ช้วยตั้งชื่อให้หน่อยน่ะค่ะ

ช้วยตั้งชื่อให้หน่อยน่ะค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
..ฉันเองก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆคนหนึ่ง
ไม่ได้มีพลังจิตที่จะบังคบผู้คนให้มาสนใจในตัวฉันได้ แต่ฉันรู้ ว่าฉันมีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนเปลี่ยนแปลงได้คือ " รอยยิ้ม "...
เรื่องราวมันเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันย้ายบ้านมาอยู่กับแม่ ที่เมืองแห่งหนึ่ง โรงเรียนใหม่ฉัน ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่กับแม่ไม่นาน ฉันเลยต้องเรียนรู้ใหม่หมด เพราะก่อนหน้านี้ ฉันอยู่กับป้าที่เมืองไทย ตอนนี้ฉันย้ายมาอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เราอยู่กันอีกจังหวัดหนึ่ง แม่ได้ย้ายงานมาทำอีกที่ เราเลยต้องย้ายบ้านมาด้วย ฉันเรียนภาษาที่นี้ได้พอตัวแล้ว พอที่จะฟังออกบ้างแล้ว แต่ก่อนนั้นฉันเดินออกมาข้างนอก ผู้คนที่เดินไปมานั้นเหมือนกับนกกะจอก ฉันคิดว่างั้น เพราะมันฟังไม่เข้าใจเลยว่าพวกเค้าพูดอะไรกัน แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจในสิ่งที่พวกเค้าพูดกัน มันก็เหมือนเมืองไทยน่ะ พูดคุยกันถึงเรื่อง การเมือง อาหารการกิน ครอบครัว และอากาศ ก็ไม่ต่างกันเท่าไรเลย
พรุ้งนี้ก็วันจันทร์แล้ว ฉันต้องไปโรงเรียน ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับพรุ้งนี้สิน่ะ
เฮ้อออ..
........................................

" สวัสดีตอนเช้าค่ะแม่ "

" จ้า..อื่มเมื่อไรปิดเทอมล่ะจ๊ะสา "
" ยังไม่รู้แน่นอนเลยค่ะแม่ อาจารย์ยังไม่บอกวันที่แน่นอนเลยค่ะ ทำไมค่ะ "
" ถ้าหยุดตรงวันหยุดของแม่เราจะได้กลับไทยไปทำบุญให้พ่อด้วยกัน แม่คิดเอาไว้น่ะ แต่ถ้าสายังไม่ปิดก็ไว้แม่ขอวันหยุดได้พร้อมกันเราค่อยไปก็ได้น่ะ "

...แม่ฉันยิ้มแบบหน้าเศร้า ตั้งแต่พ่อตายไป แม่ฉันก็ทำงานหนักมาตลอด ฉันสงสารแม่ ก็เลยไม่อยากทำอะไรให้แม่ทุกข์ใจ...


" ค่ะแม่ ไว้เราไปช่วงวันหยุดยาวก็ได้นี้ค่ะ แม่จะได้ไม่เสียเวลางานด้วย "

" จ้า ....แม่เติมบัตรรถเมล์ให้แล้วน่ะ จะได้ไม่ต้องเดินไปโรงเรียน "
" ขอบคุณค่ะแม่ สาว่าเดินเอาดีกว่า โรงเรียนก็ไม่ไกลเท่าไร เดินก็สนุกดีค่ะ เห็นบรรยากาศแปลก ๆทุกวันด้วย "
" จะเอาอย่างงั้นเหรอ "
" ค่ะแม่ ที่แม่เติมให้ สาจะเอาไว้เวลาจำเป็นค่ะ ไปไหนไกล ๆจริง ๆสาถึงจะใช้ เดินแค่นี้เอง ประหยัดเงินแถมร่างกายแข็งแรงด้วยค่ะ "
" จ้า ๆ"

.แม่ตอบรับฉันด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นแม่ยิ้มได้ เพราะตั้งแต่พ่อตายไปแม่ก็อยู่ในความทุกข์มาตลอด..


" อ๊าาา ! สาไปก่อนน่ะค่ะแม่ "

" จ้า เดินดี ๆน่ะลูก "
" ค่ะแม่ "

..โรงเรียนของฉันไม่ไกลเท่าไร ฉันเดินไปโรงเรียนแบบนี้มา 3 อาทิตย์แล้ว แต่ก่อนฉันก็ขึ้นรถน่ะ พอฉันเห็นเพื่อนที่เรียนอยู่เค้าเดินทุกวัน ทั้ง ๆที่บ้านของเค้าไกลกว่าฉันอีก แต่ฉัน บ้านไม่ไกลแต่กลับขึ้นรถเอา น่าอายก็เลยเลือกที่จะเดิน และเป็นการดีด้วยไม่ต้องเสียตังค่ารถแถมร่างกายแข็งแรงด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยเชียวน่ะ

วันนี้ก็เป็นปกติทุกวันเจอคุณยายข้างบ้าน เค้าทักฉันจะบอกฉันว่า ฉันนี้อารมณ์ดีจังเลย คุณยายบอกว่าเค้าชอบรอยยิ้มฉันเค้าว่าฉันยิ้มแล้วดูมีความสุข มันติดเป็นนิสัยของฉันไปแล้ว ฉันไปไหนทำอะไรก็ยามฉันจะยิ้มไว้ก่อน ก็ฉันเป็นคนไทยนี้น่ะ ยิ้มสยามไงจนเป็นสัญญาลักษณ์ประจำตัวไปสะแล้ว ที่โรงเรียนก็มักจะเรียกฉันว่า ..HAUSKANAINEN.. แปลว่าผู้หญิงที่มีความสุข
เพราะคนที่นี้น้อยครั้งที่จะยิ้มให้ักัน ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

" วันนี้หนาวจังน๊าา..ขึ้นรถไปดีมั้นน่ะ "

...ฉันมองไปรอบ ๆใคร ๆก็เดินกัน เดินเอาดีกว่า พอฉันเดินไปได้สักพัก ฉันเห็นผู้ชายใส่ชุดวิ่งสี่ขาว หมอกคลุมหัว วิ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งถนน..

" เท่จังเลย เพิ่งเคยเห็นน่ะเนี๊ยะ คนเอเชียมั้ยน่ะ ตั้งแต่มาอยู่นี้ยังไม่เคยเห็นใครเท่เท่านี้เลยแหะ "

..ฉันหันมองตามเค้าจนลืมมองทาง หัวไปชนกับเสาไฟข้างถนน...
..โป๊ก !..

" โอ้ยยยยยยยยย ! อู้ยยยย เจ็บบบ"

..ฉันนั้งลงกุมที่หัว อยู่ ๆก็ได้ยินเสียง นก เพื่อนสนิทฉันเอง..

" อ้าว ไปนั้งทำไรอย่างนั้นอ่ะสา หาเก็บเศษตังเหรอ "

..นกพูดพรางหัวเราะ..ฉันมือหนึ่งกุมหัวที่โนไว้มือหนึ่งก็จับมือนกลุกขึ้น..

" มีให้เก็บก็ดีสิ อู้ยยยย.."
" แล้วไปนั้งทำไรนั้นหล่ะ "
" มัวแต่มองคนเลยไม่ทันได้มองทาง ชนเสานี้สิ "
" ฮ่า ๆ สกมก ไม่เปลี่ยนเลยน่ะ แล้วไม่เคยมองคนรึไง"
" ไอ้คนหน่ะฉันเคยเห็น แต่คนเท่ ๆฉันเพิ่งเคยเห็นย่ะ "
" ว้าววว เพื่อนฉัน มองคนเท่เป็นด้วย นี้ตั้งแต่ฉันคบกับเธอมาเนี๊ยะ เพิ่งเคยเห็นเธอบอกว่ามองคนเท่น่ะ ไหนว่าไม่ชอบสไตฝรั่งไงหล่ะ มีุ้งุ๊บงิ๊บน่ะย่ะหล่อน "

..นกทำท่าทางออก เค้าก็งี้หล่ะ เป็นผู้หญิงที่มั่นใจ แต่งตัวเก่ง เป็นผู้หญิงที่เปรี้ยวที่สุดเลยล่ะ แต่ถึงแม้จะเป็นคนที่ชอบแต่งตัวแนวเซ็กซี่ แต่ก็มีความเป็นคนไทยสูงในเรื่องมารยาทการคุย หรือมีการะเทสะไม่เหมือนกับพวกสาว ๆทั้วไปที่คุยมักจะไม่มองว่าใครเด็กใครผู้ใหญ่..

" อ่าวแล้วนี้มาอยู่อะไรตรงนี้เนี๊ยะเธออ่ะ "

...ฉันถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วนกไม่เดินแถวนี้ บ้านนกไกลกว่าฉัน มักจะเจอกันที่ในโรงเรียนเลย...

" ก็น่ะ เห็นสาเดินอยู่ก็เลยอยากลงมาเดินด้วย "
" นี่คุณเธอ อีกไม่กี่ก้าวก็เดินเข้าโรงเรียนแล้ว มานึกพิศวาสฉันอะไรวันนี้ย่ะ "
" แหะ ๆน่ะ พอดีรถที่ฉันขึ้นมามันเสียอ่ะ ก็เลยเดินมา ก็มาเจอสานี้แหละ "
" ว่าแล้วเชียว "
" แล้วที่บอกว่าเจอคนเท่อ่ะ เจอตรงไหน ได้คุยมั้ย "

....นกถามทำหน้าตาตื่นเต้น จนฉันไม่รู้จะตอบยังไงดี..

" น่ะ ไม่รู้สิเจออยู่ฝั่งนู้นอ่ะ ไม่เห็นหน้าด้วย "

" ห๊าา! เห็นอยู่ฝั่งนู้นเนี๊ยะน่ะ แล้วไม่เห็นหน้าด้วย เพี้ยนแล้วเธออ่ะ "
" ก็ฉันรู้สึกนี้ว่าเท่นี้ "
" เฮ้อออ....สาเธอเนี๊ยะพวกอารมณ์อ่อนไหวจังน่ะ ป่ะ ๆเข้าโรงเรียนได้ล่ะ อ่านการ์ตูนมากแน่เลยเธอเนี๊ยะ เพ้อเจ้อจัง "

..นกเดินนำหน้าฉันแล้วบ่นพึมพรัม ฉันก็ไม่เคยมองใคร แล้วก็ไม่เคยรู้สึกว่าใครเท่มาก่อน ฉันเคยได้ยินเพื่อน ๆที่เมืองไทยมักจะชอบผู้ชายขาว ๆแนวฝรั่งกัน ฉันเคยสงสัยว่าเท่ตรงไหนกัน สู้คนเอเชียก็ไม่ได้ นิสัยน่ารักกว่ากันเยอะ ไม่ใจเร็ว ฉันดูหนังฝรั่งส่วนมากมั้กจะจูบกัน แต่หนังเอเชียจะให้เกียรผู้หญิงไม่ล้วงเกิน น่ะฉันคิดแบบนั้นเลยทำให้ฉันไม่เคยมองผู้ชายที่นี้เลย..

........
...วันต่อมาฉันก็เดินเหมือนเคย และฉันก็เห็นเค้าวิ่งทุกวัน แต่ก็เห็นแบบอยู่กันคนล่ะฝั่งทาง ฉันเห็นเค้าทุกวัน มีวันนี้ ฉันก็จะต้องเดินไปทางอีกฝั่งหนึ่ง เพราะเส้นทางที่ฉันเคยเดินทุกวันนั้น ได้ซ้อมแซม ฉันเพิ่งรู้ว่าเส้นทางที่เดินอยู่นี้ เป็นเส้นทางเดียวกับผู้ชายชุดขาวที่ฉันเห็นทุกเช้าจนเป็นกิจวัตร ด้วยความที่ฉันไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็แค่ความรู้สึกที่ชมชอบว่าเค้าเท่เท่านั้น ทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร
มากมาย

" อ่ะ วิ่งมาแล้ว..."

..เส้นทางที่ฉันเดินไม่มีใครเดินเลยมีแต่ฉัน กับเค้าที่วิ่งมา เค้ากำลังจะสวนทางฉัน
เค้าวิ่งผ่านฉันไปกลิ่นน้ำหอมแนวสปอต แบบจาง ๆบวกกำกลิิ่ิิ่นเหงื่อ ทำให้ติดจมูกจนลืมไม่ลง จะว่าฉันโรคจิตก็ได้น่ะ ตัวฉันคิดว่ากลิ่นเหงื่อระหว่างเล่นกีฬา กับกลิ่นเหงื่อแบบไม่อาบน้ำมันต่างกัน กลิ่นเหงื่อแบบไม่อาบน้ำเค้าเรียกว่า "เหม็น" แต่กลิ่นเหงื่อแบบเล่นกีฬา ความรู้สึกเหมือนเค้าแข็งแรงคอยปกป้องเรา
ฉันเจอเค้าแบบใกล้ ๆแบบนี้หลายครั้ง เพราะทางที่ฉันเดินก่อนหน้านี้ยังไม่เสร็จ แต่ก็น่ะอย่าเสร็จไวเลย
ฉันเดินผ่านเค้าแต่ไม่เคยเห็นหน้า และไม่รู้ด้วยว่าเค้าเป็นคนที่นี้หรือคนเอเชีย จนมาวันนี้ ฉันได้เห็นหน้าพร้อมกับได้ยินเสียงของเค้าด้วย ระหว่างที่เค้าวิ่งมาเค้าก้ม
พูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงหน้าฉันพอดี เครื่อง MP 3 ล่วงลงมาโดนที่เท้าฉัน ฉันหยิบยื้นคืนให้เค้า ฉันพูดภาษาของที่นี่

" ของตกค่ะ นี้ค่ะ "

..ฉันยิ้มให้ ก็เพราะที่นิสัยฉันเป็นแบบนี้ ยิ้มได้ทุกสถานณการก็คือฉัน..เค้าเงยหน้าขึ้นหมอกที่คลุมหน้าอยู่ก็เลื้อนลงไปข้างหลัง จึงทำให้ฉันได้เห็นหน้าเค้าเป็นครั้งแรก และได้ยินเสียงของเค้าเป็นครั้งแรกด้วย

" ขอบคุณครับ "

...เสียงน่ารักดีจัง แต่น่ะ คนที่นี้ ฝรั่ง..ฉันไม่ชอบเลย แต่เค้าหน้าตาน่ารักไม่เหมือนคนที่นี้ ตาสีน้ำตาลเหมือนฉันเลย ผมสีน้ำตาล เค้ามองฉันตาไม่กระพริบ ฉันก็เลยยิ้มให้อีกครั้งแล้วบอกว่า

" ไปก่อนน่ะค่ะ เดี่ยวไปเรียนไม่ทัน ลาก่อนค่ะ "

...ฉันหันหลังกลับไปมองเค้าอีกครั้ง เค้าเห็นฉันหันกลับไปมอง เค้ารีบหันกลับโดยที่ลืมดูว่ามีคนเดินมา ชนกันล้มลงไป ฉันเห็นเค้าขอโทษเป็นการใหญ่ ฮา ฮา เพิ่งรู้น่ะ
เนี๊ยะคนที่ฉันเห็นทุกวันจะเป็นคนเอ้อ ๆด้วย น่ารักดีแหะ

กริ้ง......กริ้งงงง....

" สาโทรศัพร์ นกโทรมาลูก "
" คร่า แม่ "
" ฮัลโหล ว่าไงย่ะ "
" นี้ขอร้องโทรศัพร์มือถือกรุณาเปิดไว้ด้วยน่ะค่ะคุณนายสา ดิฉันโทรหาไม่ค่อยอยากจะเปิดเลยน่ะย่ะ "
" ก็เพราะกลัวเธอ โทรหาน่ะสิเลยปิด "
" อ้าาาา...ยัยสา เดี๋ยวฉันแช่งให้ขี้เหร่เลยนี้ "
" จ้า ๆขอโทษ แบตหมดอ่ะเลย ชาตไฟไว้ไม่ได้เปิด "
" สารายงามที่อาจารย์ ให้ทำอ่า ว่าไง "
" เหรอ อืมม เอางี้วันพรุ้งนี้สาไปห้องสมุด หาข้อมูลจะไปสายหน่อย บอกอาจารย์ให้ด้วยล่ะ"
" ได้ ๆ เอ่อ...แล้วหนุ่มชุดขาวล่ะว่าไงมั้ง..พูดค้างไว้ที่โรงเรียนยังไม่จบเลยน่ะ"
" ก็ น่ะน่ารักดี แต่ฝรั่งอ่า "
" นี่จะบ้าเหรอเธอ ที่นี้เมืองนอกจะให้มีเด็กหน้า ตี้ อย่างบ้านเราที่เมืองไทยได้ไงย่ะ แปลกคนจริงเลยเธอเนี๊ยะ เค้าชอบ ผู้ชาย ขาว ๆล่ำ ๆกันเธอกับไม่ชอบ รสนิยมไม่มีเลยเธอเนี๊ยะ "
" ก็น่ะ ฉันไม่ชอบนี้นา
.....
ตอนต่่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล