สนิทแค่ไหนก็ห้าม! 3 เรื่องต้องห้ามชวนคุยในออฟฟิศ เสี่ยงงานพัง-มองหน้ากันไม่ติด

สนิทแค่ไหนก็ห้าม! 3 เรื่องต้องห้ามชวนคุยในออฟฟิศ เสี่ยงงานพัง-มองหน้ากันไม่ติด

สนิทแค่ไหนก็ห้าม! 3 เรื่องต้องห้ามชวนคุยในออฟฟิศ เสี่ยงงานพัง-มองหน้ากันไม่ติด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สนิทแค่ไหนก็ต้องเบรก! 3 เรื่องต้องห้าม ชวนคุยในออฟฟิศเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ซับซ้อน-พังง่ายที่สุด

ในโลกของการทำงาน การเป็นคนคุยสนุกและเข้ากับคนอื่นได้ง่ายถือเป็นข้อได้เปรียบครั้งใหญ่ แต่ทว่า "สิ่งที่ไม่ควรพูด" นั้น กลับมีความสำคัญมากกว่า "ความเข้ากันได้" เสียอีก หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเมื่อสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานจนบรรยากาศเป็นกันเองแล้ว จะสามารถยกเรื่องอะไรมาพูดคุยก็ได้

แต่สุดท้ายกลับพบว่าหัวข้อบางเรื่องเมื่อพูดออกไปแล้ว ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาแทงตัวเอง แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยเรียบง่ายในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องอึดอัดและซับซ้อนขึ้นมาทันที

1. เรื่องเงินเดือน โบนัส และการเลื่อนขั้น

เรื่องเงินๆ ทองๆ ถือเป็นหัวข้อที่อ่อนไหวที่สุดในชีวิตการทำงาน แม้ว่าจุดประสงค์ของคุณจะเป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็น หรืออยากเช็กว่าค่าตอบแทนของตัวเองสมน้ำสมเนื้อหรือไม่ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณลงลึกรายละเอียดเรื่องรายได้กับเพื่อนร่วมงาน มันจะจุดชนวนให้เกิดการเปรียบเทียบในใจทันที

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจรู้สึกไม่เป็นธรรม หรือแอบจดจำตัวเลขของคุณไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์หลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับการปรับตำแหน่งและผลการประเมินงาน หัวข้อเหล่านี้มักจะไม่จบลงแค่การพูดคุยขำๆ แต่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในวงนินทาครั้งต่อไป

2. การวิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานในแง่ลบ

การบ่นเรื่องงานเป็นเรื่องธรรมชาติของคนออฟฟิศ แต่การสร้างความสัมพันธ์โดยมีจุดร่วมคือ "การร่วมกันนินทาคนอื่น" ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คุณอาจคิดว่ากำลังระบายความในใจกับคนที่ไว้ใจได้ และอีกฝ่ายก็เออออห่อหมกด้วยในตอนนั้น แต่ความจริงที่โหดร้ายของออฟฟิศคือ "ความลับไม่มีในโลก"

วันนี้คุณพูดว่าหัวหน้าคนนี้รับมือยาก หรือเพื่อนร่วมงานคนนั้นทำงานแย่ วันพรุ่งนี้คำพูดเหล่านั้นอาจถูกดัดแปลงและส่งต่อจนไปถึงหูของเจ้าตัวในที่สุด เพราะในโลกการทำงาน ทุกคนต่างเลือกยืนอยู่ในจุดที่ได้ประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเอง การเก็บอารมณ์และคำวิจารณ์ตรงๆ ไว้กับตัวเองจึงปลอดภัยที่สุด

iStockphoto

3. เรื่องความรัก ครอบครัว และปัญหาเสื่อมเสียส่วนตัว

การแชร์เรื่องราวชีวิตประจำวันขำๆ อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ในที่ทำงานมีชีวิตชีวาขึ้น แต่หากคุณเริ่มเปิดเผยปัญหาความรัก ความขัดแย้งในครอบครัว หรือรายละเอียดทางอารมณ์ที่ส่วนตัวจนเกินไป คุณกำลังเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการตกเป็นหัวข้อสนทนาของคนอื่น ความเห็นอกเห็นใจในออฟฟิศบางครั้งก็ไม่ได้มาจากความจริงใจ

เพราะคนที่รับฟังและปลอบใจคุณในวันนี้ อาจนำเรื่องราวของคุณไปเป็นประเด็นเม้าท์สนุกปากในวันหน้า ยิ่งไปกว่านั้น การนำเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานมากเกินไป อาจทำให้ภาพลักษณ์ความมืออาชีพของคุณลดลงในสายตาคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว

การทำงานในออฟฟิศมีเส้นแบ่งระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวที่ค่อนข้างเลือนราง การพูดคุยมากเกินไปหรือลึกเกินไป บางครั้งแทนที่จะช่วยเพิ่มความสนิทสนม กลับกลายเป็นการฝังระเบิดเวลาไว้ให้ตัวเอง

ดังนั้นก่อนจะเริ่มบทสนทนาครั้งต่อไป ควรถามตัวเองให้ดีก่อนว่า เรื่องนี้ควรหยุดไว้แค่ในกลุ่มเพื่อนสนิทนอกเวลางาน หรือควรนำเข้ามาพูดในออฟฟิศ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในการทำงานให้ราบรื่นและเป็นมืออาชีพที่สุด

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล