คำว่า "นิสิต กับ นักศึกษา" ต่างกันอย่างไร และสถานบันไหนยังใช้คำว่า "นิสิต" บ้าง?

คำว่า "นิสิต กับ นักศึกษา" ต่างกันอย่างไร และสถานบันไหนยังใช้คำว่า "นิสิต" บ้าง?

คำว่า "นิสิต กับ นักศึกษา" ต่างกันอย่างไร และสถานบันไหนยังใช้คำว่า "นิสิต" บ้าง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

'นิสิต' กับ 'นักศึกษา' ต่างกันอย่างไร? เปิดประวัติศาสตร์คำเรียกผู้เรียนในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมเช็กรายชื่อสถาบันที่ยังใช้คำว่านิสิตในปัจจุบัน

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมบางมหาวิทยาลัยถึงเรียกผู้เรียนว่า “นิสิต” ในขณะที่บางแห่งกลับเรียกว่า “นักศึกษา” ทั้งที่ทุกคนก็สวมชุดเครื่องแบบและเรียนในระดับอุดมศึกษาเหมือนกัน

คำสองคำนี้ไม่ได้ถูกเลือกใช้เพียงเพราะความเก๋เท่ แต่มีเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์และบริบทการก่อตั้งสถาบันที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง วันนี้จะพาไปเจาะลึกความต่างของสองคำนี้ พร้อมเปิดลิสต์มหาวิทยาลัยที่ยังคงใช้คำว่านิสิตมาจนถึงปัจจุบัน

เปิดความต่างทางประวัติศาสตร์: นิสิต vs นักศึกษา

  • นิสิต (ผู้อยู่อาศัย): มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลี แปลความหมายตรงตัวว่า "ผู้อาศัยอยู่กับพระอุปัชฌาย์" ในอดีตมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งยุคแรกเริ่มมักเป็นสถาบันที่มีหอพักให้ผู้เรียนได้กินนอนและใช้ชีวิตอยู่ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย จึงนิยมใช้คำว่านิสิตเพื่อสื่อถึงการเป็นผู้อยู่อาศัยในสถานศึกษา

  • นักศึกษา (ผู้แสวงหาความรู้): เกิดขึ้นในยุคที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและต้องการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตย โดยจุดเริ่มต้นมาจาก มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในรูปแบบ "มหาวิทยาลัยเปิด" ที่ไม่มีหอพักบังคับให้ผู้เรียนอาศัยอยู่ภายใน จึงมีการบัญญัติคำว่า "นักศึกษา" ขึ้นมาใหม่เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและมีความเป็นไทยมากขึ้น

แม้ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาแทบทุกแห่งจะมีหอพักรองรับผู้เรียนเหมือนกันหมดแล้ว แต่มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมานานก็ยังคงรักษาธรรมเนียมการใช้คำเดิมเอาไว้ เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานขององค์กร

11 มหาวิทยาลัยที่ใช้คำว่า "นิสิต"

ปัจจุบันมีทั้งมหาวิทยาลัยรัฐบาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยสงฆ์ และมหาวิทยาลัยเอกชน ที่ยังคงใช้คำว่านิสิตเรียกผู้เรียนอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สถาบันแรกของไทยที่ใช้คำนี้)

  2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  3. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (และอดีตวิทยาเขตที่แยกตัวออกไป)

  4. มหาวิทยาลัยนเรศวร

  5. มหาวิทยาลัยบูรพา

  6. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

  7. มหาวิทยาลัยทักษิณ

  8. มหาวิทยาลัยพะเยา

  9. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสงฆ์)

  10. มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (มหาวิทยาลัยเอกชน)

  11. มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น (มหาวิทยาลัยเอกชน)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล