ชมพู่แก้มแหม่ม ตอนที่ 18

ชมพู่แก้มแหม่ม ตอนที่ 18

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ชมพู่ถูกมัดกางแขนแผ่หราอยู่บนแคร่อยู่ในกระท่อม พยายามดิ้นแต่ไม่เป็นผล เสนาะยิ้มพอใจบอกให้สนองออกไปรอข้างนอก ในขณะที่โต้งถูกหวานและพวกมัดห้อยต่องแต่งอยู่กับต้นไม้

เสนาะเดินเข้าไปหาชมพู่พร้อมกับยื่นปากเข้าไปใกล้เพื่อจะจูบ ชมพู่กลัวหลับตาปี๋ร้องลั่น ก่อนจะคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ เธอเริ่มพูดเสียงอ่อนหวานกับเสนาะ บอกว่าที่จริงเธอแอบหลงรักเสนาะมานานแล้วแต่เธอเป็นผู้หญิงจึงไม่กล้าแสดงออก พร้อมบอกให้เสนาะแก้มัดให้จะได้ทำอะไรกันได้สะดวกขึ้น เสนาะจินตนาการถึงภาพแห่งความสุขระหว่างเขากับชมพู่ รีบแก้มัดให้ชมพู่อย่างลิงโลด

พอเชือกหลุดจากมือชมพู่เสนาะก็ถูกจัดการจนน่วม แล้วถูกจับมัดอยู่กลางแคร่ สนองแปลกใจที่ลูกชายเงียบผิดสังเกตจึงเข้าไปดูก็ถูกชมพู่ฟาดด้วยไม้จนสลบเหมือด และถูกจับมัดไว้ด้วยกันทั้งคู่ พร้อมกับเขียนตัวหนังสือไว้บนพุงของทั้งคู่ว่า "บ้ากาม"

ฝ่ายโต้งก็ใช้พลังผายลมที่อั้นมาสี่วันจัดการกับหวานและลูกน้องจนสลบเหมือด แล้วทั้งคู่ก็พากันหนีออกไป

รำพึง สายใจ จอร์จ และไอช่า เดินทางไปที่ว่าการอำเภอเพื่อจะช่วยอธิคมเรื่องที่ถูกสั่งย้าย ชมพู่ตามไปสมทบพร้อมกับหลักฐานจากสหกรณ์ ระหว่างนั้นกำนันเงินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกว่าอธิคมนอกจากโดนย้ายออกจากพื้นที่ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วยังจะติดคุกอีกด้วย ชมพู่ร้อนใจถามว่าจะทำอย่างไรดี รำพึงบอกว่ามีหลักฐานแล้วไม่ต้องกลัว

อธิคมกลับมาเก็บเสื้อผ้าท่ามกลางความเศร้าของพ่อแม่ แต่เขาบอกว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
"โดนขนาดนี้แล้วยังไม่เข็ดอีกรึ" เอมอรดุลูกชายอย่างเศร้าๆ
"ถ้าผมเข็ด คนที่ร่วมอุดมการณ์ก็เสียขวัญ ผมไม่ปล่อยให้คนชั่วที่คอยแทะแผ่นดินได้ใจหรอกครับ"
"ต้องให้ได้อย่างนี้สิลูกพ่อ คนทำดีนะ มันจะมีมารมาขัดขวาง เราต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้"

ชมพู่กลับมาที่บ้านรู้จากเอมอรว่าอธิคมไปแล้ว เธอตัดสินใจบึ่งเรือตามไปจนถึงถนนเลียบคลอง ชมพู่พยายามโบกมือเรียกให้อธิคมเห็น
"โธ่ ไอ้หวานเย็นชมพู ทำไมตาเซ่อออย่างนี้นะ"
เรือของชมพู่เริ่มตีขนาบจนกำลังจะแซงรถของอธิคม แต่เครื่องเรือกลับดับลงดื้อๆ ชมพู่หันไปดูที่เครื่องเรือแล้วต้องเซ็งสุดขีดเมื่อน้ำมันหมด เธอได้แต่มองรถของอธิคมวิ่งห่างออกไปด้วยความเศร้า น้ำตาเริ่มไหลออกมา อธิคมขับรถไปเรื่อยๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองกระจกหลังแล้วตกใจ
"ชมพู่"
เรือของชมพู่ค่อยๆ ไหลเข้ามาเทียบตลิ่ง ชมพู่นั่งอยู่ในเรือบ่นอย่างหงุดหงิด
"ไอ้หวานเย็นชมพูบ้า ไอ้ขี้ป๊อด เจอปัญหาแค่นี้ก็เผ่นตูดแน่บ คนอะไรขี้ขลาดชะมัดเลย คนบ้า สอนให้ชาวบ้านสู้แต่ตัวเองหนี แถม แถม แถมยังทิ้งฉันอีกด้วยคนบ้า ฮือๆ"
"ฉันไม่เคยคิดทิ้งเธอเลยนะชมพู่"
ชมพู่ชะงักนิดหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเห็นอธิคมนั่งยิ้มอยู่ริมตลิ่ง
"นาย"
"ใช่ ฉันเอง" ชมพู่ดีใจกระโดดกอดอธิคมทันทีอย่างลืมตัว
"นาย นี่นายจริงๆ ด้วย นายกลับมาแล้ว นายกลับมาแล้ว"

อธิคมชะงักนิดหนึ่งแปลกใจที่ชมพู่เข้ามากอด ก่อนจะอมยิ้มออกมา
"ฉันดีใจนะที่อย่างน้อย เธอก็อุตส่าห์เสียน้ำตาให้เมื่อรู้ว่าฉันจะต้องจากไป"
ชมพู่ชะงักรู้สึกตัวรีบผละออกจากอ้อมกอดของอธิคมทันทีด้วยความอายแต่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ทำเป็นเมินหน้าหนี
"บ้า ใครว่า ฉันก็แค่..."
"แค่อะไรเหรอชมพู่"
"แค่จริงด้วย มีจดหมายจากท่านผู้ว่ามาถึงนายแน่ะ"

ชมพู่รีบหยิบจดหมายออกมายื่นให้อธิคมด้วยรั่งโยกย้าย นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยชมพู่"
"นายไม่ได้ฝันแน่นอน หรือจะให้ฉันชกดูมั้ย ถ้าฝันนะ นายต้องไม่ปากแตก"
อธิคมโผเข้ากอดชมพู่ทันทีด้วยความดีใจ จนชมพู่อึ้งเพราะตั้งหลักไม่ทัน
"ขอบใจมากนะชมพู่ ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องจากที่นี่ไปแล้ว ขอบใจเธอจริงๆ"
"โอ๊ย เดี๋ยวสิ"
"ฉันจะทำงานให้หนักเป็นสองเท่า ทำให้บางแก้มปลั่งเป็นอำเภอที่มีความสุขที่สุดเลย"

อธิคมพูดด้วยความดีใจ ขณะที่ชมพู่อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ ค่อยๆ ยกมือขึ้นมาปาดคราบน้ำตา แล้วสัมผัสที่หลังของอธิคมอย่างให้กำลังใจ ทั้งสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างลืมตัว

โต้งไปลากเรือชองชมพู่กลับมาคนเดียว ท่ามกลางความสงสัยของทุกคนที่บ้านรำพึงและบ้านเอมอรว่าชมพู่หายไปไหน

