หลายคนทิ้ง "เปลือกส้มโอ" ทั้งที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

เปลือกส้มโอ ไม่ใช่แค่เศษอาหารที่ต้องทิ้ง แต่มีสารสำคัญหลายชนิดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและถูกนำไปใช้ต่อยอดในหลายผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การนำเปลือกส้มโอมาใช้ก็มีข้อควรระวังที่ควรรู้
หลายคนยังเข้าใจว่า เฉพาะเนื้อส้มโอเท่านั้นที่มีประโยชน์ บทความนี้จะสรุปสรรพคุณของเปลือกส้มโอ ส่วนสีขาวของเปลือกคืออะไร และปัจจุบันถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านใดบ้าง
ประโยชน์ของเปลือกส้มโอ
เปลือกส้มโอ ประกอบด้วยส่วนผิวสีเขียวหรือสีเหลืองที่มีน้ำมันหอมระเหย และส่วนสีขาวหนาที่มีใยอาหารกับเพกทิน งานวิจัยพบว่าเปลือกส้มโอยังมีสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์หลายชนิด แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพส่วนใหญ่ยังเป็นข้อมูลจากการศึกษาในห้องทดลองหรือสารสกัดเข้มข้น
1. นำเปลือกส้มโอมาทำอาหารและขนม
ส่วนสีขาวของเปลือกส้มโอสามารถนำมาแปรรูปเป็นเปลือกส้มโอเชื่อม แยม หรือขนมหวานได้ แต่ต้องล้างและต้มเปลี่ยนน้ำหลายครั้ง เพื่อลดรสขมและสารตกค้างบนผิวเปลือก
แม้เปลือกส้มโอจะมีใยอาหารและเพกทิน แต่ขนมเปลือกส้มโอเชื่อมมักมีน้ำตาลสูง จึงควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
2. ใช้เพิ่มกลิ่นหอมภายในบ้าน
ผิวด้านนอกของเปลือกส้มโอมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นแบบซิตรัส สามารถหั่นเป็นชิ้นแล้ววางในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเท หรือนำไปต้มกับน้ำเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นภายในบ้าน
อย่างไรก็ตาม เปลือกส้มโอไม่ได้กำจัดต้นเหตุของกลิ่นอับ หากตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ หรือตู้เย็นมีกลิ่นผิดปกติ ควรทำความสะอาดและแก้ปัญหาความชื้นหรืออาหารเน่าเสียร่วมด้วย
3. นำไปทำถุงหอมหรือเครื่องหอมจากธรรมชาติ
นำเปลือกส้มโอไปตากแดดหรืออบจนแห้งสนิท จากนั้นใส่ในถุงผ้าโปร่งเพื่อใช้เป็นถุงหอมในตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักได้ วิธีนี้ช่วยนำเศษอาหารกลับมาใช้ประโยชน์และลดปริมาณขยะในครัวเรือน
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปลือกแห้งสนิทก่อนเก็บ เพราะหากยังมีความชื้น อาจเกิดเชื้อราและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้
4. ใช้เป็นวัตถุดิบทำผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
เปลือกส้มโอมีสารต้านอนุมูลอิสระและน้ำมันหอมระเหย จึงถูกนำไปศึกษาและใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางประเภท แต่ไม่ควรนำเปลือกสด น้ำคั้น หรือน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นมาทาผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ได้
ผู้ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากเปลือกส้มโอควรเลือกสูตรที่ผลิตได้มาตรฐาน และทดลองทาบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีประวัติแพ้ผลไม้ตระกูลซิตรัส
5. เปลือกส้มโออาจช่วยไล่แมลงได้หรือไม่?
น้ำมันหอมระเหยจากพืชตระกูลส้มมีสารสำคัญ เช่น ลิโมนีน ซึ่งมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติในการไล่หรือควบคุมแมลง อย่างไรก็ตาม การวางหรือเผาเปลือกส้มโอไม่ได้ให้ประสิทธิภาพและระยะเวลาป้องกันยุงที่แน่นอนเหมือนผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่ผ่านการรับรอง
ไม่ควรจุดเปลือกส้มโอแห้งในห้องปิดหรือบริเวณที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เพราะควันจากการเผาไหม้อาจระคายเคืองปอดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้
6. นำไปทำปุ๋ยหมัก
เปลือกส้มโอสามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ในกองปุ๋ยหมักร่วมกับเศษผัก ใบไม้แห้ง และวัสดุอินทรีย์อื่นได้ การหั่นให้มีขนาดเล็กจะช่วยให้เปลือกที่มีความหนาย่อยสลายได้เร็วขึ้น
ไม่ควรใส่เปลือกส้มโอจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะน้ำมันหอมระเหยและความเป็นกรดอาจรบกวนสมดุลของกองปุ๋ย ควรใส่ในปริมาณพอเหมาะและคลุกให้กระจายทั่วกอง

ข้อควรระวังก่อนนำเปลือกส้มโอมาใช้
- ล้างเปลือกให้สะอาดก่อนนำมาทำอาหารหรือสัมผัสผิว
- หลีกเลี่ยงการใช้เปลือกที่มีเชื้อรา จุดเน่า หรือกลิ่นผิดปกติ
- ไม่ควรใช้น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นทาผิวโดยไม่เจือจาง
- ไม่ควรเผาเปลือกในพื้นที่ปิดหรือใกล้วัสดุไวไฟ
- ผู้ที่แพ้ผลไม้ตระกูลส้มควรหลีกเลี่ยงการใช้กับผิวและการรับประทาน
- ไม่ควรใช้เปลือกส้มโอหรือสารสกัดเพื่อรักษาโรคแทนการพบแพทย์
เปลือกส้มโอมีประโยชน์ ทั้งการนำมาทำขนม ทำถุงหอม เพิ่มกลิ่นสดชื่นภายในบ้าน ทำปุ๋ยหมัก และใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพราะมีเพกทิน ใยอาหาร ฟลาโวนอยด์ และน้ำมันหอมระเหย อย่างไรก็ตาม ควรล้างให้สะอาด ใช้ในปริมาณเหมาะสม และระมัดระวังการระคายเคืองจากน้ำมันหอมระเหย รวมถึงควันจากการเผาเปลือก
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)