รวม ศัพท์หุ้น น่ารู้ แต่ละคำที่เราเห็นเขาใช้กันนั้น ความหมายจริงๆ มันแปลว่าอะไร

รวม ศัพท์หุ้น น่ารู้ แต่ละคำที่เราเห็นเขาใช้กันนั้น ความหมายจริงๆ มันแปลว่าอะไร

คงจะปฏิเสธไม่ได้ที่คนในยุคใหม่มีความสนใจการด้านเล่นหุ้นมากขึ้น โดยโลกของการเล่นหุ้นนั้นก็เหมือนเป็นอีกโลกใหม่ที่มือใหม่ที่เข้าไปเกิดความไม่เข้าใจว่าอะไรคืออะไร เพราะว่ามันก็จะมีศัพท์เฉพาะของมันอยู่นั่นเอง โดยในวันนี้ Sanook Campus เราก็ได้รวบรวม ศัพท์หุ้น น่ารู้ ที่เรียกว่าเป็นศัพท์ที่ไม่เป็นทางการของคนเล่นหุ้น มาอธิบายให้กับนักเล่นหุ้นมือใหม่ได้เข้าใจกัน ว่า ศัพท์หุ้น แต่ละคำที่เราเคยเห็นหรือเคยได้ยินนั้นมีความหมายว่าอะไรกันแน่

รวม ศัพท์หุ้น น่ารู้ แต่ละคำที่เราเห็นเขาใช้กันนั้น ความหมายจริงๆ มันแปลว่าอะไร

เจ้ามือ

คำนี้หมายถึง Market Maker คนทำตลาดนั่นเอง คำนี้นักลงทุนมือใหม่ต้องใช้วิจารณญาณ เพราะหลายคนยังไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง โดยเจ้ามือมีหน้าที่ในการควบคุมราคาหุ้นตัวนั้นๆ ผ่านการวาง Bid และ Offer ถ้าเจ้ามือไม่อยากให้หุ้นปรับขึ้นไปมาก ก็จะวางขายหุ้นไว้เยอะๆ

ลาก

คำนี้ต่อจากหมวด เจ้ามือ ใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่ราคาหุ้นจู่ๆ ก็ปรับขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ จึงเชื่อกันว่าเจ้ามือกำลัง "ลาก" ราคาขึ้นไปอยู่ มักจะใช้วิธีไม่ตั้งขายที่ฝั่ง Offer เลย และตั้งซื้อที่ฝั่ง Bid ไว้มากๆ เพื่อไม่ให้ใครขายหุ้นจนราคาตก

ทุบ

อยู่ในหมวดเจ้ามือเช่นกัน ตรงข้ามกับคำว่าลาก อธิบายราคาหุ้นที่จู่ๆก็ปรับลงหนักแบบไม่มีสาเหตุ จึงเชื่อกันว่าเจ้ามือกำลัง "ทุบ" ราคาหุ้นให้ลดลงอยู่นั่นเอง วิธีที่ใช้ก็ตรงข้ามกับ ลากหุ้น ส่วนจุดประสงค์เชื่อกันว่า เป็นเพราะเจ้ามืออยากได้หุ้นในราคาถูก

ลิ่ง

มาจากคำว่า Ceiling หรือเพดานการซื้อขายของวันนั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปัจจุบันกำหนดการขอบเขตการ "ลิ่ง" ของหุ้นไว้ที่ +30% จากราคาปิดวันทำการก่อนหน้า

ฟลอร์

มาจาก Floor หรือพื้นนั่นเอง ตรงข้ามกับ ลิ่ง โดยสิ้นเชิง ขอบเขตของการ ฟลอร์ ก็คือ -30% จากราคาปิดวันทำการก่อนหน้า อาการนี้จะเกิดกับหุ้นที่มีพื้นฐานเปลี่ยนโดยฉับพลัน

เม่า

ใช้เรียกนักลงทุนที่มีพฤติกรรมเหมือน "แมลงเม่า" ที่ขาดทุนจากการเข้าไปซื้อหุ้นที่ราคากำลังปรับขึ้นอย่างแรง โดยเปรียบหุ้นลักษณะนี้เหมือนกองไฟ และนักลงทุนที่เข้าไปซื้อหุ้นเหมือนแมลงเม่าที่บินเข้าไปเสียชีวิตในกองไฟ โดยปัจจุบันนิยมนำมาใช้เรียก นักลงทุนรายย่อย แทน แต่ถ้านักลงทุนรายย่อยประสบความสำเร็จก็จะเรียกว่า พญาเม่า

หรั่ง

คำนี้มาจากคำว่าฝรั่ง ใช้เรียก นักลงทุนต่างประเทศ หรือ NVDR เป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีบทบาทมากนั่นเอง

กอง

มาจากคำว่า "กองทุน" หรือ "กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ" นักลงทุนกลุ่มนี้ก็คือบรรดา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รวมถึงกองทุนประกันสังคม และกองทุนต่างๆ ในประเทศไทยนั่นเอง

ปอบ

มาจากคำว่า "Proprietary trading" หรือ "กลุ่มนักลงทุนบริษัทหลักทรัพย์" โบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่นั่นเอง

ปอด

คำนี้มีที่มาจากพอร์ตหุ้นของเรา เวลาพูดก็จะบอกว่า ปอดแดงมาก ปอดพัง ก็คือทั้งพอร์ตมีแต่หุ้นที่ขาดทุน ถ้าปอดเขียวก็คือดีงาม

เคาะขวา

มาจากการซื้อขายหุ้นในสมัยก่อนที่ยังไม่มีระบบซื้อขายออนไลน์เข้ามา นักลงทุนจะต้องไปที่ห้องค้าหุ้น และเคาะกระดานหุ้นเพื่อซื้อขาย โดยมีความหมายก็คือการ "ซื้อหุ้น" ที่มีผู้ตั้งขายในฝั่ง Offer (ซึ่งอยู่ด้านขวา) นั่นเอง คำนี้จะใช้เมื่อนักลงทุนเร่งรีบ เพราะเป็นการซื้อโดยที่ไม่ได้ตั้งซื้อให้เสียเวลา

โยนซ้าย

ความหมายคล้ายกับ เคาะขวา แต่เป็นการขายให้กับผู้ที่ตั้งซื้อในฝั่ง Bid นั่นเอง การโยนก็คืออาจไม่อยากถือหุ้นนี้อีกแล้ว จึงต้องโยนให้คนอื่นมารับไปแทน

ติดดอย

ความหมายคือ เมื่อซื้อหุ้นตัวหนึ่งไปแล้วราคากลับปรับลดลงไปมาก และหากตัดสินใจขายก็ขาดทุนหนัก เหมือนโดนทิ้งให้อยู่บนดอยไปไหนไม่ได้ ครั้นจะกระโดดลงไปก็เจ็บตัว ต้องรอให้ราคาขึ้น

ตกรถ

ความหมายจะตรงกันข้ามกับติดดอย คำนี้ใช้อธิบายคนที่พลาดการซื้อหุ้น และหุ้นตัวนั้นปรับขึ้นไปแรงมากจนราคาแพง

ขายหมู

คือการที่เรา "ไม่ตกรถ" และพอราคาหุ้นขึ้นไปถึงที่เราประเมินไว้แล้วจึงขายทำกำไรออกมา แต่ราคาหุ้นตัวนั้นไม่หยุดอย่างที่เราคิด และปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ อาการนี้เรียกว่าขายหมู

ซื้อควาย

เป็นศัพท์ที่ใช้ต่อเนื่องจากการขายหมูเลย เมื่อเราขายหมูก็หมายความว่าเราเสียโอกาสในการทำกำไรจากหุ้นตัวแรกไป อาการซื้อควายจะเกิดต่อเมื่อเราเอาเงินจากการขายหุ้นตัวแรกไปซื้อหุ้นตัวใหม่ แล้วดันขาดทุนนั่นเอง

ช้อน

การช้อนหุ้น ใช้เมื่อราคาหุ้นตัวหนึ่งปรับลดลงแรงมาก จนเราคิดว่าราคาถูกเกินไปแล้วจึงเข้าไปซื้อเพื่อให้ราคามันปรับขึ้น

รับมีด

ใช้ต่อจากการช้อนหุ้น แต่ช้อนแล้วมันกลับร่วงลงไปหนักต่ออีก เหมือนเราไปอ้าแขนรับหุ้นตัวนั้นตอนมันตกลงมา "แต่ที่ตกลงมาดันเป็นมีดทำร้ายตัวเอง"

นั่งทับมือ

ความหมายของนั่งทับมือก็คือ ขอดูอย่างเดียวดีกว่าไม่อยากเสี่ยงนั่นเอง

ไม้

หมายถึงจำนวนครั้งที่ซื้อหุ้น เช่นอยากได้หุ้นตัวนี้ซัก 1,200 หุ้น แต่มันก็มีความเสี่ยงว่าหุ้นอาจจะขึ้นหรือลง จึงแบ่งซื้อ 3 รอบ รอบละ 400 หุ้น ก็คือ 3 ไม้ นั่นเอง

ถัว

มาจาก ถัวเฉลี่ย เมื่อเราซื้อหุ้นไปแล้วราคาหุ้นอาจผิดไปจากที่เราคิด

เด้ง

คำนี้มี 2 บริบท บริบทแรกคือ หุ้นที่กำลังปรับลงอยู่ จู่ๆก็ปรับขึ้นมา เช่น เมื่อเช้ายังลงแรง ตอนนี้เด้งมาเขียวแล้ว อีกบริบทคือ อธิบายถึงกำไรหุ้นที่เราถืออยู่ โดย 1 เด้ง ก็คือกำไรบวก 100%

คัท

มาจาก คัทลอส หรือตัดขาดทุนนั่นเอง คัท "เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักลงทุนมือใหม่ต้องทำ" คือ อมขายขาดทุนออกมาก่อนที่มันจะลงไปมากกว่านี้