ทำความรู้จัก "นาน่า ศวรรยา" สาวน้อยสุดเก่ง เข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุ 16 และจบตอน 19

ทำความรู้จัก "นาน่า ศวรรยา" สาวน้อยสุดเก่ง เข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุ 16 และจบตอน 19

เป็นสาวน้อยหน้าใสที่เรียกว่าเก่งแบบไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับ นาน่า ศวรรยา สาวน้อยผู้เก่งรอบด้าน ทั้งการแสดง ทั้งร้องเพลง และที่สำคัญคือด้านการเรียน โดยเธอสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ในวัยเพียงแค่ 16 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในวัย 19 ปีเท่านั้น

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

วันนี้ Sanook Campus เราก็จะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จัก ประวัติ นาน่า ศวรรยา รวมไปถึงอัปเดตชีวิต และมุมมองชีวิตของเธอสำหรับเด็กวัย 19 ที่จบการศึกษาระดับปริญญา ว่าเธอมีเคล็ดลับยังไง และวางแผนชีวิตยังไงหลังการเรียนจบ

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

ประวัติ นาน่า ศวรรยา

  • นาน่า มีชื่อจริงว่า ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์
  • เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2544
  • ภูมิลำเนา เป็นคนกรุงเทพมหานคร
  • ครอบครัวมีพี่ชายหนึ่งคน น้องสาวหนึ่งคน
  • จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติ โชรส์เบอรี่ กรุงเทพฯ
  • ศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • IG : nana_nspk

สาวน้อยสุดเก่ง เข้ามหาวิทยาลัยตอนอายุ 16 และจบตอน 19

กำลังจะเรียนจบ ป.ตรี ในวัยเพียง 19 สำหรับนาน่าคิดว่าการเรียนจบเร็วกว่าปกติเป็นกำไรกับตัวเองยังไง?

หนูก็รู้สึกว่าพอหนูจบเร็วกว่าคนอื่นเราก็จะได้มีเวลาที่จะไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบได้เร็วขึ้น อย่างเช่นหนูเป็นนักแสดงของทางนาดาวใช่ไหมคะ คือเวลาที่เราเรียนไปแล้วทำงานไปด้วย มันก็ต้องมีตารางสองอย่างทั้งการเรียนและการทำงาน และต้องมีการบริหารเวลาให้ดี แต่ถ้าเกิดว่าเราเรียนจบเร็ว เราก็จะได้มาโฟกัสที่งานที่เราที่เราอยากทำได้แบบเต็มที่ไปเลย

อะไรคือสิ่งที่อยากจะบอกกับเด็กๆที่กำลังจะเป็นเฟรชชี่ เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย?

สำหรับหนูแล้ว การที่จะเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงจากโรงเรียนไปสู่มหาวิทยาลัย หนูรู้สึกว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากเลยนะ รู้สึกว่าตอนแรกที่เข้าไปปี 1 หนูมีอาการ Schoolsick อยากกลับไปเรียนใหม่ เพราะรู้สึกว่าเลคเชอร์เยอะมากเลยค่ะ แล้วก็ส่วนใหญ่การเรียนจะให้จําเป็นแบบ Theory แล้วสอบครั้งหนึ่งก็คือเหมือนแบบจำทุกอย่างที่เรียนมา ซึ่งที่โรงเรียนเราอาจจะไม่ได้จำเยอะเท่านี้ แล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะว่าเราจะไม่ได้ถูกประคบประหงมเหมือนตอนที่อยู่ชั้นมัธยม เราต้องดูแลตัวเองให้ได้

อีกเรื่องนึงก็คือเรื่องสังคมใหม่ ที่ทุกคนมาจากแต่ละที่ไม่เหมือนกันเลย ทุกคนมีพื้นเพที่ไม่เหมือนกันเลยพอมาเจอกันก็ต้องปรับตัวเข้าหากันค่ะ ต้องปรับตัวเยอะพอสมควร เลยอยากบอกเด็กๆ ที่จะเข้าเป็นเฟรชชี่ว่าเราไม่ต้องไปกลัว ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูยากในตอนแรก แต่ว่าพออยู่ไปเดี๋ยวเราก็จะชินแล้วก็จะปรับตัวได้เองค่ะ

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

คนส่วนใหญ่ตอนอายุ 19 ยังเป็นเฟรชชี่มีสังคมใหม่เพื่อนใหม่ล้วนท้าทาย แต่นาน่าผ่านจุดนั้นมาแล้วในอายุ 19 หลังจากนี้อะไรคือความท้าทายสำหรับนาน่า?

หนูว่าพอเราเรียนจบ มันต้องมีอยู่แล้วที่ว่า เราสงสัยว่าจะเดินไปในเส้นทางไหนต่อไป ที่ผ่านมาเรามีแต่เรียนอย่างเดียว มีแต่การเรียนเพื่อให้เรายึดเหนี่ยวกับมัน แต่ตอนนี้พอเราไม่มีการเรียนแล้ว มันเหมือนเราแบบว่างแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปทางไหนดีไม่รู้ว่าทางไหนคือทางที่เราควรเดินทางไปต่อ

หลังจากนี้สิ่งที่หนูคิดว่าท้าทายสำหรับหนูคือเรื่องการใช้จ่ายค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ที่หนูใช้ชีวิตในวัยเรียน คือหนูมีที่บ้านคอยช่วยเหลือเรื่องเงิน และก็อาจจะมีรายได้จากการที่หนูทำงานเป็นนักแสดงกับนาดาวมาบ้าง แต่หลังจากเรียนจบคือตอนนี้คือของจริง หนูเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันเป็นหน้าที่ของหนูที่จะหาเงินดูแลพ่อแม่บ้าง และก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย หนูเลยมีความเครียดกับการทำงานว่าต้องทำอะไรมันถึงจะมีรายได้ที่มั่นคงและสามารถดูแลการเงินที่สำหรับตัวเองและครอบครัวค่ะ

ได้ตั้งแผนอะไรให้กับตัวเองหลังเรียนจบรึยัง ว่าจะทำอะไรต่อไป? ทั้งในวงการบันเทิงหรืองานในวงการอื่นๆ?

จริงๆ แล้วนาน่าอยากเป็นนักร้องกับนักแสดงนั่นแหละค่ะ เพราะว่ามันเป็น Passion ของหนูมากๆ แต่ล่าสุดเหนูเห็นเพื่อนทำแบรนด์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ มันก็จุดประกายให้หนูอยากจะลองทำแบรนด์บ้าง พอเห็นเพื่อนๆ นำสิ่งที่เรียนมาแล้วนำมาต่อยอดเป็นอาชีพแล้วประสบความสำเร็จ หนูก็เลยอยากที่ลองอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองบ้าง แต่ว่าตอนนี้นาน่าก็ยังไม่ได้โฟกัสนะคะว่าอยากจะทำผลิตภัณฑ์อะไร แค่เป็นประกายความคิดของเราไว้ก่อน

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

เป็นเด็ก 19 ที่เรียนจบปริญญาตรีไปสมัครงาน นาน่าจะตอบอย่างไรถ้า ผู้สัมภาษณ์งานถามว่า "อายุ 19 จะทำให้บริษัทเขามั่นใจได้อย่างไรว่าทำงานได้" ?

หนูอยากจะตอบว่า อายุ มันไม่ได้เป็นตัววัดความสามารถของเราว่าเรามีความสามารถเท่าไหร่ การที่เรามาสมัครงาน ในตำแหน่งนั้นๆ มันแปลว่าเรามี Passion ในสิ่งนั้น เราอยากจะทำสิ่งนั้นและอยากทำสิ่งนั้นออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งหนูอาจจะบอกไม่ได้ว่าหนูจะทำงานออกมาได้ดีรึเปล่า เพราะเราก็คือนักศึกษาที่เพิ่งจบมา อาจจะไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองให้เห็นค่ะ ว่าเราสามารถทำงานได้รึเปล่า ว่าเราเหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้มั้ย การกระทำ ความตั้งใจ และ Passion ต่างหากค่ะคือเครื่องพิสูจน์ว่าเราคู่ควรกับตำแหน่งที่เรามาสมัคร

Let yourself shine เป็นประโยคที่อยู่ใน IG ของนาน่าประโยคนี้มีสำหรับนาน่ามีนิยามว่าอะไร?

