ฝึกงานแบบ Work from home มีข้อดี – ข้อเสีย อะไรบ้างนะ?

ฝึกงานแบบ Work from home มีข้อดี – ข้อเสีย อะไรบ้างนะ?
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

การแพร่ระบาดของโรค Covid 19 อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อหลายองค์กรหรือบริษัท ทำให้นักศึกษาฝึกงานอย่างเราจำเป็นจะต้องฝึกงานในรูปแบบ Work from home แทนการเข้าไปฝึกเรียนรู้งานโดยตรงในออฟฟิศ แต่การต้องฝึกงานอยู่บ้าน อาจทำให้ใครหลายๆคนกังวลหรือสงสัยกันอยู่ว่า Work from home มีข้อดีและข้อเสีย อะไรบ้าง

จากประสบการณ์ที่เจอมา เราได้รวบรวมทั้งข้อดีข้อเสียมาแชร์ให้ทุกคนรู้กัน เพื่อที่ทุกคนจะได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้!

เรามาเริ่มกันที่ “ข้อดี” ของการฝึกงานแบบ Work from home

อยู่บ้าน = ลดความเสี่ยงการติดโรค

ในช่วงที่โลกของเรามีการแพร่ระบาดของโควิด 19 แบบนี้ การ Work from home ถือเป็นข้อดีหลักๆข้อหนึ่งเลย เพราะว่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อของนักศึกษาฝึกงาน ช่วยลดความเสี่ยงการติดโรค และทำให้ตัวของนักศึกษาฝึกงานไม่กังวลว่าจะเสี่ยงติดโรคอีกด้วย

ไม่มีความตึงเครียดในการทำงาน

ถึงแม้ว่าการไปฝึกงานที่บริษัทหรือออฟฟิศ จะทำให้ได้เห็นถึงบรรยากาศการทำงานที่ดี แต่นั่นก็สามารถทำให้เกิดความกดดันและตึงเครียดได้เหมือนกัน ซึ่งความเครียดที่ว่าก็มาจากหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทางหรือความสัมพันธ์ต่อคนในออฟฟิศ ความเครียดเหล่านี้มักจะส่งผลต่อการทำงาน การฝึกงานแบบ Work from home จึงเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้นักศึกษาฝึกงานรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีความตึงเครียด และจะทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดึงประสิทธิภาพในตัวเราให้ทำงานได้ดีขึ้น

อย่างที่เราได้ทิ้งท้ายไว้ข้อที่แล้วว่าหากไม่มีความเครียด ประสิทธิภาพการทำงานก็จะมากขึ้น การต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงานนั้นทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในช่วงเช้าลดลงยังจะต้องเจอกับปัญหาการเดินทาง ค่าใช้จ่ายและเรื่องเวลาเข้างานอีก ปัญหาความเครียดและกังวลเหล่านี้อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและทำให้ทำผลงานออกมาได้ไม่ดี เพราะฉะนั้นหากได้ Work from home อาจนำเวลาตรงนี้ไปช่วยดึงประสิทธิภาพการทำงานในตัวเราให้สูงขึ้นได้ และยังทำให้มีความคิดไอเดียใหม่ๆหรือมีแรงบันดาลใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

มีการยืดหยุ่นในการทำงาน

การได้ฝึกงานแบบ Work from home ทำให้ในระหว่างวันมีเวลาที่จะทำอย่างอื่นมากขึ้น เพียงแค่เคลียร์งานให้เสร็จเรียบร้อยและไม่ทำให้กระทบกับการฝึกงาน ก็จะทำให้สามารถแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีก ไม่ว่าจะไปซื้อของ ทำธุระ หรือพักผ่อนต่างๆ ยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ส่งผลให้ผลงานออกมาดีอีกด้วย

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

การได้ฝึกงานแบบ Work from Home ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของเราได้มากเลยทีเดียว แถมยังช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางไปทำงาน เพราะในเวลาปกติแล้วพนักงานส่วนมากจะต้องคำนวณเวลาและค่าเดินทางไปทำงานในแต่ละเดือน ซึ่งการ Work from Home ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียวเลยแหละ แล้วยังทำให้พนักงานมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย

ตามด้วย “ข้อเสีย” ของการฝึกงานแบบ Work from home

เรียนรู้งานได้ไม่เต็มที่

การฝึกงานเราควรจะต้องได้ศึกษาและเรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่การฝึกงานแบบ Work from home ทำให้มีการติดต่อสื่อสารยากกว่าการไปฝึกงานที่ออฟฟิศ ทั้งการสื่อสารไม่เข้าใจกัน จนทำให้เกิดการสับสนในการเรียนรู้งาน และทำให้ไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริงในการทำงาน ซึ่งผลที่ตามมาอาจจะทำให้ส่งงานช้าและดึงประสิทธิภาพในตัวเราออกมาได้ไม่ถึงที่สุด ข้อนี้จึงถือเป็นข้อเสียหลักๆของการฝึกงานที่บ้าน

การยืดหยุ่นที่มากเกินไป

นอกจากการยืดหยุ่นจะเป็นข้อดีแล้ว ยังเป็นข้อเสียได้อีกด้วย เพราะอาจจะทำให้ตัวของนักศึกษาฝึกงานมีการละเลย หละหลวม หรือบางคนอาจจะไม่ได้สนใจงานที่ได้รับมอบหมายมา ไม่มีความตื่นตัวในการทำงาน การมีความยืดหยุ่นอาจจะทำให้บางคนเอาเวลาไปทำอย่างอื่นหรือพยายามที่จะแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกันแล้วแต่สภาพแวดล้อมที่เป็นบ้านอาจจะทำให้ผลงานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

ไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน

ถึงแม้การได้ฝึกงานที่บ้านจะดูสบายกว่าการเข้าออฟฟิศ แต่อุปสรรคที่เราต้องเจอก็คือ ความขี้เกียจ ของตัวเราเอง ทำให้รู้สึกไม่อยากทำงาน ไหนยังจะมีสิ่งล่อตาล่อใจ เช่น ซีรีส์เรื่องโปรด เกมที่เล่นประจำ หรือเตียงที่แสนสบาย แตกต่างจากการได้มาฝึกงานที่ออฟฟิศ ที่อาจจะได้รับความรู้และการเรียนรู้งานต่างๆ ซึ่งอาจจะสามารถทำให้เรามีแรงบันดาลใจมากกว่าการได้ฝึกงานอยู่ที่บ้านเสียอีก

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานแบบ Work from home หรือการฝึกงานโดยตรงที่บริษัท ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความมุ่งมั่นของแต่ละคน และไม่ว่าจะฝึกงานรูปแบบไหน สุดท้ายเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับมา สำหรับใครที่ชอบบทความดีๆ แบบนี้ สามารถติดตามอ่านต่อได้อีกมากมายที่ iNN Lifestyle