เปิดวิธีนับเวลาแบบไทย "โมง ทุ่ม ตี ยาม" คืออะไร? คนรุ่นใหม่ต้องรู้

เคยสงสัยไหมเวลาเราดูละครย้อนยุค หรือคุยกับคุณปู่คุณย่า แล้วได้ยินคำว่า "สามยามแล้ว" "รอจนถึงทุ่มหนึ่ง" หรือ "นัดกันตอนสี่โมง" คำพวกนี้มีที่มาจากไหน? ทำไมเวลากลางวันถึงเรียก "โมง" กลางคืนเรียก "ทุ่ม" ดึก ๆ เรียก "ตี" แล้วคำว่า "ยาม" ของคนไทยโบราณเขานับกันอย่างไร
วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนเวลาไปเจาะลึก วิธีนับเวลาแบบไทยโบราณ ฉบับเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วหายงงแน่นอน
ที่มาของคำว่า "โมง-ทุ่ม-ตี-ยาม"
ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีนาฬิกาข้อมือแบบดิจิทัล หรือสมาร์ตโฟนใช้แบบในยุค 2026 คนไทยเราอาศัย "เสียง" จากการตีเครื่องมือต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ในวังหรือป้อมยาม เพื่อบอกให้ชาวบ้านรู้ว่าเป็นเวลาไหน
- โมง: มาจากเสียงของ "ฆ้อง" (เสียงดัง โมง..โมง..) ใช้ตีบอกเวลาในช่วง กลางวัน
- ทุ่ม: มาจากเสียงของ "กลอง" (เสียงดัง ทุ่ม..ทุ่ม..) ใช้ตีบอกเวลาในช่วง กลางคืน
- ตี: มาจากกริยาการ "ตีแผ่นเหล็กหรือไม้" บอกสัญญาณในช่วง ดึกถึงรุ่งเช้า
- ยาม: คือ "ช่วงเวลา" ที่เจ้าหน้าที่หรือยามทหารเปลี่ยนเวรกันเฝ้าเวรยามในตอนกลางคืน
วิธีนับเวลาโบราณ เทียบกับเวลาปัจจุบัน
เพื่อให้เข้าใจง่าย เรามาลองแบ่งช่วงเวลาการนับแบบไทยดั้งเดิมเทียบกับระบบนาฬิกาสากล (24 ชั่วโมง)
1. ช่วงเวลากลางวัน
เริ่มนับตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง
ช่วงเช้า (ย่ำรุ่ง - เที่ยง): เริ่มจาก 06:00 น. เรียกว่า "ย่ำรุ่ง" จากนั้นนับเป็น โมงเช้า (07:00 น.), สองโมงเช้า (08:00 น.) ไปจนถึง ห้าโมงเช้า (11:00 น.) และจบที่ "เที่ยงวัน" (12:00 น.)
ช่วงบ่าย (บ่าย - ย่ำค่ำ): หลังเที่ยงวันจะเริ่มที่ บ่ายโมง (13:00 น.), บ่ายสองโมง (14:00 น.), บ่ายสามโมง (15:00 น.) จากนั้นในอดีตจะเรียก สี่โมงเย็น (16:00 น.) ไปจนถึง ห้าโมงเย็น (17:00 น.) และสิ้นสุดกลางวันด้วยคำว่า "หกโมงเย็น" หรือ "ย่ำค่ำ" (18:00 น.)
2. ช่วงกลางคืน
เริ่มต้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ตั้งแต่ 19:00 น. เป็นต้นไป โดยนับวนไปจนถึงเที่ยงคืน
- 1 ทุ่ม = 19:00 น.
- 2 ทุ่ม = 20:00 น.
- 3 ทุ่ม = 21:00 น.
- 4 ทุ่ม = 22:00 น.
- 5 ทุ่ม = 23:00 น.
- เที่ยงคืน หรือ สองยาม = 24:00 น. (00:00 น.)
3. ช่วงดึกถึงรุ่งเช้า
หลังจากเที่ยงคืนไปแล้ว คนโบราณจะเปลี่ยนมาใช้คำว่า "ตี" เพื่อบอกเวลาจนกว่าจะเช้าวันใหม่:
- ตี 1 = 01:00 น.
- ตี 2 = 02:00 น.
- ตี 3 = 03:00 น.
- ตี 4 = 04:00 น.
- ตี 5 = 05:00 น. (ก่อนจะเวียนกลับไปที่ย่ำรุ่งตอน 6 โมงเช้า)
"1 ยาม" ของไทย เท่ากับกี่ชั่วโมง
คำว่า "ยาม" เป็นคำที่คนรุ่นใหม่สับสนบ่อยที่สุด เพราะในระบบสากลมักจะแบ่งยามละ 3 ชั่วโมง (ตามแบบบาลี) แต่สำหรับ ระบบยามของไทยโบราณแท้ ๆ จะแบ่งเวลากลางคืนออกเป็น 4 ยาม เท่า ๆ กัน โดย 1 ยามไทย จะมีความยาวเท่ากับ 3 ชั่วโมง
- ยาม 1: ตั้งแต่ 18:00 น. ถึง 21:00 น. (สามทุ่ม)
- ยาม 2 (สองยาม): ตั้งแต่ 21:00 น. ถึง 24:00 น. (เที่ยงคืน) เป็นที่มาของคำว่า "ดึกสงัดปานสองยาม"
- ยาม 3 (สามยาม): ตั้งแต่ 00:00 น. ถึง 03:00 น. (ตีสาม)
- ยาม 4 (สี่ยาม): ตั้งแต่ 03:00 น. ถึง 06:00 น. (ย่ำรุ่ง)
สรุปแล้ว แม้ว่าในปัจจุบันเราจะใช้นาฬิกาดิจิทัลและบอกเวลาเป็นตัวเลขสากลแล้ว แต่คำว่า โมง-ทุ่ม-ตี ก็ยังคงสอดแทรกอยู่ในภาษาพูดประจำวันของพวกเราอย่างเหนียวแน่น การได้รู้ที่มาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราดูละครย้อนยุคได้สนุกขึ้น หรือเข้าใจวรรณคดีไทยในห้องเรียนได้ลึกซึ้งขึ้น แต่ยังทำให้เราเห็นถึงภูมิปัญญาและการสื่อสารอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษไทยอีกด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)