือกผิดประตูเหรอนี่
ฉันกำลังจะเดินกลับไปทางเดิม
"โอ๊ย อะไรเนี่ย" หัวฉันเปียก ๆ เหนียว ๆ น้ำไหลลงมาเป็นทางบนหน้าฉัน
ด้วยความเคยชินฉันเผลอเลียริมฝึปากกินน้ำนั่นเข้าไปนิดหน่อย
แต่มันคงไม่เป็นไรมั้ง มันหวาน ๆ เลี่ยน ๆ เหมือนน้ำเชื่อม
ฉันรีบเปิดประตูกลับมายังห้องนอนที่ผ่านมาเมื่อกี้
เอ๊ะ ทำไมห้องมันหมุน ๆ ฉันพยายามเดินไปทางเตียงนอน อย่างน้อยถ้าจะล้มก็ล้มบนเตียงเถอะ จะได้ไม่เจ็บ สาวน้อยลมบนพื้นก็เป็นแผลน่ะสิ
เฮ้อ ฉันมาถึงเตียงได้นะ แต่เพดานบนหัวก็ยังหมุนอยู่ดี เมื่อไหร่จะหยุดหมุนนะ ฉันจะได้ไปหาหนังสือต่อ แล้วก็รีบกลับบ้านเดี๋ยวแม่เป็นห่วง
------------------ =o= -------------------------
"ยัยอ้วน ตืกจี้นะ คงตัวอะไรมั้ง ช่างเหอะฉันไม่อยากทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เอ๊ะ มันรู้สึกแปลก ๆ นะ
แต่รู้สึกดีมากเลย อืมมม
"เปียกเีชียวนะยัยอ้วน ฉันแค่ไล้กางเกงในเธอนิดเดียวเอง" เสียงกระซิบข้างหูทำให้ฉันตื่นทันควัน
"นายย" ฉันได้แต่อึ้ง ลืมตามาเห็นผู้ชายรูปหล่อกำลังลูบตรงนั้นของฉัน มืออีกข้างของเค้าจับหน้าอกฉันทั้งไล้ทั้งขย้ำเบา ๆ มันเจ็บนะเนี่ย
ฉันยังไม่เคยแม้แต่จูบกับใครเลยนะ
"ทำโทษที่บุกรุกบ้านฉัน" เสียงต่ำบ่นอย่างไม่พอใจ
"นายเอามือออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ" ฉันพยายามพลักออก แต่แรงผู้หญิงจะสู้ได้หรือ
"หึหึ ตอบมาก่อนว่ามาทำอะไรบ้านฉัน" ไม่เพียงแต่เสียงคาดคั้น มือทั้งสองข้างก็กระทำไปพร้อมกัน
"อ้าา" ฉันเผลอร้องอะไรออกไปเนี่ย
"เธอก็มีอารมณ์ตอบนะ อยากต่อไหมล่ะ" ผู้ชายคนนี้ต่ำทรามเกินไปแล้วนะ
"ปล่อยเถอะ ได้โปรด แล้วฉันจะบอก" ฉันแทบจะไม่มีแรงแต่เรื่องอะไรจะยอมให้ฝ่ายนั้นย่ำยีล่ะ
"หึ" สองมือถอนออกจากตัวฉัน แต่ทำไมฉันรู้สืกแปลก ๆ นะเหมือนตัวมันร้อน ๆ กระซับกระซ่าย
ไม่ได้นะ ติชิลา ตื่น ๆ รีบกลับบ้านได้แล้ว ฉันบอกตัวเองได้เพียงแค่นั้น
"บอกมา" เสียงหยิ่ง ๆ ยังกับตัวเองใหญ่มาจากไหนถามขึ้น
"ฉันมาหาหนังสือที่ทำหล่นตรงสวนบ้านนี้" ฉันคุมตัวเองได้พอดูก่อนที่จะตอบ
"ที่นี่ไม่มีคนเข้ามานานแล้ว เธอกล้ามาเหรอ" เสียงดูถูกยังงี้ใครจะไปทนได้นะ
"โธ่เอ้ย แค่ผีดุใครจะกลัว นายน่ะเป็นผีเฝ้าบ้านนี้เหรอะ" คำถามใจกล้าอย่างนี้ไม่ค่อยมีหรอกนะในชีวิตฉันเนี่ย
"อวดดีจริงนะ ถ้าฉันเป็นผีจริงเธอไม่กลัวเหรอ" แววตาท้าทายนั่นฉันล่ะหมั่นไส้จริง ๆ เลย
"ไม่ นายจะทำอะไรฉันได้ ก็แค่ผี" ฉันพูดได้เพียงเท่านั้น มืออีกฝ่ายจับฉันมัดไว้กับเสาหัวเตียง
เชือกมีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ฉันทั้งตกใจทั้งกลัว แต่ฉันก็พอรู้นะว่าไม่ควรดิ้นหรือขัดขืนให้ฝ่ายชายมีอารมณ์ไปมากกว่านี้
"ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอโทษ" ฉันพยายามพูดให้ดูเป็นมิตร
"สายไปแล้วล่ะ ย้ยอ้วน" หน้าห่างกันไม่ถึงคืบทำฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ฉันจะทำไงดี เอ๊ะทำไมรู้สืกแปลก ๆ ความคิดเริ่มไปไกล
"..จังง อืม" เสียงแว่วมาไกล ฉันเงียหูฟัง มองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นมีอะไร
รอบตัวฉันมืดไปหมด วิ่งไปทางไหนก็ไม่เจออะไร คนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายวิ่งนิดเดียวทำใ้ห้เหนื่อยแล้ว
"อ้าาา อย่าแรงสิมันเจ็บ" นั่นมันเสียงฉันนี่นา แต่ฉันไม่ได้พูดซักหน่อย
"ถึงจะอ้วนไปหน่อย แต่ผิวเธอขาวเนียนดีนะ" เสียงผู้ชายคนนั้นี่น่าพูดกับใครเนี่ย
"อ่ะ ตรงนั้น" อีกแล้วเสียงฉัน ทำไงจะเห็นนะว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉันหมุนไปหมุนมา แต่อยู่ ๆ ก็มีภาพปรากฏตรงหน้า
โอ๊ยยย ฉันจะเป็นลมตาย
นั่นฉันกำลังทำอะไรกับไอ้ผู้ชายตรงนั้นเนี่ย
"อ้าขาหน่อยซิ" ตาบ้านั่นออกคำสั่งพิเรนท์อะไรเนี่ย
"อืม เบา ๆ นะ" นั่นเสียงฉันอีก
อ้ากกก ฉันไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้นนะ
ภาพนี้ไม่ใช่ความจริงใช่ไหม ฉันอ้าขาให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักสอดนิ้วเข้าไปในตัวฉันเหรอ มือใหญ่อีกข้างจับหน้าอกฉันอย่างไม่ถนอมเลยนะ
"ตอบสนองดีนี่ ยัยอ้วน" เสียงผู้ชายคนนั้นกระตุ้นอารมณ์ฉันได้ไงนะ
นิ้วที่ีสอดเข้าไปดึงเข้าออกเรื่อย ๆ บางช่วงก็หมุนไปมา มืออีกข้างก็ใช่ย่อยทั้งลูบทั้งจับส่วนบนของฉันมั่วไปหมด
"อืม ดีมากเลย" ฉันตอบไปยังงั้นได้ไงเนี่ย
นิ้วนั่นถอนออกจากตัวฉันช้า ๆ แล้วป้ายน้ำที่เปื้อนนิ้วนั่นบนท้องน้อยของฉันไปมา มันทำให้จักจี้นิดหน่อย
"วันนี้ ทำแค่นี้ก่อนล่ะกัน วันหลังจะมาต่อ" เสียงกระซิบสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะหายไป
ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงที่สลบไปพร้อมน้ำตาไหลมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ไม่มีเวลามาคิดอะไรตอนนี้นะ ต้องรีบกลับบ้านก่อน
กลับมาสู่โ้ต้องขออยู่ตั้งนาน
เรื่องรายงานเอาไว้ก่อนล่ะกัน
ฉันเิิริ่มถอดเสื้อผ้าออก เพื่อสำรวจตัวเอง
รอบช้ำที่หน้าอกฉันยังอยู่ เป็นรอยนิ้วมือชัดแถมตามตัวอีก ส่วนข้างล่างไม่ต้องพูดถึงมันก็เปียกน่ะสิ แต่เลือดไม่ได้ออกนะไม่เจ็บด้วย
แล้วจะให้คิดยังไงล่ะเนี่ย เมื่อกี้นี้เป็นความฝันเหรอ หรืออะไรแน่
ฉันเข้าไปอาบน้ำ ซักเสื้อผ้าชุดนี้ให้สะอาดเอี่ยม ยังไงก็ให้แม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด แค่เรื่องเห็นผึก็จะว่าบ้าแล้ว เรื่องนี้อาจทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากอีกแน่
ฉันเก็บเป็นความลับดีกว่า
คืนนั้นฉันต้องใช้เวลาเกือบทั้งคืนเพื่อที่จะแต่งรายงานไปส่ง ในเมื่อข้อมูลก็ไม่มีนี่น่า อย่างน้อยมีงานส่งก่อนล่ะกัน ถูกผิดค่อยว่ากันทีหลัง
ยังเหลือเวลาก่อนเช้าอีกนิด ขอนอนซักหน่อยก็ยังดี
ก่อนนอนฉันมองไปบ้านข้าง ๆ เหมือนมีคนยืนราตรีสวัสดิ์อยู่บนระเบียง ไม่ว่าจะเป็นใครฉันก็ไม่สนทั้งนั้นแหละ
ฉันจะไม่ไปบ้านข้าง ๆ อีกเด็ดขาด ส่วนหนังสือแจ้งหายไปก็แล้วกัน
แต่หน้ายังงั้น นิสัยยังงั้นทำไมมั้งคุ้น ๆ นะ เหมือนรู้จัก
เถอะนอนอีกกว่า กลับสู่โลกความจริงซะที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


