
อาชีพคุณหมอ หรือ แพทย์ เรียกว่าเป็นอาชีพที่เด็กๆ หลายคนมีความฝันที่เติบโตขึ้นมาทำอาชีพนี้ เพราะเป็นอาชีพที่เรียกว่าช่วยเหลือชีวิตให้กับผู้อื่นให้คนอื่นสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขนั่นเอง ซึ่งการจะทำอาชีพแพทย์นั้นก็ต้องเรียนรู้และศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ซะก่อนถึงจะเป็นได้
วันนี้ Sanook Campus เราก็ได้มีโอกาสที่ได้พูดคุยกับ นายแพทย์กฤษฎา เกียรติศิริกุล หรือ หมอตั้ว จาก สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เราจึงได้ถามสิ่งที่ควรรู้สำหรับการเตรียมตัวศึกษาต่อทางด้านแพทยศาสตร์ สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นหมอ มาให้ได้ศึกษากันว่าถ้าจะเรียน คณะแพทยศาสตร์ เราต้องเน้นวิชาไหน เตรียมตัว เตรียมใจอย่างไรบ้าง

สวัสดีครับ ผมชื่อหมอตั้ว นายแพทย์กฤษฎา เกียรติศิริกุล จบการศึกษาจากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ครับ ตอนนี้เป็น แพทย์ทั่วไป หรือ General Practitioner ย่อๆว่า GP ครับ
คือผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากการดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง พอดูแล้วมันทำให้ผมมีความคิดที่ว่า อยากช่วยเหลือคนอื่น มันเลยทำให้ผมอยากที่จะลองเรียนและศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ครับ

คือคุณต้องรู้ตัวเองก่อนครับ ว่าแท้ๆ จริงแล้ว เรามีความชอบอะไรลึกๆ ในใจ แล้วมันจะพาเราไปที่ ที่เราสมควรจะอยู่ได้ครบ เช่นการที่ผมมาเป็นหมอแบบนี้ ผมก็จะแนะนำคนที่อยากเป็นหมอว่า ต้องตั้งใจนะ เพราะว่าอาชีพนี้มันเป็นอาชีพที่เสียสละ ต้องมีความอดทน และยังเหนื่อยมากๆ นอกจากเราค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบได้แล้ว เราต้องรู้ตัวเองด้วยว่าสามารถผ่านความกดดันในจุดนี้ได้รึเปล่า
อาจจะทำสำนักงานบัญชีครับ ทำงานบัญชีทั่วไป หรืออาจจะเป็นพนักงานบริษัทครับ แต่ผมก็คิดว่าการตัดสินใจที่จะเรียนแพทย์ของผมเป็นเรื่องที่ผมคิดถูกแล้วครับ

สำหรับผมคิดว่าเป็นชั้นคลินิกครับ คือ คณะแพทยศาสตร์เขาจะมีชั้นพรีคลินิก และ คลินิกครับ โดยพรีคลินิกจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ Basic Science เป็นการปูพื้นฐานให้กับเราก่อน และเมื่อเราขึ้นไปชั้นคลินิก เราจะได้เรียนกับผู้ป่วยจริงๆ เราได้ลงมือจริงๆ ว่าคนไข้เป็นอะไร เราต้องรักษาอย่างไร พูดง่ายๆ คือได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บประสบการณ์นั่นแหละครับ ซึ่งผมรู้สึกประทับใจในช่วงนี้มากๆ เพราะว่ามันทำให้เรามีความเป็นหมอมากยิ่งขึ้น ทำให้เราได้รักษาคนจริงๆ ครับ
สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนแพทย์นะครับ วิชาที่แน่นอนเลยที่ต้องเน้น ก็ต้องเป็นวิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ คณิตศาสตร์ อังกฤษ แน่นอนครับ 5 วิชานี้คือวิชาที่เป็นหลักๆ เลยที่น้องๆ ควรเตรียมตัวอัดพื้นฐานให้แน่นๆ ส่วนวิชาอื่นๆ ก็แล้วแต่สถาบันครับ ว่าแต่ละสถาบันว่าเขาจะเวทคะแนนอย่างไร เพราะแต่ละสถาบันก็มีเกณฑ์ไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ ดังนั้นการอัดพื้นฐาน 5 วิชาที่กล่าวไปจะช่วยได้ครับ

สำหรับข้อดีคือ เราได้ช่วยเหลือคนอื่นนะครับ แล้วก็อาชีพแพทย์จะเป็นอาชีพที่จบแล้วเราสามารถหางานได้เลย พูดง่ายๆ ว่าเราเรียนมาตรงสายครับ ก็จะโชคดีตรงที่มันก็จะง่ายในการจบมาแล้วมีงานรองรับเลย
ข้อเสียก็คือ เราต้องมีความอดทน ต้องมีความเสียสละ พูดง่ายๆ คือเราต้องอุทิศชีวิตส่วนตัวเราในการทำหน้าที่ อย่างเช่นช่วงที่เรียน เราก็ต้องเรียนและมีขึ้นเวรไปด้วย ถ้าให้เห็นภาพเลยก็คือมีการอดหลับอดนอน เพราะเราต้องเอาเวลาของเราไปช่วยเหลือและดูแลคนอื่นครับ รวมไปถึงเราต้องทนแรงกดดันจากสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องเวลา รวมไปถึงต้องรับแรงกดดันจากคนไข้ด้วยครับ
ตอนนี้ผมมีคลินิกที่ชื่อว่า คลินิกหมอตั้ว เปิดรักษาโรคทั่วไปครับ รวมไปถึงความงามด้วยครับ แต่อาจจะไม่ได้ทำเยอะมาก ผมจะทำช่วงเวลาที่เลิกงานจากโรงพยาบาลครับ ส่วนเรื่องเสริมความงามของหมอจะเป็นเสริมความงามทั่วไปครับ ยังไม่ถึงศัลยกรรมครับ ซึ่งทางผมก็ไปเทรนด้านความงามมาแล้ว ซึ่งเราก็ได้เกียรติบัตรรับรองว่าเราสามารถทำงานทางด้านความงามได้

ก่อนอื่นเริ่มจากขอเอกสารจากทางสำนักงานสาธารณสุขของจังหวัดก่อน ซึ่งเขาก็จะมีเกณฑ์คลินิกแต่ละชนิด ซึ่งถ้าเอกสารของเราเข้าเกณฑ์ เราก็สามารถเปิดคลินิกได้ครับ ถ้าเป็นแพทย์เฉพาะทาง ก็จะต้องเรียนต่อเฉพาะทางก่อนเช่น แพทย์อายุรกรรมทั่วไป ก็ต้องเรียนต่อทางด้าน อายุรศาสตร์ ซึ่งตัวของผมยังไม่ได้ศึกษาต่อเฉพาะทางครับ ซึ่งคลินิกของผมก็สามารถตรวจรักษาทุกอย่างที่ไม่ซับซ้อนได้ทั้งหมด ในชื่อคลินิกหมอตั้ว ครับ
สามารถติดตามคลินิกของผมได้ที่แฟนเพจ คลินิกหมอตั้ว และสามารถติดตามผมทาง IG ได้ที่ tua_kritsada ครับ
อัลบั้มภาพ 33 ภาพ