ยุคสาธารณรัฐจีน คือช่วงไหน? ยุคความขุนศึกมาเฟีย ทำไมเป็นพล็อตซีรีส์ยอดนิยม

ยุคสาธารณรัฐจีน คือช่วงไหน? ยุคความขุนศึกมาเฟีย ทำไมเป็นพล็อตซีรีส์ยอดนิยม

ยุคสาธารณรัฐจีน คือช่วงไหน? ยุคความขุนศึกมาเฟีย ทำไมเป็นพล็อตซีรีส์ยอดนิยม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ยุคสาธารณรัฐจีน คือตอนไหน? เสน่ห์แห่งยุคสมัยบนความขัดแย้ง หรูหรา ขุนศึกครองเมือง สู่พล็อตยอดนิยมในซีรีส์จีน

หากเป็นแฟนซีรีส์จีนหรือหนังฮ่องกง เชื่อว่าต้องคุ้นเคยกับพล็อตย้อนยุค ผู้ชายในชุดสูทสากลหรือเครื่องแบบทหาร ผู้หญิงสวมชุดกี่เพ้าเข้ารูป บรรยากาศเมืองสุดคลาสสิกแนวแนวเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ซึ่งยุคนี้เรียกว่า “ยุคสาธารณรัฐจีน” หรือ “ยุคหมินกั๋ว” (民国时期) ยุคนี้คือช่วงเวลาไหน มีความเป็นมาอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ผู้สร้างซีรีส์หยิบมาทำซ้ำได้ไม่มีเบื่อ 

โจวเหวินฟะ ในซีรีส์ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (The Bund) ปี 1980

ยุคสาธารณรัฐจีน คือช่วงไหน?

ยุคสาธารณรัฐจีน (Republic of China Era) หมายถึงช่วงปี ค.ศ. 1912 – 1949 (พ.ศ. 2455 – 2492) ระยะเวลาประมาณ 37 ปี นับตั้งแต่งช่วงล่มสลายของราชวงศ์ชิงและการสิ้นสุดระบอบฮ่องเต้ จนถึงการสถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน บนแผ่นดินใหญ่โดยพรรคคอมมิวนิสต์

แม้จะมีระยะเวลาไม่ยาวนาน แต่เป็นยุคที่มีความผันผวนทางการเมืองสูงมาก บริบทของยุคนี้แบ่งออกเป็นช่วงสำคัญ ได้แก่:

  • ค.ศ. 1912–1916 (ช่วงก่อตั้งรัฐบาล): ช่วงเปลี่ยนผ่านหลังสิ้นสุดราชวงศ์ชิง การเมืองยังไม่มั่นคง มีการแย่งชิงอำนาจ นำโดย หยวนซื่อไข่

  • ค.ศ. 1916–1928 (ยุคขุนศึกครองเมือง): รัฐบาลกลางอ่อนแอ ผู้นำทหารแต่ละภูมิภาคแตกแยกและตั้งตนเป็นใหญ่ ซีรีส์แนวสืบสวน ความรักระหว่างจอมพลขุนศึกกับหญิงสาว หรือการแก่งแย่งดินแดนมักใช้ฉากหลังยุคนี้

  • ค.ศ. 1927–1937 (ทศวรรษนานกิง): รัฐบาลก๊กมินตั๋ง เจียง ไคเชก รวมประเทศได้บางส่วน เมืองใหญ่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เกิดสังคมความบันเทิง แฟชั่น และธุรกิจสมัยใหม่

  • ค.ศ. 1937–1945 (สงครามจีน–ญี่ปุ่น): ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองสำคัญถูกยึดครอง ต้องรับมือกับการรุกรานจากต่างชาติ

  • ค.ศ. 1945–1949 (สงครามกลางเมือง): การปะทะกันระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ ก่อนที่ฝ่ายก๊กมินตั๋งจะถอยร่นไปตั้งรัฐบาลที่เกาะไต้หวัน หลังได้รับชัยชนะในสงครามกลางเมือง พรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของ เหมา เจ๋อตง สถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ณ กรุงปักกิ่ง 

เจียง ไคเชก บุคคลจริงในประวัติศาสตร์

สภาพสังคมและเสน่ห์ความขัดแย้ง

เอกลักษณ์ที่ทำให้ยุคนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว คือความผสานกันระหว่าง ตะวันตก vs ตะวันออก และความแตกต่างสุดขั้วในสังคม

1. แฟชั่นคลาสสิกและวิถีชีวิตเมืองใหญ่

เมืองท่าอย่าง เซี่ยงไฮ้ (ปารีสแห่งตะวันออก), นานกิง, ปักกิ่ง, เทียนจิน และกว่างโจว เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยอาคารสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) โรงแรมหรู คาสิโน และรถราง

  • ผู้หญิง: นิยมสวม "ชุดกี่เพ้า" (ชี่ผาว) ตัดเย็บเข้ารูปทันสมัย พร้อมดัดผมลอนแบบสายฝรั่ง

  • ผู้ชาย: สวม "ชุดสูทสากล" พร้อมหมวกปีก หรือ "ชุดจงซาน" (สูทซุนยัตเซ็น) และเครื่องแบบทหารยศสูง

หวังฉู่หรัน จากซีรีส์ หากวินาทีนั้นไม่พบเธอ (Overdo)

2. เขตสัมปทานต่างชาติและอิทธิพลมืด

เมืองใหญ่มีพื้นที่ "เขตเช่าต่างชาติ" (Concessions) ที่ชาติตะวันตกถือสิทธิ์บริหาร เกิดการผสมผสานของวัฒนธรรม และเป็นแหล่งซ่อนตัวของสมาคมลับ แก๊งมาเฟีย เจ้าพ่อ คาสิโน และการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

3. ชนชั้นที่แตกต่างและการปะทะทางความคิด

ขณะที่คนในเมืองใหญ่ใช้ชีวิตฟู่ฟ่า ประชาชนในชนบทส่วนใหญ่ยังคงยากจนและได้รับผลกระทบจากสงคราม คนรุ่นใหม่เริ่มออกมาเรียกร้องเสรีภาพ ความเท่าเทียม ต่อต้านการแต่งงานแบบคลุมถุงชน ในขณะที่สังคมส่วนใหญ่ยังยึดติดกับธรรมเนียมดั้งเดิม

ทำไมผู้สร้างซีรีส์ถึงชอบใช้ยุคนี้เป็นฉากหลัง?

  1. ภาพลักษณ์สวยงาม มีสไตล์ (Aesthetic): เสื้อผ้า แฟชั่นกี่เพ้า สูทสากล และฉากเมืองโบราณผสมตะวันตก ช่วยให้ภาพในซีรีส์ออกมาสวยงาม คลาสสิก และมีเอกลักษณ์น่าติดตาม

  2. พล็อตเรื่องหลากหลายและเข้มข้น: ความวุ่นวายทางการเมือง สายลับ กองกำลังทหาร เจ้าพ่อมาเฟีย และเขตเช่าต่างชาติ เปิดโอกาสให้เขียนบทได้หลายแนว ทั้งแนวชิงอิทธิพล จารกรรมสายลับ สืบสวนสอบสวน ไปจนถึงรักโรแมนติกท่ามกลางมรสุมสงคราม

  3. สะท้อนการต่อสู้ของตัวละคร: ช่องว่างระหว่างชนชั้นและการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย ทำให้ตัวละครมีความซับซ้อน มีมิติ และต้องดิ้นรนเพื่ออุดมการณ์หรือความรักอย่างเด่นชัด

จางหลิงเฮ่อ จากซีรีส์ หากวินาทีนั้นไม่พบเธอ (Overdo)

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล