ศัพท์น่าสน : Start

Start

สวัสดีครับ ในฉบับต้อนรับปีใหม่นี้ เรามา "เริ่มต้น" ปีนี้ด้วยคำว่า start ศัพท์ง่ายๆ แต่ก็มีวิธีใช้น่าสนใจเช่นเคยครับ ^^
เริ่มต้นปีแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงสำนวนภาษาอังกฤษ 2 สำนวน คือ "Whatever happened, happened" หมายถึง "อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว มันก็เกิดขึ้นแล้ว" (กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้) ในปีที่ผ่านมาเราอาจจะพบเจอกับประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดี ที่ล้วนหล่อหลอมตัวตนให้เราเป็นเรา หากอาหารทำให้ร่างกายเราเติบโต ประสบการณ์เหล่านั้นก็ทำให้จิตใจเราเข้มแข็ง เป็นภูมิต้านทานเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างที่ฝรั่งพูดว่า "Whatever will be, will be" หมายถึง "อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด" เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก เริ่มต้นปีแบบนี้คนที่เชื่อถือในโชคลาง(superstitious) หลายๆ คนคงจะถือเป็นโอกาสเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ โดยหวังว่าจะพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี แม้แต่คนที่ไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาตินี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มต้นทำสิ่งต่างๆ ที่เราเคยคิดอยากทำ เช่น เลิกสูบบุหรี่ ตั้งใจเรียน จดบันทึกทุกวัน ออกกำลังกาย ฯลฯ อย่างที่ฝรั่งเขาบอกว่า "Well begun is half done." (เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง) แต่อย่าลืมลงมือทำสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้อีก "ครึ่ง" ที่เหลือประสบความสำเร็จด้วยนะครับ ^^
กลับมาที่คำว่า "start" (เริ่มต้น) กันดีกว่าครับ คนไทยพบเห็นคำนี้กันอยู่บ่อยๆ เช่นหากจะเริ่มเล่นเกมก็ต้องกด "start" หรือในการแข่งขัน กีฬาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ใช้ความเร็ว (racing) นักกีฬาต้องไปอยู่ที่เส้นสตาร์ท (starting line) เพื่อรอฟังเสียงสัญญาณปล่อยตัว ซึ่งมักจะเป็นเสียงปืน ที่เรียกว่า "starting pistol" หากนักกีฬาคนไหนออกตัวก่อนสัญญาณดังกล่าว จะเรียกว่า "false start" และต้องมาเริ่มต้น restart กันใหม่ เช่น The race must be restarted if an athlete makes a false start. (การแข่งขันต้องเริ่มกันใหม่หากนักกรีฑาออกตัวฟาวล์)
คำศัพท์ในแวดวงกีฬาแบบนี้สามารถนำมาใช้ในสถานการณ์ทั่วๆ ไปได้ เช่น "false start" หมายถึง การที่เราเริ่มต้นทำในสิ่งที่เรายังไม่พร้อม และไม่ประสบความสำเร็จ เช่น After a couple of false starts, she finally found a job she liked. (หลังจากผิดพลาดอยู่สองครั้ง เธอก็ได้งานที่เธอชอบสักที) ซึ่งตรงข้ามกับสำนวน "get off to a good start" หมายถึง "เริ่มต้นได้ดี" เช่น I got off to a good start this morning. (ฉันเริ่มต้นเช้านี้ได้ดี--ไม่มีอะไรผิดพลาด) หรือสำนวน "racing start" ก็หมายถึง ได้เปรียบเพราะเริ่มทำเร็วกว่าคนอื่น เช่น That company had a racing start over others. (บริษัทนั้นได้เปรียบบริษัทอื่นเพราะเริ่มต้นได้เร็วกว่า) คนที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ อาจจะได้เงินเดือนเริ่มต้น (starting salary) ไม่มากนัก เช่น My starting salary as a soldier is not enough to support my family. (เงินเดือนเริ่มต้นของทหารอย่างผมไม่เพียงพอที่จะจุนเจือครอบครัว) คนที่มีคุณสมบัติที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานก็คือ "self-starter" หมายถึง คนที่ทำงานได้เองโดยไม่ต้องมีใครมาคอยสั่ง เช่น A successful person must be a self-motivated self-starter. (คนที่ประสบความสำเร็จต้องเป็นคนที่สร้างแรงจูงใจและริเริ่มทำงานได้ด้วยตัวเองปีใหม่อาจจะเป็นโอกาสในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โดยปล่อยให้ความผิดพลาดทิ้งไปกับปีที่ผ่านมา เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตและเริ่มต้นกันใหม่ (start over/start afresh) เช่น I have decided to start afresh in a new town with a new job. (ฉันตัดสินใจที่จะไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองอื่นและหางานใหม่ทำ) หรือจะใช้สำนวน "start a new life/make a new life for yourself" ก็ได้ เช่น He has decided to start a new life in the USA. (เขาตัดสินใจจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอเมริกา)
แม้การเริ่มต้นใหม่จะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง แต่ชีวิตคนไม่ใช่เกมที่เมื่อผิดพลาดแล้วจะกดปุ่ม restart แล้วเริ่มต้นใหม่ได้โดยไม่มีร่องรอยความบอบช้ำทั้งทางกายและทางใจหลงเหลืออยู่ การทำให้ดีตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ (from start to finish) นั้นจึงสำคัญยิ่งกว่า เพื่อว่าปีนี้จะไม่เกิดข้อผิดพลาดแล้วรอเริ่มต้นกันใหม่ในปีหน้าอยู่เรื่อยไป ขอให้สิ่งร้ายๆ ผ่านพ้นไปกับปีเก่า และมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นตลอดปีนี้กันทุกคนนะครับ ^^
คอลัมน์ ศัพท์น่าสน
ผู้เขียน วรวุฒิ ตัถย์วิสุทธิ์ (I Get English Magazine)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