ในตอนแรกหนูใช้คำว่า Embrace every moment ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Let yourself shine หนูรู้สึกว่าโลกใบนี้หนูอยากให้ทุกคนกล้าที่จะแสดงออกแล้วก็เป็นตัวเอง กล้าที่จะแตกต่าง แบบว่า You don't have to be scared to be different. coz being different is awesome that's makes you who you are เพราะทุกคนไม่มีใครเหมือนกันอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะแตกต่าง ไม่เหมือนคนอื่น เพราะว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นตัวของคุณได้ ก็เหมือนกับผีเสื้อ ที่ตอนแรกยังเป็นดักแด้ ที่อยู่ในกรอบ แต่พอเราฉายความเป็นตัวเองออกมา มันก็เหมือนเราออกมาจากดักแด้และเป็นผีเสื้อที่สวยงาม ซึ่งการที่เป็นตัวเองมันสบาย มีความสุข ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะเราเป็นตัวของตัวเอง เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อคนอื่น

นั่นแหละค่ะ คือนิยามของคำว่า Let yourself shine ใน IG ของนาน่า เพราะก่อนหน้านี้ หนูรู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าที่จะแตกต่างและเอาความคิดเห็นของคนอื่นมาใส่กับตัวเองตลอด ทำให้เราไม่มั่นใจกับตัวเอง ซึ่งมันใช้เวลาซักพักในการที่ทำให้หนูเข้าใจและเคารพตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่โล่งมากๆ ตัวเราขึ้นอยู่กับตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมากำหนด ทำไมเราต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่น ทำไมไม่ให้คนอื่นยอมรับในตัวเรา ในความเป็นเราล่ะ หนูก็เลยอยากที่จะเน้นย้ำตัวเองผ่านแคปชั่นใน IG เรื่องนี้ว่า Let yourself shine just be different เราต้องเป็นตัวของตัวเอง แตกต่างและโดดเด่นไปเลย

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

สำหรับเด็กบางคนในวัยนี้ กำลังสับสนกับเส้นทางที่ตัวเองจะเลือก นาน่าเป็นหนึ่งในนั้นด้วยมั้ย?

สำหรับหนูคิดว่าหนูไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะหนูโชคดีที่ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ได้เข้ามาอยู่ในนาดาวตั้งแต่เรียน มันก็เลยทำให้หนูรู้สึกชอบและมี Passion กับการแสดง และก็การเป็นนักร้อง ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้หนูมีความสุขมากๆ มันทำให้หนูอยากที่จะตื่นขึ้นมาทำมันทุกวัน มันเลยทำให้หนูรู้เลยว่านี่แหละคือเส้นทางที่หนูจะเดินทางต่อไป

นาน่าคิดว่ามีความจำเป็นไหมที่เราต้องเจอตัวเองให้เร็วและเราจะรู้ได้อย่างไรว่านั่นคือคำตอบที่ถูก?

แล้วหนูรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นขนาดนั้น ที่เราต้องเจอตัวเองให้เร็วค่ะ แล้วก็ไม่อยากให้คนไปจดจ่ออยู่กับผลลัพธ์หรือว่าเป้าหมายมากเกินไป แบบเราต้องแบบรีบหาตัวเองให้เร็วนะเราจะได้มาพัฒนาในสิ่งที่เราชอบจะได้เก่งๆในสิ่งที่เราชอบขึ้น มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น รู้สึกว่าถ้าเราไปจดจ่ออยู่กับเป้าหมายมากเกินไป การหาตัวเองให้เจออาจจะลืมมองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและไม่สามารถ ซึมซับในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ จนมองข้ามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข อะไรคือสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะมัวแต่โฟกัสในการหาตัวเองให้เจอ

การหาตัวเองสำหรับนาน่า มันไม่ได้ยากเลยค่ะ ถ้าเรารู้ว่าเราชอบอะไร นั่นแหละคือตัวตนของเรา แค่ทำสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข กับใช้ชีวิตให้คุ้มค่าแค่นี้เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แล้วค่ะ

นาน่า ศวรรยานาน่า ศวรรยา

นาน่ามองโลกของนานาที่อยู่มา 19 ปีอย่างไร?

ชีวิตของหนู เอาจริงๆ เหมือนกับขึ้นรถไฟเหาะเลยค่ะ มีขึ้นๆ ลงๆ มีอะไรให้แปลกใจตลอดเวลา แบบตอนหนูอยู่โรงเรียนหนูเป็นคนเงียบมาก ไม่กล้าเสียงดัง แต่พอมาเป็นนักแสดงก็ต้องกล้าแสดงออก มันทำให้หนูเหมือนกับต้องเปลี่ยนแปลงโลกของตัวเองจากอีกหนึ่งโลก สู่อีกหนึ่งโลก และเรียกว่าได้มารับบทบาทที่ฉีกไปจากตัวเอง อย่าง เหม่เหม่ ในเลือดข้นคนจาง ทำให้กลายเป็นที่พูดถึง มันก็เลยทำให้หนูรู้สึกภูมิใจว่า จากคนที่จากเงียบๆ กลายมาเป็นนักแสดงที่รับบทบาทคนอินแบบนี้ เราจะทำได้ ถึงเราก็ชอบการแสดงมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ เลยคิดว่ามันเป็นอะไรที่น่าจดจำมากๆ และคุ้มมากๆ เลยค่ะ กับการออกจากอีกโลกหนึ่งมาสู่อีกโลกหนึ่ง ได้เรียนรู้อะไรที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งในตอนแรกหนูก็รู้สึกกดดันมากๆ ว่าจะต้องทำตัวยังไง และต้องร่วมเล่นกับนักแสดงรุ่นใหญ่อีกด้วย

และนอกจากนั้นช่วงนั้นมันก็อยู่ในช่วงเวลาสอบเทียบ ที่จะเข้าเรียนปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่พอผ่านมันได้ เราก็รู้สึกดี ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น และอีกอย่างที่เรียกว่าทำให้ชีวิตหนูมีความแปลกใจคือการที่หนูได้มาเป็นนักร้อง ทั้งเพลงของตัวเอง เพลงประกอบซีรีส์คือมันทำให้เรารู้ว่าเราทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด คือต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสหนูได้ทำและพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งการร้องเพลงมันก็ไม่เหมือนกับการแสดง เพราะการแสดงคือการสวมบทบาทเป็นคนอื่น แต่ร้องเพลง เราเป็นตัวของตัวเอง ได้สื่อสารในนำเสนอในความเป็นตัวของตัวเองออกไปเป็นอีกมุมมองให้คนเห็นเราค่ะ ซึ่งพอมารวมๆ กันแล้วตั้งแต่เปลี่ยนตัวเอง กลายเป็นนักแสดง และ เป็นนักร้อง มันก็เหมือนกับรถไฟเหาะขบวนใหญ่ที่หนูผ่านมาตลอด 19 ปีเลยค่ะ

สุดท้ายนี้อยากให้นาน่าฝากผลงานหน่อย

ภายในปีหน้านะคะ นาน่าจะมีซีรีส์เรื่อง My Puzzle Piece นะคะ แล้วก็จะมีหนังอีก 2 เรื่อง แต่ยังบอกไม่ได้ค่ะว่าจะเป็นหนังประมาณไหน แล้วช่วงต้นปีหรือปลายปีหนูจะมีผลงานเพลงออกมาด้วยค่ะ ก็ฝากทุกคนติดตามเพลงที่ 2 แล้วก็ผลงานการแสดงของหนูด้วยนะคะ