บริเวณทางเดินในแปลงสาธิต พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า อธิคมกับชมพู่มองดูทุ่งนาที่ออกรวงต้องกับแสงอาทิตย์จนเหลืองอร่ามไปทั้งทุ่งอย่างมีความสุข ชมพู่แอบชำเลืองมองอธิคม แล้วรู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ตะวันอ้อมข้าวนี่สวยจังเลยเนอะ" ชมพู่เอ่ยขึ้น
"ข้าวมีพระคุณกับคนทั้งโลก แม้กระทั่งดวงอาทิตย์ที่ยิ่งใหญ่ยังอ้อมเพื่อคารวะ"
"โอ้โห คารมยังกับนักเขียนใหญ่"
"เรื่องจริงต่างหาก"

อธิคมเดินลงไปที่แปลงข้าวเอื้อมมือไปประคองรวงข้าวที่ออกรวงงามไว้ในมือ
"พืชต้นเล็กๆ แต่เลี้ยงคนได้ทั้งโลก เธอว่ายิ่งใหญ่พอรึเปล่าล่ะ"
ชมพู่รู้สึกเห็นด้วยกับอธิคม เดินตามอธิคมลงไปนั่งข้างๆ
"ข้าวที่นี่งามจริงๆ ทีแรกฉันยังนึกว่านายแอบเอาปุ๋ยมาใส่ตอนกลางคืนซะอีก ใครๆ ก็รู้ว่าที่แปลงนี้ดินไม่ค่อยดี"
"เราก็เลี้ยงดินให้มันดีสิ แล้วดินก็จะเลี้ยงพืชให้เราเอง"
"เลี้ยงดิน"

ชมพู่พูดขึ้นมาด้วยความสงสัย ขณะที่อธิคมยิ้มอย่างใจเย็นหยิบดินขึ้นมาจากแปลงข้าวกำมือหนึ่ง
"ดินที่นี่เดิมหมดสภาพเพราะโดนปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช แต่เราฟื้นฟูดินด้วยวิถีอินทรีย์ ใช้ฟางหรือใบแฝกมาห่มดิน"
"ฟางหรือหญ้าแฝกก็จะย่อยสลายเป็นปุ๋ย จุลลินทรีย์ในดินก็จะเริ่มฟื้นสภาพ"
"นั่นแน่ เข้าใจเร็วมาก เก่งๆ"
"ฉันอ่านหนังสือเป็น"
ชมพู่พูดอย่างอารมณ์ดี พลางยืนขึ้นมองไปรอบๆ แปลงสาธิตอย่างใช้ความคิด
"ฉันเพิ่งสังเกตชัดๆ วันนี้เอง ทฤษฎีใหม่ที่เห็นในทีวีหรือในหนังสือ ทำเป็นรูปธรรมได้จริงๆ"
"ถ้าทุกคนเข้าใจถึงทฤษฎีนี้ ทุกคนก็จะอยู่อย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน ถึงจะไม่รวยแต่ก็มีกิน มีใช้ ไม่อด"

อธิคมพูดถึงตรงนี้เสียงท้องชมพู่ก็ร้องดังขึ้นมา ชมพู่รีบกุมท้องยิ้มหน้าเจื่อน
"อูย บังเอิญยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลย สงสัยพยาธิในท้องมันประท้วงแล้ว งั้น ฉันกลับก่อนนะแล้วค่อยเจอกัน"
"เดี๋ยว"
ชมพู่ขยับจะเดินออกไปแต่อธิคมคว้ามือไว้ ชมพู่หันมามองอย่างอายๆ แต่ไม่ได้ขัดขืนอะไร
"ทานข้าวที่นี่สักมื้อนะชมพู่"
"ที่นี่งั้นเหรอ มีอะไรให้ทาน"

อธิคมพาชมพู่มาที่บริเวณที่ทานข้าวภายในแปลงสาธิต จุดเทียนบนโต๊ะอาหาร ซึ่งมีอาหารนานาชนิด ทั้งปลา น้ำพริก ผัก ผลไม้
"ไม่น่าเชื่อเลยนะ ที่ดินผืนแค่นี้ แต่มีอาหารให้กินครบห้าหมู่ แถมไม่ต้องเสียเงินซื้อเลยสักบาท"
"ข้าวในนาเรา ผักริมรั้ว ปลาในบ่อ ผลไม้ในสวน ทุกอย่างทำด้วยใจ"
"ฉันเชื่อแล้วว่าทุกอย่างที่ทำ นายทำด้วยใจจริงๆ ทำไมนายถึงทุ่มเทขนาดนี้"

อธิคมไม่ตอบแต่กลับเงยหน้าขึ้นไปมองพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่กำลังทรงงาน คาจากบัง ชมพู่มองตามอธิคม
"นายไม่ต้องอธิบาย ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว"
"พระองค์ทรงทำ เพื่อให้เราเดินตาม ไม่ใช่นิ่งเฉย"
"นายคงไม่ว่านะ ถ้าฉันจะขอเดินตามพระองค์ท่านไปกับนาย"
"พูดจริงรึเปล่าชมพู่"
"ที่ฉันอุตส่าห์ซิ่งเรือตามนายกลับมา มันน่าจะบอกได้ดีกว่าคำพูดไม่ใช่เหรอ"
อธิคมสบตาชมพู่ด้วยความรักที่มีอยู่ในใจ ขณะที่ชมพู่อมยิ้มหลบตาอธิคมด้วยความอาย และหลังจากทานข้าวเสร็จทั้งคู่พากันมานั่งกอดเข่าดูดาวที่ลานดินอย่างมีความสุข
"เฮ้อ ความสุขนี่ไม่ต้องหาไกลเลยนะ แค่เรือกสวนไร่นาบ้านเราก็เหมือนสวรรค์แล้ว" ชมพู่ยิ้มพูด
"ใช่ กินอิ่ม นอนสบาย แวดล้อมด้วยคนไทยด้วยกัน ไม่ต้องไปพึ่งแผ่นดินอื่นให้เขาดูถูก"
"ดาวที่เมืองไทยสวยจังเลย"
"พูดแปลก ดาวที่ไหนก็ดวงเดียวกัน"
"แต่ดูดาวที่อื่นอาจเหงาเพราะคิดถึงบ้าน แต่ดูดาวที่นี่ ที่นี่คือบ้านฉัน ฉันอบอุ่น"
"จริงสินะ คงไม่มีดาวที่ไหนสวยเท่าเมืองไทยอีกแล้ว แหงนหน้าก็เห็นดาวบนฟ้า มองลงมาก็เห็นดาวบนดิน"

อธิคมมองลงมาที่หิ่งห้อยหลายตัวที่บินวนเวียนอยู่บริเวณนั้นจนพราวไปหมด ชมพู่มองตามอย่างมีความสุข
"สักวันชาวบ้านบางแก้มปลั่ง จะต้องมีรอยยิ้มสดใส เปล่งปลั่งสมชื่อ"
"ไม่นานหรอกชมพู่ ฉันมั่นใจว่าเราต้องมีวันนั้น"
ทั้งอธิคมและชมพู่ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนชมพู่จะบิดตัวด้วยความเมื่อย
"โอ๊ย ดูดาวอย่างนี้เมื่อยหลัง"
"งั้นฉันสละหลังให้" อธิคมพูดยิ้มๆ ชมพู่ชะงักด้วยความอาย
"เร็วสิ จะได้หายเมื่อย โอกาสแบบนี้ไม่มีง่ายๆ หรอกนะ"
ชมพู่คิดนิดหนึ่งก่อนขยับมานั่งเอาหลังพิงกับหลังของอธิคม ดูดาวต่อไปอย่างมีความสุข
"เฮ้อ นายรู้มั้ย ฉันชอบดูดาวที่สุดเลยนะ"

อธิคมชำเลืองมองชมพู่ด้วยสายตาแห่งความรัก ก่อนที่จะแหงนมองดูดาวอย่างมีความสุข ในขณะที่ชมพู่ชำเลืองหางตามองอธิคมด้วยความรักและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล