ฟีดแบ็ค ‘งดแจกถุง’ เสียงระงมจากทั่วทุกถิ่น

ฟีดแบ็ค ‘งดแจกถุง’ เสียงระงมจากทั่วทุกถิ่น
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

เริ่มกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมศักราชใหม่ สำหรับแคมเปญงดแจกถุงพลาสติกสำหรับห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 โดยมีสินค้าอยู่ 4 ประเภทที่ยังผ่อนผันใส่ถุงพลาสติกอยู่ คือ อาหารอุ่นร้อน, เนื้อสัตว์, อาหารเปียก, ผลไม้สด โดยโครงการงดแจกถุงอย่างจริงจังนี้รัฐบาลมีเป้าหมายยกเลิกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่าง ถุงหูหิ้ว หลอด แก้วพลาสติก และกล่องโฟมให้หมดจากประเทศภายในปี 2564

และจากการงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วที่เพิ่งเริ่มไป จากข่าวหลาย ๆ หัวให้ข่าวตรงกันว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกันอย่างดี โดยมีคนนำถุงผ้าติดไม้ติดมือออกไปช้อปปิ้งใส่ของแทนการรับถุงเป็นจำนวนมาก

แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงปรับตัวครั้งใหญ่นี้ เพราะจากการสำรวจทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่าง ๆ ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการหักดิบงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วอยู่มาก ซึ่งแต่ละคนก็ต่างมีเหตุผลส่วนตัวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ด่านหน้ารับเต็ม

และสิ่งหนึ่งสำคัญที่อยากจะฝากคือความเห็นใจกับพนักงานร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น หรือ แฟมิลี่มาร์ท เพราะต้องมาคอยเป็นด่านหน้ารับความไม่พอใจจากลูกค้าที่ไม่พอใจกับการงดแจกถุงนี้ ซึ่งมีทั้งเสียงบ่น ถ้อยคำไม่พอใจ การใช้สีหน้าและท่าทาง โดยพนักงานทุกคนล้วนทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น

ทดแทนไปก่อน

แม้จะดีเดย์ไปแล้วสำหรับการงดแจกถุง แต่ก็ใช่ว่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์ (ไม่นับผ่อนผัน) เพราะในหลายสาขายังมีถุงสำรองแจกจ่ายอาจเพราะเป็นการระบายให้หมดหรือเพื่อลดทอนสายตากดดันจากลูกค้าก็ไม่ปาน แต่ในความประสงค์ของหลายต่อหลายคนมีความเห็นตรงกันอยู่ว่าอย่างน้อยควรมีถุงสำรองเพื่อการจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ลืมเตรียมถุงมาใส่ของโดยเป็นการจำหน่ายถุงพลาสติกหรือถุงกระดาษในราคาใบละไม่เกิน 2 บาท อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมผู้ซื้อที่ช่วงแรก ๆ อาจลืมเตรียมถุงจนต้องจำใจซื้อถุงจากร้านบ่อย ๆ แต่เมื่อนานวันไปพฤติกรรมจะเปลี่ยนจากการลืมเป็นการเตรียมแทน

เอาแค่พอดีพอควร

จากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาตรการร่วมกับ 8 ช่องทีวีไทย เบลอภาพถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทางสื่อโทรทัศน์ ยกเว้นเพียงรายการข่าว ผลประกฎว่าประชาชนเกือบทั้งหมดไม่เห็นด้วยและวิจารณ์กันเละตามระเบียบ เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วเราไม่สามารถรู้ได้ด้วยซ้ำว่ามาตรการแบบนี้จะช่วยลดการใช้พลาสติกได้จริงหรือเปล่า ทางที่ดีควรเปลี่ยนจากการเบลอภาพถุงพลาสติกมาเป็นการรณรงค์ที่จริงจังกว่าเดิมเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจกันมากขึ้นถึงผลกระทบจากการใช้พลาสติก เพราะจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้นไปด้วยว่าทำไมห้างร้านจึงต้องงดแจกถุง

อย่างไรก็ตามประเด็นของการลดถุงพลาสติกที่เรากำลังใช้ความร่วมมือและการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แต่ก็จะเห็นได้ว่ามีอีกหลายคนที่ไม่ยินดีและเห็นด้วยกับวิธีการหักดิบเช่นนี้ ถึงแม้จะมีการรณรงค์หรือประกาศมาแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว เพราะแต่ละคนต่างมีเหตุผลรองรับความคิดของตนเองอยู่แล้ว เพียงแค่ใช้เวลาตรงนี้ต่อย ๆ ปรับตัวกันไปก่อน แล้วอีก 6 เดือนจึงสรุปผลแล้วหาทิศทางและเป้าหมายหรือปรับเปลี่ยนต่อไปอีกที