"ถอยรถชนเสา เฉี่ยวรั้วบ้าน" ประกันรับเคลมหรือไม่ บางคนอาจเข้าใจผิดอยู่

"ถอยรถชนเสา เฉี่ยวรั้วบ้าน" ประกันรับเคลมหรือไม่ บางคนอาจเข้าใจผิดอยู่

"ถอยรถชนเสา เฉี่ยวรั้วบ้าน" ประกันรับเคลมหรือไม่ บางคนอาจเข้าใจผิดอยู่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถอยชนเสา-เฉี่ยวรั้วบ้าน! ประกันชั้นไหนเคลมได้บ้าง? เช็กด่วน เงื่อนไข "เคลมแห้งไม่มีคู่กรณี" ที่คนมีรถมักเข้าใจผิด

ต่อให้คุณเป็นผู้ขับขี่ที่เชี่ยวชาญและระมัดระวังมากแค่ไหน แต่อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการขับรถเฉี่ยวเสาไฟฟ้า ถอยชนกระถางต้นไม้ หรือเบียดประตูรั้วบ้านตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ยามที่รถคู่ใจเกิดรอยแผลขีดข่วนหรือรอยบุบ สิ่งแรกที่คนมีรถมักจะคิดถึงคือ "การเคลมประกัน" แต่คำถามคือ ประกันที่คุณถืออยู่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ "ไม่มีคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะ" แบบนี้หรือไม่? วันนี้เรารวบรวมข้อเท็จจริงมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย

ความคุ้มครอง: ประกันแต่ละชั้น จ่ายให้แค่ไหน?

เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนสิ่งกีดขวางที่ไม่ใช่รถยนต์ด้วยกัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความคุ้มครองตามประเภทของกรมธรรม์ที่คุณเลือกไว้

  • ประกันภัยชั้น 1 (คุ้มครองครอบคลุมที่สุด): หากคุณทำประกันภัยชั้น 1 คุณสามารถแจ้งเคลมสีและบาดแผลของตัวรถได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการชนเสา ต้นไม้ หรือกำแพง ทว่าผู้ขับขี่อาจต้องเตรียมใจสำรองจ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 - 3,000 บาทต่อเหตุการณ์ หากไม่สามารถระบุวัน เวลา หรือสถานที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ตามเงื่อนไขมาตรฐานของ คปภ.

  • ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ (คุ้มครองเฉพาะรถชนรถ): กรณีนี้เป็นจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด เนื่องจากประกันประเภท 2+ และ 3+ จะให้ความคุ้มครองกรณี "ชนกับยานพาหนะทางบก" (มีคู่กรณีเป็นรถด้วยกัน) เท่านั้น ดังนั้น หากคุณขับรถไปเฉี่ยวชนเสาบ้านหรือสิ่งของอื่น ๆ บริษัทประกันจะ ไม่รับผิดชอบ ค่าซ่อมแซมตัวรถของคุณในทุกกรณี เจ้าของรถต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมเองค่ะ

  • ประกันภัยชั้น 3 (คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี): ประกันภัยชั้น 3 จะซ่อมเฉพาะรถหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น ตัวรถของคุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองเลย แต่หากเสาบ้านหรือประตูดังกล่าวเป็นของบุคคลอื่น บริษัทประกันจะเข้าไปรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายของทรัพย์สินชิ้นนั้นให้ตามวงเงินในกรมธรรม์

ข้อควรระวัง วิธี "เคลมแห้ง" แบบไม่ให้เบี้ยประกันปีหน้าพุ่ง

สำหรับผู้ที่ถือประกันภัยชั้น 1 และต้องการรวบรวมรอยขีดข่วนไว้เคลมรอบคันทีเดียว หรือที่เรียกว่า "การเคลมแห้ง" คุณสามารถนำรถเข้าไปติดต่ออู่ในเครือเพื่อออกใบเสนอราคาและเปิดใบเคลมได้ทันทีโดยไม่ต้องโทรเรียกพนักงานประกันมาที่เกิดเหตุ

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:  การเคลมแห้งแบบไม่มีคู่กรณีบ่อยครั้ง หรือเคลมรอบคันโดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน จะส่งผลให้ "ประวัติการขับขี่" ในระบบของบริษัทประกันเสียไป ซึ่งอาจทำให้คุณพลาดสิทธิ์การได้รับส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus) และส่งผลให้เบี้ยประกันภัยในปีถัดไปปรับตัวสูงขึ้นได้ ดังนั้น หากเป็นรอยขนแมวเล็ก ๆ น้อย ๆ การเลือกซ่อมเองหรือใช้บริการขัดเคลือบสีอาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

บทสรุปสำคัญคือ การทำประกันภัยภาคสมัครใจที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ ควบคู่ไปกับการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล