Valet ขับรถลูกค้าไปชน ใครรับผิด สิ่งที่เจ้าของรถควรรู้

Valet ขับรถลูกค้าไปชน ใครรับผิด สิ่งที่เจ้าของรถควรรู้

Valet ขับรถลูกค้าไปชน ใครรับผิด สิ่งที่เจ้าของรถควรรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เชื่อกันว่าบริการรับฝากจอดรถ หรือ Vallet Parking เป็นอีกความสะดวกสบาย แต่ปัฯหาคือถาเกิดคุณ ฝากรถไว้กับพนักงานร้านอาหาร ฝากกุญแจให้คอนโดหรือลานจอดรถขยับรถให้ หรือจอดรถไว้เฉย ๆ แล้วมีรถอีกคันถอยมาชนจนเกิดรอยบุบ รอยขูด หรือกันชนเสียหาย

คำถามสำคัญคือ ถ้ารถของเราจอดอยู่ แต่ถูกอีกคันถอยมาชน แบบนี้ใครผิด? เจ้าของรถที่จอดอยู่ต้องรับผิดด้วยไหม? แล้วถ้าเป็นพนักงานรับฝากรถหรือ Valet เป็นคนขับรถลูกค้าไปชน รถคันไหนต้องเคลมประกัน? Sanook Auto มีคำตอบ 

หมายเหตุ : บทความนี้อยากให้เข้าใจทุกประเด็นจะยาวนิดนึง พร้อมแล้วอ่านกันได้เลย

ฝากจอดรถไว้แล้วถูกถอยมาชน ใครผิด?

โดยหลักทั่วไป หากรถของเราจอดอยู่เฉย ๆ และมีรถอีกคันถอยมาชน รถที่ถอยมาชนมักเป็นฝ่ายผิด เพราะผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบด้านหลังและรอบรถให้ปลอดภัยก่อนถอย

การถอยรถเป็นจังหวะที่ผู้ขับต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะมีจุดอับสายตา และมักเกิดในพื้นที่แคบ เช่น ลานจอดรถ หน้าร้านอาหาร คอนโด หรือปั๊มน้ำมัน หากถอยไปชนรถที่จอดอยู่ จึงมักถูกมองว่าเป็นการขับรถโดยประมาท

รถเราจอดอยู่เฉย ๆ ต้องรับผิดไหม?

ถ้ารถของเราจอดอยู่ในช่องจอดหรือพื้นที่ที่จัดไว้ให้จอดตามปกติ โดยไม่ได้กีดขวางทาง ไม่จอดซ้อนคันแบบผิดเงื่อนไข และไม่ได้จอดในจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยทั่วไปเจ้าของรถที่จอดอยู่ไม่ควรเป็นฝ่ายผิด

แต่ถ้ารถของเราจอดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม เช่น จอดขวางทางเข้าออก จอดซ้อนคันโดยไม่ปลดเกียร์ว่าง จอดล้ำช่อง จอดตรงมุมอับสายตา หรือจอดในจุดห้ามจอด อาจถูกพิจารณาได้ว่าเจ้าของรถมีส่วนประมาทร่วม ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่หรือบริษัทประกัน

กรณีฝากกุญแจไว้ แล้วพนักงานขยับรถไปชน ใครรับผิด?

กรณีนี้ต้องแยกออกเป็น 2 ฝั่ง คือรถของเราเสียหาย หรือรถของเราเป็นคันที่ถูกพนักงานขับไปชนรถคันอื่น

ถ้าเราฝากรถไว้กับสถานที่ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม คอนโด ห้าง หรือลานจอดรถ และพนักงานเป็นคนขับรถของเราไปชนรถคันอื่น คนที่ควบคุมรถในขณะเกิดเหตุคือพนักงาน ไม่ใช่เจ้าของรถ ดังนั้นผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุและผู้ให้บริการรับฝากรถควรเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายเป็นหลัก

แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันอาจต้องตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ว่าอนุญาตให้บุคคลอื่นขับได้หรือไม่ เป็นประกันประเภทใด ระบุชื่อผู้ขับหรือไม่ และเหตุเกิดจากการใช้รถตามปกติหรืออยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้บริการจอดรถ

 20260629_120640_batch

ถ้าพนักงานถอยรถลูกค้าคันอื่นมาชนรถเรา

กรณีนี้ง่ายขึ้นในแง่การพิจารณา เพราะรถของเราถูกชนขณะจอดอยู่ ผู้ที่ถอยรถมาชนคือคนที่ควบคุมรถคันคู่กรณีในขณะเกิดเหตุ หากเป็นพนักงานของร้านหรือสถานที่ พนักงานและผู้ให้บริการควรเข้ามารับผิดชอบร่วมกับเจ้าของรถคันที่ถูกขับมาชน แล้วให้ประกันดำเนินการตามเงื่อนไขต่อไป

เจ้าของรถที่ถูกชนควรเก็บหลักฐานให้ครบ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด ภาพจุดเกิดเหตุ ภาพความเสียหาย ทะเบียนรถคู่กรณี ชื่อพนักงาน ชื่อสถานที่ และเบอร์ผู้รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาปฏิเสธความรับผิดภายหลัง

ถ้าไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนถอยชน ต้องทำอย่างไร?

หากกลับมาที่รถแล้วพบรอยชน แต่ไม่มีคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ ให้ถ่ายภาพความเสียหายและตำแหน่งจอดทันที จากนั้นขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่ และแจ้งพนักงานหรือผู้ดูแลลานจอดรถให้ทำบันทึกเหตุการณ์ไว้

ถ้ารถมีประกันชั้น 1 ควรแจ้งบริษัทประกันทันทีเพื่อเปิดเคลม โดยหากไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ อาจเข้าข่ายเคลมไม่มีคู่กรณี ซึ่งเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท

ถ้ารู้คู่กรณีแล้ว ควรเรียกประกันไหม?

ควรเรียกประกันทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อมีความเสียหายชัดเจน เพราะการตกลงกันเองด้วยเงินสดอาจมีปัญหาภายหลัง เช่น ประเมินค่าซ่อมต่ำเกินจริง ซ่อมแล้วพบความเสียหายเพิ่มเติม หรืออีกฝ่ายเปลี่ยนคำให้การ

วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือให้ประกันออกใบเคลม ถ่ายภาพหลักฐาน และระบุรายละเอียดคู่กรณีไว้ให้ครบ หากความเสียหายไม่มากและทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ก็ยังควรมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรหรืออย่างน้อยมีภาพถ่ายและข้อความยืนยัน

ประกันเบ็ตเตร็ตช่วยได้

หากเกิดเหตุแบบนี้กับการฝากจอด ทีม Sanook Auto ได้สอบถาม กรณีที่บริษัทฝากจอดที่มีประกันเบ็ตเตร็ต ซึ่งจะครอบครอบคลุมกับความเสียหายภายนอก ก็จะทำให้มาคุ้มครองแทนประกันของรถของคูกรณีที่ชันเองได้

เจ้าของรถที่ฝากไว้ควรรับผิดแทนคนขับไหม?

แต่ถ้าไม่มีประกันอย่างที่กล่าวไปขั้นต้น หากรถของคุณถูกพนักงานนำไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ คำตอบในทางปฏิบัติอาจซับซ้อนกว่าคำว่า “เจ้าของรถไม่เกี่ยว” เพราะบริษัทประกันอาจมองจากตัวรถ กรมธรรม์ และผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ

แต่ในเชิงข้อเท็จจริง ผู้ที่กระทำให้เกิดอุบัติเหตุคือคนขับในขณะนั้น หากเป็นพนักงานรับฝากรถ ผู้ให้บริการหรือสถานที่ที่มีหน้าที่ดูแลรถควรเข้ามารับผิดชอบ ไม่ควรปล่อยให้เจ้าของรถต้องไปจัดการเองทั้งหมด

ถ้าฝากรถแบบไม่มีใบรับรถ จะเรียกร้องได้ไหม?

ยังเรียกร้องได้ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการฝากรถจริง เช่น มีกล้องวงจรปิด เห็นพนักงานรับกุญแจ มีแชตยืนยัน มีบัตรจอดรถ มีพยาน หรือมีหลักฐานว่าพนักงานเป็นคนขับรถในช่วงเกิดเหตุ

แต่การไม่มีใบรับรถจะทำให้พิสูจน์ยากขึ้น ดังนั้นหากเป็นสถานที่ที่มีบริการ Valet หรือฝากกุญแจ ควรขอหลักฐานทุกครั้ง เช่น ใบรับรถ ป้ายแขวนกุญแจ หรือถ่ายรูปจุดส่งมอบรถและพนักงานไว้เพื่อความสบายใจ

จอดซ้อนคันแล้วถูกเข็นหรือถอยชน ใครผิด?

กรณีจอดซ้อนคันต้องดูรายละเอียดมากขึ้น หากจอดในพื้นที่ที่อนุญาตให้จอดซ้อนและปฏิบัติตามกติกา เช่น ปลดเกียร์ว่าง ไม่ดึงเบรกมือ และมีผู้ดูแลพื้นที่ การขยับรถแล้วไปชนอาจเป็นความรับผิดของผู้ที่เข็นหรือขับรถไปชน

แต่ถ้าจอดซ้อนในที่ห้ามจอด กีดขวางทางเข้าออก หรือจอดในลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นต้องขยับรถโดยจำเป็น เจ้าของรถที่จอดซ้อนอาจถูกมองว่ามีส่วนประมาทร่วมได้

กรณีจอดในที่ห้ามจอดแล้วถูกชน

หลายคนเข้าใจว่าถ้าจอดในที่ห้ามจอดแล้วถูกชน เจ้าของรถที่จอดต้องผิดทั้งหมด ความจริงไม่ใช่เสมอไป เพราะรถที่ขับมาชนยังต้องรับผิดจากการขับโดยประมาท หากสามารถหลีกเลี่ยงได้แต่ไม่ระวังจนเกิดการชน

อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถที่จอดผิดที่อาจถูกปรับฐานจอดรถในที่ห้ามจอด หรือถูกพิจารณาว่ามีส่วนประมาทร่วม หากลักษณะการจอดทำให้เกิดความเสี่ยงหรือกีดขวางการจราจร

ถ้าสถานที่ปฏิเสธความรับผิด ควรทำอย่างไร?

หากเป็นลานจอดรถ ร้านอาหาร โรงแรม หรือคอนโดที่มีพนักงานรับรถหรือดูแลการจอด แล้วเกิดความเสียหายจากการกระทำของพนักงาน แต่สถานที่ปฏิเสธความรับผิด เจ้าของรถควรขอข้อมูลผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบโดยตรง พร้อมรวบรวมหลักฐานทั้งหมด

จากนั้นให้บริษัทประกันช่วยประสาน และหากยังตกลงไม่ได้ อาจต้องแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป

ประกันรถยนต์ช่วยอย่างไร?

ถ้ามีประกันชั้น 1 โดยทั่วไปจะช่วยดูแลค่าซ่อมรถของเราได้ก่อน แล้วบริษัทประกันอาจไปไล่เบี้ยกับฝ่ายผิดหรือผู้เกี่ยวข้องภายหลัง แต่เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท หากเป็นประกันชั้น 2+, 3+ หรือ 3 ธรรมดา ต้องดูว่าเป็นอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีหรือไม่ ระบุคู่กรณีได้หรือเปล่า และความคุ้มครองครอบคลุมความเสียหายของรถเราในกรณีนั้นหรือไม่

20260629_131227_batch

ฝากรถให้คนอื่นขับ ควรระวังอะไร?

ก่อนฝากรถกับใคร ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน Valet ลานจอดรถ หรือคนรู้จัก ควรดูให้แน่ใจว่าสถานที่มีระบบรับผิดชอบชัดเจน มีใบรับรถ และมีพนักงานประจำจริง ไม่ควรส่งกุญแจให้บุคคลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

หากรถมีของมีค่า ควรเก็บออกจากรถหรือซ่อนไว้ให้มิดชิด และควรถ่ายภาพสภาพรถรอบคันก่อนฝาก โดยเฉพาะรถราคาแพง รถใหม่ หรือรถที่มีรอยเดิมอยู่แล้ว เพื่อป้องกันปัญหาโต้แย้งภายหลัง

กรณีไหนที่เจ้าของรถอาจมีส่วนผิด?

  • จอดรถในที่ห้ามจอดหรือพื้นที่ไม่อนุญาต
  • จอดขวางทางเข้าออกหรือกีดขวางการจราจร
  • จอดล้ำช่องจนทำให้รถคันอื่นผ่านยาก
  • จอดซ้อนคันแล้วไม่ปลดเกียร์ว่างหรือดึงเบรกมือไว้
  • ฝากรถกับบุคคลที่ไม่ใช่พนักงานหรือไม่มีหน้าที่ดูแลรถ
  • ยินยอมให้ผู้ไม่มีใบขับขี่หรือไม่มีความสามารถขับรถไปขยับรถ

ปิดท้ายก่อนจาก

อย่าตกใจ หากคุณเจอเหตุกาณณ์ฝากจอดรถไว้แล้วถูกถอยมาชน โดยหลักทั่วไป รถที่ถอยมาชนมักเป็นฝ่ายผิด เพราะผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องระมัดระวัง ตรวจสอบด้านหลัง และไม่ขับรถโดยประมาทจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แต่หากรถที่จอดอยู่จอดผิดที่ จอดกีดขวาง จอดล้ำช่อง หรือสร้างความเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชน อาจถูกพิจารณาว่ามีส่วนประมาทร่วมได้ ดังนั้นการจอดรถให้ถูกที่และเก็บหลักฐานให้ครบจึงสำคัญมาก

ถ้าเป็นกรณีพนักงานรับฝากรถหรือ Valet เป็นผู้ขับรถไปชน ผู้ให้บริการควรเข้ามารับผิดชอบร่วมกับผู้ขับในขณะเกิดเหตุ ไม่ควรปล่อยให้เจ้าของรถที่ฝากไว้ต้องรับภาระเองทั้งหมด และควรให้ประกันภัยเข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล