เหตุผลที่ทำให้เราเสพติดโซเชียล ทำไมเราถึงชอบไลก์ชอบแชร์

เหตุผลที่ทำให้เราเสพติดโซเชียล ทำไมเราถึงชอบไลก์ชอบแชร์
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

มีคำถามว่าถ้าคุณกดไลก์ ในทุกสิ่งอย่างที่คุณเห็นในโลกโซเชียล จะเกิดอะไรขึ้นกับแอคเคาท์ของคุณ ซึ่งคำตอบจากนักพัฒนาระบบที่ทำการทดสอบ เมื่อเขาเขียนสคริปต์ในแอคเคาท์ของตนเองให้กดไลก์ทุกรูปในโซเชียลมีเดียอย่าง อินสตราแกรม ผลลัพธ์ที่ได้คือ

มียอดคนติดตามเขามากขึ้นในช่วงเวลา 30 วัน

  • เขาได้รับเชิญเป็นเพื่อนมากขึ้น
  • เขาได้รับคำทักทายในโลกจริงเมื่อเดินบนท้องถนนแล้วมีคนทักทายเพราะคุ้นหน้าเขาจากอินสตราแกรม
  • เขาได้รับข้อความครั้งแล้วครั้งเล่าจากเพื่อน ให้โพสต์เรื่องราวของตนเองให้มากขึ้น และหลายคนต้องการให้เขากดไลก์ให้ ถ้าเขาไม่กดไลก์ให้เพื่อนในโลกสเมือนจริงเหล่านั้นจะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนไม่มีใครสนใจเขาเลย

หลายคนอาจมองว่า การกดไลก์ การแสดงความคิดเห็น หรือ กดแชร์ข้อความในโลกโซเชียลนั้นอาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วเรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทางใจของคนในสังคมปัจจุบัน เพราะในทุกการแสดงออกบนโลกโซเชียลนั้น ได้เข้าถึงความรู้สึกของผู้คน ทำให้เรารู้สึกเสพติด มีความปรารถนาเพื่อให้ได้มาซึ่งยอดไลก์ ยอดแชร์ และ จะวิตกกังวลทุกครั้งเมื่อเรื่องหรือรูปที่โพสต์ไปนั้นไม่ได้รับความสนใจ

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเรามาทำความเข้าใจ จิตวิทยาในโลกโซเชียลมีเดีย กันดีกว่าเพื่อที่คุณจะทราบถึงที่มาและที่ไป ชีวิตอีกด้านของผู้คนที่มักถูกเปิดเผยเมื่อพวกเขาใช้โซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดีย ในแง่ของชีววิทยา

การที่เราเสพติดโซเชียลมีเดีย นั้นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นมาจาก สารเคมีสองตัวในสมองที่คือ โดพามีน และ อ๊อกซีโทซิน

โดพามีน

คือฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นความต้องการของมนุษย์ เพราะในขณะที่โดพามีนหลั่งออกมาจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พึงพอใจ มีความยินดี ความรักและความรู้สึกดีๆ จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ออกโทซิน

คือฮอร์โมนสารเคมีที่สร้างความผูกพันธ์ ออกโทซิน มีรายงานว่าการใช้เวลา 10 นาทีในโลกโซเชียล สมองสามารถหลั่งฮอร์โมน ออกโทซินได้สูงกว่าปกติ 13 เปอร์เซนต์ เมื่อสมองหลั่งสารออกโซทิน ออกมาคือทำให้ความเครียดลดลง มีความรู้สึกรักและไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น มีความรู้สึกปรารถนา มากขึ้น

จากฮอร์โมนสองตัวนี้ ที่จะมีการสร้างความรัก ความพึงพอใจ หรือ ความรู้สึกปรารถนา และต้องการในช่วงเวลาที่เราได้ใช้โซเชียลมีเดีย ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้คนเราติดอยู่ในโลกโซเชียล และด้วยความรู้สึกดังกล่าวทำให้ผู้คนมักจะเชื่อใจคนที่อยู่ในโลกโซเชียลได้โดยง่าย

ทำไมเราถึงติดโซเชียลมีเดีย

เป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้วว่า คนเราชอบพูดเรื่องของตนเอง และ โดยปกติแล้วมนุษย์ทั่วไปมักชอบพูดเรื่องของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตัวเองในบทสนทนาทุกครั้ง ประมาณ 30-40 เปอร์เซนต์ แต่สำหรับคนที่ใช้โซเชียลมีเดีย นั้นจะพูดและแสดงความคิดเห็นของตนเองสูงถึง 80 เปอร์เซนต์

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะในการสนทนาแบบเห็นหน้ากันนั้น จะมีเรื่องของการควบคุมอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ในบางครั้งเราอาจไม่มีเวลาที่จะคิดคำตอบ ขณะเดียวกัน เราต้องคอยสบตาคู่สนทนา และคอยอ่านภาษากายของพวกเขาว่าสนใจในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่หรือไม่

แต่ในโลกโซเชียล นั้นทุกคนสามารถปรับแต่ง และ มีเวลาที่จะประดิษฐ์คำพูดของตนเองได้ ซึ่งแต่ละคนจะพยายามนำเสนอตนเองออกมาในด้านที่อยากให้คนเห็นและคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้น สังเกตุง่ายๆ จากโปรไฟล์ที่แต่ละคนปรับแต่งกันบนเฟซบุ๊ค ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการสร้างตัวตนเพื่อเพิ่มความรู้สึก ภาคภูมิใจในตนเอง

แล้วทำไมเราถึงชอบแชร์

ที่เราชอบแชร์เพราะเราต้องการแสดงตัวตนขอตนเอง และ ต้องการแสดงความสัมพันธ์แบบสนิทสนม จากผลสำรวจพบกว่า 68 เปอร์เซนต์ของผู้ที่แชร์ข้อความ หรือ ข่าวสารนั้น เพราะต้องการบอกคนอื่นว่า พวกเขาคิดอย่างไร พวกเขาเป็นคนอย่างไร และ เรื่องใดที่พวกเขากำลังสนใจอยู่ในเวลานี้ แต่เหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับคนชอบแชร์ที่มีผลสำรวจถึง 78 เปอร์เซนต์พบกว่าพวกเขาแชร์ เพราะว่าต้องการติดต่อกับผู้คนในโซเชียลมีเดียอยู่

ทำไมเราถึงชอบกดไลก์

จากผลสำรวจของการใช้เฟซบุ๊คที่มีผู้ใช้กว่า 2 พันล้านรายนั้นพบกว่า มีคนใช้ปุ่มกดไลก์มากกว่า 1.13 ล้านล้านครั้ง แล้วทำไมเราถึงชอบกดไลก์ เมื่อเราเจอข้อความ หรือ ข้อมูลที่ทำให้เรารู้สึกถูกใจ ข้อแรกเป็นเพราะคุณต้องการให้คุณค่ากับคนที่คุณปฎิสัมพันธ์ด้วยบนโลกโซเชียล นอกจากนี้เรากำลังสร้างความสัมพันธ์ที่ต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน เมื่อเรากดไลก์เขา เขาก็มากดไลก์เรา ผลัดกันกดไปมา ก็สร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่ถ้าวันไหนคุณกดไลก์เขาไปแล้ว แล้วเขาไม่กลับมากดไลก์ กลับ คุณก็จะรู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวาย

ทำไมเราถึงชอบแสดงความคิดเห็น

คำตอบของเรื่องนี้คือการเอาทุกข้อมารวมกัน เมื่อเรามีกลุ่มในโลกโซเชียลของเราเอง เราก็มีความรู้สึกสบายใจที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันการไม่ต้องแสดงตัวตนเหมือนอย่างในโลกของความเป็นจริง ความรู้สึกอยากที่จะแสดงความคิดเห็นก็มีมากขึ้น และท้ายที่สุดก็จะทำให้หลายคนมีความคิดเห็นในทุกเรื่อง และ แสดงตัวตนของตนเองออกมา ยิ่งถ้ามีใครมากดไลก์ กดแชร์ ความคิดเห็นของเรา ก็จะทำให้หลายคนรู้สึกว่า การแสดงความคิดเห็นของตนเองนั้นมีคุณค่า และท้ายที่สุดก็จะเสพติดความรู้สึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus