รักแท้...มีแค่เธอ

รักแท้...มีแค่เธอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตอนที่ 1 มรสุมแห่งรักกำลังผ่านมา

ทันทีที่ตามฟ้า เรืองฤทธิ์ธารันท์ ก้าวเท้าเข้ามาในศาลาแสดงธรรมของหลวงปู่วรต ชาวบ้านหลายร้อยคนที่นั่งชุมนุมกันเป็นระเบียบเรียบร้อยฟังธรรมเทศนาอยู่ ณ.ที่นั้น ก็หันมามองชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาด้วยกิริยาอาการอันแตกต่างกันไป เหล่าสุภาพบุรุษที่มีทั้งคนชรา ผู้ใหญ่วัยกลางคน และวัยรุ่นวัยฉกรรจ์เหล่านั้น จ้องมองเขาด้วยความทึ่งในแวบแรก ต่อมา บางคนเปลี่ยนเป็นความอิจฉาริษยา เขม่นขี้หน้า... บางคนก้มหน้าด้วยความรู้สึกหม่นหมอง ด้อยค่าลงในทันที... มีส่วนน้อยเท่านั้นที่จ้องมองชายหนุ่มผู้นี้ด้วยความชื่นชม ถูกชะตา อยากทำความรู้จัก ด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่มีอคติครอบงำ สามัญสำนึกในส่วนลึกของจิตใจบอกกับพวกเขาว่า ชายหนุ่มตรงหน้านี้ เป็นผู้ที่ควรแก่การรู้จักคบหาไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเขามีลักษณะของอัจฉริยะบุคคล...

ฝ่ายสุภาพสตรี ในความนึกคิดของหญิงชราสูงอายุนั้น แวบแรกที่เห็นหน้าก็รู้สึกให้เกิดความเมตตาปรานีเอ็นดูห่วงใยราวกับลูกหลานของตัวเอง ด้วยท่าทีที่สงบนอบน้อม ใบหน้าอ่อนโยนแฝงความสุขุมนุ่มลึก หญิงชราซึ่งแม้ดวงตาจะฝ้าฟางแต่จิตใจยังใสกระจ่างราวกับกระจก รับรู้ด้วยประสบการณ์และญาณของตนว่า บุรุษหนุ่มผู้นี้ต้องจักเป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณคนเป็นแน่ชัด...

ฝ่ายสุภาพสตรีวัยกลางคน ซึ่งล้วนแต่อายุเลยเลขสามไปแล้ว ต่างมีความรู้สึกนิยมชมชอบ รักใคร่เอ็นดู พออกพอใจ ปรารถนาจะได้พูดคุยรู้จัก โดยเฉพาะพวกแม่ม่ายกระดังงาลนไฟ และพวกสาวใหญ่ไฟแรงสูงทั้งหลาย

ฝ่ายสุภาพสตรีวัยรุ่น ซึ่งมีเพียงจำนวนไม่กี่สิบคนในที่นี้ เพียงแค่ได้เห็นหน้า...ก็อดตกตะลึง ใจสั่นไหวมิได้ เพียงแค่ได้มองเรือนกาย...ก็วูบวาบหวั่นไหวไปทั้งตัว พวกเธอเหล่านั้น จ้องเขาตาค้างขณะเขาเดินตรงเข้ามา และยังคงมองตามอย่างไม่ลดละ เมื่อเขาคลานเข่าเข้าไปถวายสังฆทานแก่หลวงปู่วรต กราบทำความเคารพท่านแล้ว นั่งขัดสมาธิ พนมมือขึ้นรับพรด้วยท่าทีที่สุภาพอ่อนน้อมแต่แฝงไว้ซึ่งความสง่างามของชายชาตรี

เอกบุรุษผู้นี้ มาจากทิศใดกันหนอ...เหล่าชายชราคำนึง

ดูดีเป็นบ้า...ทำบุญด้วยอะไรวะ...เหล่าชายฉกรรจ์คำนึง

อยากรู้จักเหลือเกิน...โธ่...น่าจะแต่งตัวให้สวยกว่านี้ก็ดีหรอก...สาวใหญ่ไฟแรงสูงคำนึง

ไม่อยากเชื่อเลย...ว่าจะได้เจอเทพบุตรเข้าที่นี่ โอวว์...สวรรค์...สาววัยรุ่นคำนึง

ใครจะคิดคำนึงอย่างไร ผู้ที่ถูกตกเป็นเป้าสายตาและความคิดอันหลากหลายแตกต่างกันไปในขณะนี้ ยังคงนั่งหลับตา สำรวมจิตมั่น ไม่วอกแวก ฟุ้งซ่าน ตั้งจิตอธิษฐาน แม้จะรู้สึกแปลกๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสจิตของใครบางคนที่เพ่งตรงเข้ามาหาเขาตลอดตั้งแต่เขาเดินเข้ามาแล้ว เมื่อหลวงปู่สวดคำถวายสังฆทานเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงเงยหน้า ลืมตาขึ้น ดวงตาซึ่งปกติคมกริบและเปล่งประกายจรัสจ้าด้วยเสน่ห์ของชายชาญนั้น บัดนี้หรี่ลง ทอแสงแห่งความศรัทธาเลื่อมใส สบนัยน์ตาหลวงปู่ด้วยแววตาที่อ่อนโยน นุ่มลึก

วันนี้มาช้านะ ติดธุระอันใดอยู่หรือ โยมตามฟ้า...

หลวงปู่วรตทักทายด้วยมิตรไมตรีที่มีมาแต่ก่อนแล้ว ท่านรู้จักบุรุษหนุ่มตรงหน้านี้เป็นอย่างดี

มีปัญหาภายในบ้านนิดหน่อยที่ต้องจัดการก่อนมาครับ...

ตามฟ้าตอบท่านด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แม้ใบหน้าจะไม่แสดงความผิดปกติ แต่ก็มิอาจหลบเร้นสายตาหยั่งรู้ของหลวงปู่เฒ่าผู้ทรงแก่ฌานไปได้ แต่หลวงปู่ก็เลือกที่จะนิ่งสงบเสีย ด้วยรู้ว่าไม่มีเหตุจำเป็นใดต้องเตือนบุรุษหนุ่มผู้นี้เกี่ยวกับปัญหานั้นเลย เพราะเขาย่อมจัดการกับปัญหานั้นได้ดีที่สุดแล้ว

ปล่อยวางเสียบ้าง จิตใจก็เป็นสุข...

หลวงปู่ให้ข้อคิดเพียงเล็กน้อย ตามฟ้าเพียงยิ้มจางๆ ดวงตามีแววขมขื่นเร้นลับ

แต่ความสุขนั้น ไม่อาจจะตั้งอยู่บนความปล่อยวาง นิ่งดูดายกับเรื่องอันเป็นความชั่วร้ายไร้ศีลธรรมได้หรอกครับ ตราบใดที่ยังเห็นว่าผิด...เห็นว่าชั่ว ตราบนั้นก็ยังต้องจัดการคลี่คลายให้มันสลายหายไปสักครั้งนึง แม้จะกลับมาใหม่ในภายหลัง ก็ยังรู้สึกดี ที่ว่าวันนี้ได้แก้ไขผ่อนเบาลงไปบ้างแล้ว แม้ผลจะได้แค่เศษเสี้ยวก็ยังดีครับ

ผลบุญของการทำความดี ไม่เคยมีคำว่าเศษเสี้ยว เมื่อใดปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แล้วเกิดความอิ่มเอมใจ สุขใจ สบายใจ นั่นแปลว่า ทำสำเร็จแล้ว บันไดแห่งการทำความดีไม่มีขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง... ไม่ต้องลองวันนี้ แล้วไปดูผลวันหน้า วันนี้โยมได้ทำแล้ว ทำในสิ่งที่คิดว่าถูกและดีที่สุด หลังจากนี้ก็คือการปล่อยวาง เมื่อปัญหาเกิดขึ้น ก็สู้กับมันต่อไป สู้กันพันครั้ง ชนะใครไม่ได้ ก็ชนะตัวเอง นั่นก็เพียงพอแล้ว

หลวงปู่วรตเทศนาธรรมสั่งสอนด้วยจิตอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและปรารถนาอย่างแรงกล้า หวังให้บุรุษหนุ่มผู้นี้ได้เข้าถึงแก่นแท้ของธรรมมะสูงยิ่งขึ้นไปกว่านี้

ขอบคุณหลวงปู่ที่เทศนาสั่งสอนผม ให้คลายจากความโง่เขลา ผมเข้าใจเป็นอย่างดี การทำดีนั้นไม่ควรต้องคิดถึงผลที่ตามมา หรือคาดหวังว่ามันจะสำเร็จตามความประสงค์ จุดมุ่งหมายในการทำความดี เพื่อให้จิตใจบริสุทธิ์ หลังจากนั้นก็คือการปล่อยวาง แล้วแต่บุญแต่กรรมของแต่ละคน

อืมณ์...

หลวงปู่พยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ รู้สึกปลี้มปิติยินดีที่ได้สั่งสอนบุรุษหนุ่มผู้นี้ จนเข้าใจในหลักธรรมถ่องแท้อีกประการหนึ่ง

เหล่าสุภาพบุรุษวัยกลางคน6-7 คน ที่นั่งล้อมรอบหลวงปู่วรตในลักษณะใกล้ชิดนี้ ต่างได้ยินการเจรจาโต้ตอบเมื่อครู่นี้กันทั่วทุกคน พวกเขาเหล่านั้นจ้องมองชายหนุ่มผู้นั่งสงบสำรวมตรงหน้าด้วยความทึ่งในวาทะที่เจรจา รวมถึงการทำความเข้าใจในหลักธรรมที่หลวงปู่เทศนาด้วยสติปัญญาอันเป็นของตนเอง ก็ให้เกิดความยกย่อง นับถือ นิยมชมชอบในบุคลิกหน้าตา ท่าทาง ลักษณะอันสง่างาม และไหวพริบอันชาญฉลาดของเขา

ปีนี้ก็ครบวัยเบญจเพสแล้วสินะ...

หลวงปู่เปลี่ยนเรื่องต่อมา ตามฟ้าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ผ่องใส เหมือนได้คลี่คลายเมฆหมอกในหัวใจออกไปแล้ว บังเกิดแสงแห่งความสุขและสงบขึ้นมา

ครับ หลวงปู่

หลวงปู่วรตนิ่งไปครู่นึง พินิจมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาเคร่งขรึมจริงจังกว่าธรรมดา ดวงตาแฝงความห่วงใยและกังวลเร้นลับ ก่อนจะตัดสินใจกล่าวเตือนด้วยจิตอันปรารถนาดีอย่างยิ่งยวด

ปีนี้ โยมไม่มีเรื่องใดต้องระมัดระวังตัว เนื่องด้วยดีหมดทุกด้านแล้ว เพียงแต่...อยากเตือนเป็นกรณีพิเศษ...

หลวงปู่หยุดชะงักไปครู่ เหลือบมองเหล่าฆราวาสที่นั่งรายล้อม คอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ความจริงตั้งใจจะบอกเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวแก่บุรุษหนุ่ม แต่บัดนี้โอกาสไม่อำนวย จึงต้องบอกเดี๋ยวนี้

ดวงจะดีเพราะอิสตรีเฝ้าชมเชย...ดวงจะร้ายเพราะอิสตรีจ้องราวี ปีนี้โยมจะประสบเคราะห์กรรมแห่งความรัก และตัณหาราคะ...รุนแรงเร่าร้อน...มากมายเหลือคณานับ แรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ขอให้ตั้งสติให้มั่น ดำรงอยู่ในกรอบอันควรและชอบธรรมให้ได้ โยมเป็นผู้มีศีล...มีบุญ...มีปัญญา จงเตือนตนให้จงหนัก ระงับความรุ่มร้อนปรารถนาแห่งรสชาติกาเมฯ ให้เบาบางลงให้มากที่สุด ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หนักแน่นเข้มแข็งเข้าไว้ อิสตรีนางใดผ่านเข้ามาเป็นเหตุให้เกิดทั้งสุขและทุกข์ ก็อย่าได้ชื่นชมยินดีไปทั่วทุกคน ราศีจะมัวหมองเอา...

ตามฟ้าถึงกับอึ้งและตกตะลึงไปในทันทีนั้น เขาเข้าใจความหมายคำเตือนของหลวงปู่วรตเป็นอย่างดี แม้นบางคำท่านจะบอกอ้อมๆ แต่ที่เขาตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในชีวิต...

ระงับสติได้ ก็กลับมาสำรวมสุขุมอีกครั้ง เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่เฉียบขาดว่า

ขอบคุณหลวงปู่ที่ตักเตือนครับ...แต่ในชีวิตของผม ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...หรืออนาคต ได้ละทิ้งซึ่งความรักเสน่หาไปแล้ว ด้วยให้ไปกับหญิงสาวผู้หนึ่ง และเธอผู้นั้นก็ได้ลาภพนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ แต่หัวใจของผมก็ยังเฝ้าติดตามเธอไปอย่างไม่อาจถอนคืนได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ความรักที่ผมมีให้เธอผู้นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง และผมมั่นใจว่าคงเป็นเช่นนั้นตลอดไป เพราะ 8 ปีแล้ว ที่ผมไม่เคยให้ใครมาแทนที่เธอได้เลย...

หลวงปู่วรตส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงไม่เห็นด้วย

เมื่อเขาตายจากเราไปก่อน แปลว่าทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ เขามิใช่คู่แท้ของเรา...จงอย่าได้ยึดมั่นถือมั่น เธอผู้นั้นจะจากไปอย่างมิสงบ หากโยมยังอาลัยอาวรณ์อยู่ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน วันข้างหน้าโยมยังต้องพบพานความรักเสน่หาอีกมากมายที่เขาบังเกิดมีแก่ตน มีให้เลือกไม่หมดสิ้น จงสำรวยกาย วาจา ใจ แต่อย่าได้ทอดทิ้งเย็นชา ปราศจากความเมตตาปรานี รักได้ก็รัก รักมิได้ก็ตัดสัมพันธ์ แต่อย่าได้หลง...ตกอยู่ในห้วงกิเลสและอารมณ์ เพราะทางนั้นคือเคราะห์ร้ายที่จะทำร้ายเราได้ในภายหลัง

ตามฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตาหลวงปู่ด้วยความรู้สึกศรัทธา เคารพเลื่อมใสลึกซึ้ง

ผมจะจดจำไว้ครับ...

แล้วเขาก็ก้มลงกราบลาท่าน เพื่อจะเดินออกไปกรวดน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าศาลา ความรู้สึกสัมผัสถึงกระแสจิตอันรุนแรงยังคงติดตามโดยไม่ละห่าง แม้ขณะเขาใส่รองเท้าแล้วเดินออกมาข้างนอกแล้วก็ตาม

***************

อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตโย...

ตามฟ้าท่องคำกรวดน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานแน่วนิ่ง แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลนี้ให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ...ผู้มีพระคุณ... และสรรพสัตว์ทั้งหลายในสากลโลก ขณะที่คุกเข่าลง รินน้ำจากแก้วรดใส่ในดินของต้นมะขามอย่างช้าๆ แม้นดวงตาจะมองจับนิ่งอยู่ที่โคนของต้นไม้ แต่หัวใจกลับสั่นไหว...เต้นถี่เร็วขึ้นอย่างประหลาด ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

กระแสจิตนั่นอีกแล้ว...มันเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามฟ้ารู้สึกว่ามีพลังเร้นลับชนิดหนึ่งจู่โจมเข้ามาโอบล้อมร่างกายเขา หากแต่ไม่ได้ทำให้อึดอัด ขัดข้อง มันอบอวลไปด้วยความรู้สึก...อารมณ์...และความนึกคิด กระแสจิตนั้นเหมือนแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดมหาศาล ที่แผ่รังสีเข้ามาคล้ายต้องการจะมองทะลุให้ถึงแก่นแท้หัวใจของเขา

กระแสจิตของใครกัน...รุนแรง...และทรงอานุภาพปานนี้

ตามฟ้าวางแก้วเปล่าลงบนขอบหิน แล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ จังหวะนั้นเอง เสียงกังวานใสราวกับกังสดาลก็ลอยดังขึ้นมาข้างหลังเขา ห่างออกไปเล็กน้อย ทำเอาเขาเกือบสะดุ้ง

เอ่อ...ขอโทษนะคะ...

ชายหนุ่มหันขวับมา พริบตานั้นก็ถึงกับตกตะลึงไปวูบใหญ่ทีเดียว...

หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเขา ในระยะที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เธอแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีฟ้าน้ำทะเลปักเลื่อมสีเงินบนหน้าอกแวววาว ขับเน้นให้เห็นความเจริญอวบอิ่มบริเวณหน้าอกได้เป็นอย่างดี ท่อนล่างคือเลกกิ้งสีดำนิลคาดด้วยเข็มขัดสานสีขาวเข้ารูปโปร่งสูงบางงามระหง ท่อนแขนอ่อนช้อยเรียวยาวคล้องกระเป๋าสีขาวขนกำมะหยี่สกรีนลายสีฟ้าแมตช์เข้ากับชุดงาม ข้อมือขาวกลมกลึงนั้นสวมกำไลอะครีลิกใสดังกรุ๊งกริ๊ง ใบหน้ารูปไข่เปล่งประกายจรัสด้วยต่างหูระย้าโลหะสีทองประดับคริสตัลหลากสีที่สะท้อนแสงแดดวิบวับจับตาคน

เพียงแค่ได้ยลโฉมองค์ประกอบภายนอก ลักษณะการแต่งกายของหล่อนเท่านั้นเอง ตามฟ้าก็แทบจะหยุดลมหายใจ ตาค้างไม่อาจกระพริบ เมื่อได้ยลโฉมลักษณะเรือนร่างต่อไปอีก ก็แทบจะบอกกับใจตนเองดังๆ ว่า...

ผู้หญิงที่สวยเฉียบขาด...เป็นแบบนี้นี่เอง

ร่างสูงเด่นเป็นสง่า ดวงหน้ารูปไข่สะอาดสดใส นัยน์ตาเรียวคมสีฟ้าใสเจิดจรัสสวยราวกับแก้วเจียระไน เป็นประกายรับกับแพขนตาดำพลิ้วสลวย จมูกโด่งเป็นสันงาม ริมฝีปากสีชมพูอ่อนนุ่มหยักเต็มราวกับถูกสลัก ผมยาวดำสนิทเป็นเงางามปล่อยตรงสยายเคลียแผ่นหลัง ลำคองามระหง ผิวเนื้ออ่อนละมุนและขาวนวลเนียน สันสะโพกอวบอิ่มกลมกลึง ช่วงขาขาวผ่องและน่องเรียวงามแบบหาที่ติไม่ได้

รูปปั้นเทพีแห่งกรีกที่ว่างามเลิศแล้ว...ยังมิอาจเทียบความงดงามสวยบริสุทธิ์ของผู้หญิงตรงหน้านี้ได้เลย

ทันทีที่สบดวงตาสีฟ้าสดใสกระจ่างราวกับท้องฟ้าของฤดูร้อนคู่นั้นอีกครั้ง ตามฟ้าก็ให้แน่ชัดแก่ใจตัวเองว่า หญิงสาววัยสะพรั่งผู้นี้เป็นสาวลูกครึ่งไทย-รัสเซีย อย่างแน่นอน และมิใช่สาววัยแรกแย้มพึ่งผลิบาน หากแต่เป็นสาวผู้เจริญสมบูรณ์ พรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วยสรีระอันอวบอิ่มสวยงามแล้ว อายุของหล่อน...น่าจะไม่เกินยี่สิบห้าปี

ความประทับใจในบุคลิกลักษณะอันงดงามราวกับเทพีนั้นเกิดขึ้นกับตามฟ้าทันทีที่แรกเห็น

มีอะไรหรือครับ...

เขารีบระงับอารมณ์แห่งความเคลิบเคลิ้ม ถามมาด้วยอาการสำรวม ยิ้มน้อยๆ เป็นการผูกมิตรไมตรีให้กับหญิงสาว

เทพีแห่งกรีกเผยอยิ้มน้อยๆ ทำให้ใบหน้างดงามแบบสง่านั้นดูอ่อนหวานวิไลลึกซึ้ง ทำเอาชายหนุ่มตกตะลึงอีกครั้ง

เมื่อครู่อยู่ในศาลาได้ยินคุณสนทนากับหลวงปู่วรุต ฉันรู้สึกประทับใจมากค่ะ เลยอยากจะมาขอคำชี้แนะจากคุณ เกี่ยวกับปัญหาชีวิต ไม่ทราบพอจะมีเวลาสักเล็กน้อยไหมคะ

น้ำเสียงไพเราะเสนาะหูราวกับเสียงของระฆังแก้ว ฟันซี่เล็กๆ เรียงกันเป็นระเบียบเรียบขาวราวกับเม็ดไข่มุกนั้น ทำเอาเขาทึ่งไม่น้อย แต่วาจาประโยคนั้นก็ทำเอาเขาเลิกคิ้วด้วยความฉงนแกมประหลาดใจเช่นกัน จ้องมองเธออย่างคาดไม่ถึง แต่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มน้อยๆ

ขอบคุณที่ชื่นชมและให้เกียรติผมนะครับ แต่ผมไม่ใช่ทั้งพระสงฆ์องค์เจ้า หรือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาชีวิต คงมิอาจช่วยเหลือคุณเช่นนั้นได้ คุณควรเข้าไปสนทนากับหลวงปู่วรุต ท่านเป็นนักบวชก็จริง แต่ก็เป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้กว้างขวางด้วย ท่านอาจช่วยคุณไม่ได้ แต่ท่านเป็นผู้รับฟังที่ดีและคงให้ข้อชี้แนะแก่คุณได้ไม่มากก็น้อย

นัยน์ตาสีฟ้าคู่งามมองสบตาเขานิ่ง ไม่ถึงกับจ้อง...แต่ก็คล้ายแผ่รังสีคมปลาบอ่านเข้าไปในความคิดของเขา

แวบหนึ่ง...ชายหนุ่มคิดถึงกระแสจิตที่ตนสัมผัสได้ตั้งแต่ตอนเหยียบเข้ามาในวัด หรือกระแสจิตอันรุนแรงแต่แฝงความอบอุ่นนุ่มนวลนั้นจะเป็นของเธอผู้นี้

แต่กระแสจิตของคนธรรมดา...ไม่น่าจะมีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นนี้ได้เลยนินา

ขณะที่ตามฟ้ามองไปทางอื่น และคิดคำนึงอยู่ในใจอย่างสงสัยนั้น หญิงสาวผู้งดงามเหนือกว่าเทพีแห่งกรีก หรือเทพธิดาแห่งรัสเซียนั้น ก็ก้าวเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ จนหยุดอยู่ในระยะห่างสามก้าว

กลิ่นหอมละมุนของดอกไอริสโชยมากับสายลมปะทะนาสิกเขา ให้ความรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง เย็นสบาย มันผสมแนบเนียนกับกลิ่นกายเพศของหล่อนได้อย่างมีลีลาและเพิ่มเสน่ห์อันน่าเย้ายวน

ตามฟ้าหันกลับมามองหล่อนอย่างเต็มตาอีกครั้ง เมื่อครู่แม้ยืนอยู่ห่างไกล เขายังสัมผัสได้ถึงเสน่ห์แห่งหญิงอันเต็มเปี่ยมเพียบพร้อม แต่เมื่อได้มายืนพินิจใกล้ๆ เช่นนี้ ยิ่งแลเห็นเสน่ห์ของเธออันงามพร้อมสมบูรณ์อย่างหาที่ติไม่ได้

ไม่มีคำเลิศวิจิตรใดๆ จะบรรยายถึงความงดงามในตัวหล่อน คำว่าสวยเฉียบขาดนั้น...หมายรวมถึงทุกสิ่งอันรวมกันประกอบขึ้นเป็นตัวเธอ...

ฉันได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่แล้วค่ะ แต่มิได้ถามปัญหาที่ต้องการด้วยเกรงว่าจะเป็นการไม่สมควรนัก จึงได้มาขอรบกวนเวลาคุณ ขอสติปัญญาอันสูงส่งของคุณช่วยชี้แนะฉันบ้างเพียงสักนิดก็ยังดี...

น้ำเสียงของหล่อนอ่อนโยน นุ่มนวล ลีลาการพูดก็สละสลวย แสดงถึงผู้ที่ได้รับการศึกษามาอย่างดีแล้ว อีกทั้งแววตาของหล่อนที่เป็นประกายวิงวอนโศกซึ้ง บอกถึงความกังวลใจเร้นลับนั้น ทำเอาตามฟ้าถึงกับฉงนสนเท่ห์

เออหนอ...เพียงพึ่งได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก รู้จักแต่เพียงหน้าตา พูดจากันแค่สองประโยค หล่อนกลับบอกว่าเขามีสติปัญญาสูงส่ง...

หญิงสาวผู้นี้คำนวณความมีสติปัญญาของเขาจากตรงไหนกัน...

ตามฟ้าพินิจหล่อน มั่นใจว่าหล่อนไม่ได้เสแสร้งแกล้งยกยอเขาเพื่อให้เขาอยู่ต่อ ดวงตาของหล่อนฉายชัดถึงความบริสุทธิ์ใจ...จริงใจ ถึงกระนั้น ตามฟ้าก็ยังแสดงความประหลาดใจออกชัดทางสีหน้าแต่มิใช่ล้อเลียน

คุณยกย่องผมเกินไปแล้ว ผมมิได้มีสติปัญญาสูงส่งถึงขั้นช่วยแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้หรอก และขอโทษเถิดครับ เราพึ่งพบเจอกัน มิได้เคยรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน เหตุใดคุณจึงเดาระดับสติปัญญาของผมไปไกลถึงขั้นนั้นเชียวล่ะครับ

หญิงสาวผู้เลอโฉมหน้าแดงวูบ...ก้มหน้ามองพื้น ร้องบอกในใจว่าละอายเหลือเกินที่ไปแอบอ่านความรู้สึกนึกคิดของเขา ชายหนุ่มผู้นี้มิได้ลุ่มหลงในวาจาของเธอ กลับถ่อมตัวและพูดเป็นการดักคอเธออย่างชาญฉลาดเท่าทัน

ตามฟ้าเอียงคอน้อยๆ มองดูหล่อน อาการหน้าแดงของเธอทำให้เขาคิดว่าเธอตงอายที่เผลอพูดสิ่งที่เกินเลยไปและมิได้รู้จริง แสงแดดเริ่มลามเลียเข้ามาที่ปลายเท้าของหญิงสาว แต่เจ้าตัวยังมิรู้สึกตัว เพราะมัวแต่ปั่นป่วนวุ่นวายใจอยู่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล