มารยาทในการทำงาน 12 ข้อ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน

การทำงานเก่งอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เพราะ “มารยาทในการทำงาน” และการรู้จักวางตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการตรงต่อเวลา การใช้เสียงในออฟฟิศ การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือการเคารพเวลาส่วนตัวของคนอื่น
บางพฤติกรรมอาจดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา แต่สำหรับคนรอบข้างอาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญหรือทำให้บรรยากาศในการทำงานแย่ลงได้
Sanook จึงรวบรวม 12 มารยาทในการทำงานที่ควรรู้ สำหรับคนทำงานทุกวัย ตั้งแต่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ไปจนถึงคนที่ทำงานมานาน เพื่อช่วยให้การทำงานร่วมกับคนอื่นราบรื่นมากขึ้น
1. ตรงต่อเวลา ทั้งเวลางาน ประชุม และส่งงาน
ไม่ว่าจะเป็นการเข้างาน การเข้าประชุม หรือการส่งงานตามกำหนด การรักษาเวลาเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานร่วมกัน ถ้ารู้ว่าจะส่งงานไม่ทัน ควรแจ้งหัวหน้าหรือผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้า แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นรอโดยไม่ทราบสถานการณ์
สิ่งที่ควรทำ
- เข้าประชุมตรงเวลา
- ส่งงานตาม Deadline
- หากล่าช้า ควรแจ้งล่วงหน้า
- เผื่อเวลาสำหรับงานที่ต้องประสานกับคนอื่น
จำง่าย ๆ: ตรงต่อเวลาเมื่อทำได้ และถ้าทำไม่ได้ก็ควรสื่อสารให้เร็ว
2. ไม่ใช้เสียงดังจนรบกวนคนอื่น
การพูดคุย หัวเราะ โทรศัพท์ หรือเปิดเสียงจากคอมพิวเตอร์ดังเกินไป อาจรบกวนสมาธิของคนที่กำลังทำงานอยู่ โดยเฉพาะออฟฟิศแบบ Open Office ที่หลายคนต้องทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน การคำนึงถึงระดับเสียงจึงเป็นมารยาทสำคัญ
หากต้องประชุมออนไลน์ คุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน หรือพูดคุยเรื่องที่ต้องใช้เสียงมาก ควรเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม หากบริษัทมีห้องประชุมหรือพื้นที่สำหรับการสนทนา
3. ใช้น้ำเสียงและคำพูดให้เหมาะสมกับเพื่อนร่วมงาน
การสื่อสารที่ดีไม่ได้มีแค่ “พูดสุภาพ” แต่รวมถึงน้ำเสียงและวิธีเลือกใช้คำด้วย แม้จะสนิทกับเพื่อนร่วมงานมาก แต่ก็ไม่ควรคิดว่าทุกคนจะรู้สึกโอเคกับการแซวหรือการพูดเล่นเหมือนกัน เพราะแต่ละคนมีขอบเขตและความรู้สึกแตกต่างกัน
โดยเฉพาะเรื่องที่ควรระวัง เช่น
- รูปร่างและหน้าตา
- ครอบครัว
- รายได้
- ความสัมพันธ์ส่วนตัว
- เรื่องส่วนตัวที่อีกฝ่ายไม่ได้เปิดเผยเอง
การสื่อสารอย่างให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย เป็นพื้นฐานสำคัญของบรรยากาศการทำงานที่ดี โดย SHRM ระบุว่าการสื่อสารอย่างมีมารยาทช่วยส่งเสริมความไว้วางใจ การมีส่วนร่วม และการทำงานร่วมกันในองค์กร
4. ไม่อ่านแชตหรือมองหน้าจอของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
การนั่งอยู่ใกล้กันไม่ได้หมายความว่าเราสามารถอ่านข้อความหรือดูข้อมูลบนหน้าจอของเพื่อนร่วมงานได้ ไม่ควรแอบอ่านข้อความในโทรศัพท์ ดูแชตบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเปิดเอกสารของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากเป็นเรื่องของมารยาทแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ ความเป็นส่วนตัวและการรักษาข้อมูล โดยเฉพาะในสถานที่ทำงานที่อาจมีข้อมูลลูกค้า เอกสารภายใน หรือข้อมูลของบริษัทอยู่บนหน้าจอ
5. รักษาระยะห่าง ไม่สนิทกับคนอื่นจนล้ำเส้น
การมีเพื่อนร่วมงานที่สนิทเป็นเรื่องดี แต่ควรรู้จักแยกระหว่าง “ความสนิท” กับ “การล้ำเส้น”
ตัวอย่างเช่น การถามเรื่องส่วนตัวซ้ำ ๆ การแซวเรื่องส่วนตัวแม้อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย การแตะตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการคาดหวังให้เพื่อนร่วมงานต้องตอบข้อความหรือร่วมกิจกรรมนอกเวลางานตลอดเวลา
หลักง่าย ๆ คือ เคารพพื้นที่และขอบเขตของแต่ละคน
เพราะในที่ทำงาน เราไม่จำเป็นต้องสนิทกับทุกคน แต่ควรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมืออาชีพ
6. รักษาความลับของบริษัทและทีม
ข้อมูลบางอย่างในที่ทำงานไม่ควรถูกนำไปเผยแพร่ต่อคนนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น
- ข้อมูลภายในบริษัท
- ข้อมูลลูกค้า
- เอกสารภายใน
- ข้อมูลโครงการ
- ข้อมูลที่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
โดยเฉพาะการทำงานผ่านอีเมล โปรแกรมแชต หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรระวังการส่งข้อมูลผิดคนหรือส่งไฟล์ที่มีข้อมูลสำคัญไปยังบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย
7. ไม่ถามเงินเดือน โบนัส หรือรายได้ของคนอื่นโดยไม่จำเป็น
เรื่องเงินเดือนและรายได้เป็นเรื่องส่วนตัว และแต่ละคนมีความสบายใจในการพูดถึงเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน ดังนั้น หากอีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนเปิดประเด็นเอง ก็ควรหลีกเลี่ยงการถามแบบเจาะจง เช่น
- “เงินเดือนเท่าไร?”
- “โบนัสได้กี่เดือน?”
- “ทำไมเงินเดือนมากกว่าเรา?”
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนเป็นสิ่งต้องห้ามในทุกองค์กร เพราะบริบทและนโยบายของแต่ละที่แตกต่างกัน
8. ไม่สร้างบรรยากาศลบหรือซุบซิบนินทาในบริษัท
เรื่องเมาท์มอยอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้ากลายเป็นการปล่อยข่าวลือ พูดถึงคนอื่นในทางเสียหาย หรือสร้างกลุ่มแบ่งพรรคแบ่งพวก ก็สามารถกระทบความสัมพันธ์ในทีมได้
SHRM ระบุว่าพฤติกรรมอย่างการนินทาที่เป็นอันตราย การพูดประชดประชัน การกีดกันคนออกจากกลุ่ม และการพูดจาไม่ให้เกียรติ ล้วนเป็นตัวอย่างของพฤติกรรมที่บั่นทอนวัฒนธรรมในที่ทำงาน
9. ให้เครดิตเจ้าของผลงานเมื่อทำงานร่วมกัน
ข้อนี้เป็นมารยาทที่หลายคนอาจมองข้าม หากผลงานหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายคน ไม่ควรนำเสนอเหมือนเป็นผลงานของตัวเองเพียงคนเดียว
การให้เครดิตกับคนที่ช่วยคิด ช่วยทำ หรือมีส่วนสำคัญกับงาน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอในที่ประชุม การส่งอีเมล หรือการสรุปผลงาน จะช่วยสร้างความไว้วางใจภายในทีม
เก่งคนเดียวอาจทำให้งานเสร็จ แต่ทำงานเป็นทีมทำให้งานเดินต่อได้
10. แยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน
ทุกคนมีวันที่อารมณ์ไม่ดีหรือเจอเรื่องหนัก ๆ ในชีวิต แต่ควรพยายามไม่ให้อารมณ์ส่วนตัวส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือคนรอบข้างโดยไม่จำเป็น ในขณะเดียวกัน หากเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังเจอช่วงเวลาที่ไม่ดี ก็ควรให้พื้นที่และหลีกเลี่ยงการซักถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไป
การเป็นมืออาชีพไม่ได้หมายความว่าเราต้องไม่มีอารมณ์ แต่หมายถึงการรู้ว่า เมื่อไรควรแยกเรื่องส่วนตัวออกจากการทำงาน
11. ไม่พูดเหน็บแนม ประชด หรือแซวแรงจนเกินไป
คำว่า “ล้อเล่น” ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกสนุกด้วยเสมอไป การพูดเหน็บแนม ประชด หรือแซวเรื่องส่วนตัวซ้ำ ๆ อาจทำให้บรรยากาศในการทำงานแย่ลง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่สบายใจกับเรื่องนั้น
เรื่องที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ มุกเกี่ยวกับรูปร่าง อายุ ครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะโอเคกับมุกนั้นหรือไม่ การไม่พูดอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
12. เคารพเวลาส่วนตัว ไม่ติดต่อเรื่องงานนอกเวลาจนเกินจำเป็น
เทคโนโลยีทำให้เราติดต่อเพื่อนร่วมงานได้แทบตลอดเวลา แต่การที่สามารถส่งข้อความได้ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะต้องพร้อมตอบตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ควรเคารพเวลาส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน และหลีกเลี่ยงการคาดหวังว่าจะต้องตอบแชตหรืออีเมลทันทีนอกเวลางาน
สำหรับองค์กรที่มีนโยบายเกี่ยวกับเวลาทำงาน การติดต่อหลังเวลางาน หรือการทำงานแบบ Hybrid/Remote ก็ควรยึดตามแนวทางของบริษัทเป็นหลัก
ทำอย่างไรให้เป็น “เพื่อนร่วมงานที่ดี”?
ตรงนี้จะช่วยให้บทความไม่ใช่แค่ Listicle 12 ข้อ แต่ตอบ Intent เชิง How-to เพิ่มขึ้น อาจสรุปเป็น 5 หลักง่าย ๆ:
- เคารพเวลา ของคนอื่น
- เคารพพื้นที่ส่วนตัว ของคนอื่น
- สื่อสารให้ชัดเจนและสุภาพ
- รับผิดชอบงานของตัวเอง
- ให้เครดิต/ให้เกียรติ คนรอบข้าง
สรุปมารยาทในการทำงาน ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นคนพูดเพราะหรือเข้ากับทุกคนได้ แต่คือการรู้จักเคารพเวลา พื้นที่ ความเป็นส่วนตัว และความรู้สึกของคนรอบข้าง รวมถึงรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว “เพื่อนร่วมงานที่ดี” ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สนิทที่สุด แต่ควรเป็นคนที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่า สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจและเป็นมืออาชีพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




