ทำไมเราถึงหยุดเล่นมือถือก่อนนอนไม่ได้สักที

ทำไมเราถึงหยุดเล่นมือถือก่อนนอนไม่ได้สักที

ทำไมเราถึงหยุดเล่นมือถือก่อนนอนไม่ได้สักที
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตั้งใจจะไม่เล่นมือถือก่อนนอน แต่สุดท้ายก็หยิบขึ้นมาไถ TikTok ดู Instagram จนเผลอหลับไปพร้อมหน้าจอ พอตื่นเช้าก็รู้สึกไม่สดชื่น เหนื่อย และหงุดหงิดง่าย ทำความเข้าใจเบื้องลึกของพฤติกรรม เล่นมือถือก่อนนอน และวิธีรับมือแบบไม่ต้องฝืนใจจนเครียด

ทำไมสมองเราถึงติดการเล่นมือถือก่อนนอน

1. หนีความเครียดจากชีวิตจริง

ตอนกลางวันเราต้องเจอกับงาน ความกดดัน หรือปัญหาหนักๆ พอถึงเวลาก่อนนอน สมองก็อยากได้ "รางวัล" หรือสิ่งที่ให้ความรู้สึกดี มือถือจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ง่ายและตอบสนองทันที

2. แสงสีฟ้ากระตุ้นสมองให้ตื่น

แม้รู้ว่าแสงจากหน้าจอมือถือทำให้หลับยาก แต่มันก็ทำให้สมองตื่นตัวเหมือนกำลังได้รับความสนุก ไม่อยากนอน เพราะรู้สึกว่ายังมีเรื่องให้ติดตามอีกมากมาย

3. อาการ FOMO กลัวพลาดข่าวสาร 

หลายคนรู้สึกว่า ถ้าไม่เช็กมือถือก่อนนอนจะตกข่าว หรือพลาดอะไรบางอย่าง เช่น ข้อความจากเพื่อน อัปเดตจากดาราที่ชอบ หรือข่าวสารสำคัญต่างๆ

พฤติกรรมเล่นมือถือก่อนนอนกระทบสุขภาพอย่างไร

  • นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท เพราะแสงจากจอรบกวนการผลิตเมลาโทนิน
  • ตื่นยากในตอนเช้า รู้สึกง่วงแม้นอนนาน
  • เสี่ยงภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล จากการเสพเนื้อหาหนักๆ ก่อนนอน
  • สายตาล้า ปวดหัวหรือปวดคอจากการจ้องจอในท่านอน
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เพราะสมองพักไม่เต็มที่

วิธีเลิกเล่นมือถือก่อนนอนแบบไม่ต้องทรมาน

1. ตั้งเวลาหยุดเล่นมือถือที่แน่นอน

ลองกำหนดว่า 30-60 นาทีก่อนนอน จะหยุดเล่นมือถือเพื่อให้สมองเริ่มผ่อนคลายจากสิ่งเร้า

2. เปลี่ยนกิจกรรมแทนการเล่นมือถือ

  • อ่านหนังสือเล่มจริง
  • ฟังเพลงช้า หรือเสียงธรรมชาติ
  • จดบันทึก Gratitude journal สั้นๆ
  • ทำสมาธิ หรือฝึกหายใจลึกๆ

3. ใช้โหมดกลางคืน หรือแอปช่วยตัดแสงสีฟ้า

ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ตั้งค่าหน้าจอเป็นโหมด Night Shift หรือใช้แอปลดแสงสีฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อการนอน

4. เก็บมือถือไว้นอกเตียง

วางมือถือไว้ไกลตัว หรือชาร์จนอกห้องนอน ถ้าจับมือถือไม่สะดวก ก็จะไม่เผลอหยิบมาเล่นง่ายๆ

ถ้าทำไม่ได้ทันที ให้เริ่มจากลดไม่ต้องเลิก

ใครที่พยายามเลิกเล่นมือถือก่อนนอนแล้วล้มเหลวหลายครั้ง อย่าเพิ่งโทษตัวเอง เพราะพฤติกรรมนี้เป็นทั้งเรื่องของนิสัยและความเครียดสะสม ลองเริ่มจากลดเวลาจาก 2 ชั่วโมง เหลือ 30 นาที ค่อยๆ ปรับ พอเห็นผลดี สมองจะเริ่มเรียนรู้ว่าการไม่แตะมือถือก่อนนอนก็ดีเหมือนกัน

หยุดเล่นมือถือก่อนนอนให้สมองได้พัก ผิวได้ฟื้น และใจได้เงียบลง

การเลิกเล่นมือถือก่อนนอน ไม่ได้แค่ช่วยให้หลับสบายขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว อย่าลืมว่าเวลาเข้านอนคือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการเยียวยาจริงๆ ลองให้โอกาสตัวเองได้พักจากโลกออนไลน์ แล้วคุณจะพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล