ทำไมผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษจึงจำเป็นสำหรับทุกอาชีพ

ทำไมผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษจึงจำเป็นสำหรับทุกอาชีพ
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ทุกวันนี้ หากคิดจะไปสมัครงานที่ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรใหญ่ ๆ และมีชื่อเสียง สิ่งหนึ่งที่ต้องมีและขาดไม่ได้ก็คือ “ผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ” เนื่องจากปัจจุบันเรายอมรับว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่มีความสำคัญมากทั้งต่อการดำเนินชีวิตทั่วไปและการทำงาน ทำให้องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องมีเรียกผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษประกอบการสมัครงาน หากเป็นการทำงานในประเทศไทย ที่คุ้นเคยที่สุดก็คงจะเป็นผลคะแนน TOEIC นั่นเอง

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ต้องการสมัครงาน ก็ที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า TOEIC (โทอิก) นั่นเอง การทดสอบนี้จะเน้นทักษะการฟังและการอ่านเป็นหลัก แต่ปัจจุบันแบ่งเป็น TOEIC Listening and Reading Test (การฟังและการอ่าน) และ TOEIC Speaking and Writing Tests (การพูดและการฟัง) คะแนน TOEIC มักใช้ยื่นร่วมกับใบสมัครงาน สำหรับการสมัครงานในหลาย ๆ สายงาน ซึ่งทุกวันนี้แต่ละองค์กรก็นิยมเรียกคะแนน TOEIC กันแพร่หลายขึ้น

นอกจากนี้ หากเป็นบริษัทข้ามชาติหรือตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อกับต่างชาติ อาจมีการเรียกผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอื่น ๆ อีกเช่นกัน แล้วแต่ว่าบริษัทต้องการคัดผู้สมัครที่มีทักษะทางภาษาอังกฤษเข้มข้นแค่ไหน เช่น TOEFL, IELTS, OPI, OPIC เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นมาตรฐานการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับความนิยมในระดับสากลว่ามีความเที่ยงตรงมากที่สุด และสามารถนำไปใช้ในการสมัครเรียนหรือสมัครงานได้ แต่โดยทั่วไปถือว่า TOEIC คือการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุดในบรรดามาตรฐานเหล่านี้

อย่างไรก็ดี ไม่นานมานี้มีผลการจัดอันดับทักษะความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ (EF English Proficiency Index) ปี 2021 ซึ่งเก็บข้อมูลและจัดอันดับจากผลทดสอบทักษะความสามารถของผู้ร่วมทำแบบทดสอบกว่า 2 ล้านคน จาก 112 ประเทศ/ดินแดน ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก พบว่าประเทศไทยอยู่ในระดับรั้งท้าย คืออันดับที่ 100 ซึ่งรั้งท้ายที่สุดในอาเซียนด้วย โดยตามหลังเมียนมาและกัมพูชา ทำให้ไทยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีทักษะความสามารถภาษาอังกฤษต่ำมาก

จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังต้องพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกันให้มากกว่าเดิม ซึ่งประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่การจัดอันดับประเทศ นั่นเป็นเพียงผลพลอยได้ แต่มันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะถ้าเรามีผลการทดสอบภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถใช้สื่อสารได้ คนที่จะมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานก็คือตัวเราเอง

ผลการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษจึงช่วยยืนยันได้ว่าเรามีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษจริง ๆ ช่วยให้ใบสมัครงานและเรซูเม่ของเราดูน่าสนใจมากขึ้น ที่สำคัญก็คือ มีผลต่อเงินเดือน ตำแหน่งงาน การไปทำงานต่างประเทศ หรือก็คือโอกาสที่จะเติบโตนั่นเอง

สำคัญในการเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร

เป็นการย้ำถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษอย่างชัดเจนด้วยตัวมันเอง บนโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดน เราไม่ได้พูดคุยแค่กับคนที่พูดภาษาเดียวกันเท่านั้น แต่อาจต้องติดต่อกับคนทั่วทุกมุมโลกเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือการติดต่อธุรกิจหรือค้าขาย ดังนั้น การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ภาษาอังกฤษจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อสารกัน ในเมื่อเราไม่สามารถพูดภาษาท้องถิ่นทั่วโลกได้ทุกภาษา เราจึงจำเป็นต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษให้ได้ เพราะในการทำงานเราอาจต้องสื่อสารกับคนต่างชาติด้วยก็ได้เช่นกัน

เป็นหลักฐานยืนยันว่าใช้ภาษาอังกฤษได้

ถ้าหากว่าแต่ละองค์กรที่รับสมัครบุคลากรใหม่ต้องการคนที่มีทักษะและความรู้ทางภาษาอังกฤษ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สมัครใช้ภาษาอังกฤษได้ ก็ต้องมีหลักฐานเป็นผลการสอบวัดระดับเพื่อยืนยันว่าใช้ภาษาอังกฤษได้มายื่นประกอบสิถูกไหม เพราะการยื่นใบสมัครเบื้องต้น ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้เจอหน้ากัน ที่จะทดสอบกันได้แบบในรอบสัมภาษณ์ จึงต้องมีการกรองคุณสมบัติกันก่อนว่าจะเรียกมาสัมภาษณ์ต่อหรือไม่ สำหรับหลาย ๆ คน กว่าจะผ่านการสอบมาได้ จนได้คะแนนในระดับที่น่าพึงพอใจและใช้คะแนนยื่นสมัครงานได้ ก็ผ่านอะไรต่ออะไรมาจนเก่งเชียวล่ะ

รู้ภาษา = เปิดโลก

ตรง ๆ เลยก็คือ ถ้าเรารู้แค่ภาษาไทย สื่อสารภาษาอื่นกับใครไม่ได้ เราก็พูดคุยได้เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น ข้อมูล ความรู้ก็จะจำกัดอยู่เพียงเท่านั้น ในขณะที่คนที่สามารถสื่อสารภาษาอื่นได้ ก็เท่ากับการเปิดประตูให้ตัวเองได้ออกไปพูดคุยกับคนชาติอื่น ๆ ที่มีวิทยาการ ความรู้ที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายจนมีความสำคัญระดับที่ใช้เป็นภาษากลางในการสื่อสารได้ แค่เราสื่อสารภาษาอังกฤษกันได้ ก็สามารถที่จะติดต่อพูดคุยกับคนได้ทุกชาติ ทุกภาษา การได้ติดต่อกับคนชาติอื่นจึงเป็นการเปิดโลกของตนเองให้กว้างออกไปมากกว่าที่เคย

สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเป็นมืออาชีพให้กับคนทำงาน

ในเมื่อทักษะทางภาษากลายเป็นคุณสมบัติแรก ๆ ที่องค์กรให้ความสำคัญ และใช้ประกอบการรับสมัครคนทำงาน ก็หมายความว่าอีกไม่นานมันจะกลายเป็นมาตรฐานที่ทุก ๆ องค์กรใช้ในการรับสมัครบุคลากรของตนเอง และเมื่อทุกคนในที่ทำงานสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ ก็ช่วยยกระดับองค์กรขึ้นมาได้มากทีเดียว ภาษาอังกฤษจึงช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนทำงานและองค์กร สำหรับคนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญ พูดคุยกับใครก็ได้ ก็จะดูมีความเป็นมืออาชีพด้วยเช่นกัน ซึ่งมันมาพร้อมกับโอกาสที่จะเติบโตในหน้าที่การงานในอนาคต

เพิ่มโอกาสได้งาน เพิ่มฐานเงินเดือน

ปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะใส่คุณสมบัติของบุคลากรที่รับสมัครใหม่ว่าต้องมีผลการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษด้วย แน่นอนว่าถ้าจะสมัครงานที่นั่นได้ก็ต้องไปหาสอบให้มีคะแนน และในบางองค์กร คนที่มีคะแนนการวัดระดับภาษาอังกฤษอยู่ในมือ (และผลน่าพึงพอใจ) ก็มีโอกาสได้รับเงินเพิ่มเป็นค่าทักษะทางภาษาต่างประเทศต่างหากด้วย นอกจากนี้หลาย ๆ องค์กรก็ให้โอกาสพนักงานเดิมที่ทำงานอยู่ หากอยากปรับฐานเงินเดือนก็สามารถไปสอบแล้วนำผลการสอบ (ตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด) มายื่นได้เช่นกัน