Ferrari Luce เปิดตัวแล้ว! รถไฟฟ้าคันแรกของม้าลำพอง ราคามากกว่า 5 แสนยูโร!

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสุดแรงและหรู อย่าง Ferrari Luce เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ferrari หลังถูกจับตามองมานานหลายปี โดยรุ่นนี้ไม่ใช่รถต้นแบบโชว์เทคโนโลยีหรือรุ่นพิเศษผลิตจำกัด แต่เป็นรถโปรดักชันจริงที่ถูกวางขายในไลน์อัปปกติของ Ferrari
มีอะไรที่โดดเด่นเรามาดูกัน
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดีไซน์ใหม่หมด ร่วมงานกับทีมของ Jony Ive
Ferrari Luce ถูกออกแบบร่วมกันระหว่าง Ferrari Centro Stile ในเมือง Maranello และ LoveFrom บริษัทออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของ Apple ผู้มีบทบาทสำคัญกับดีไซน์ iPhone รุ่นแรก
อย่างไรก็ตาม Ferrari ระบุว่าดีไซน์ของ Luce ไม่ได้เริ่มจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากโจทย์ด้านอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานก่อน จากนั้นจึงค่อยปรับเส้นสายภายนอกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ตัวถังยาวมากพอสมควร
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
มิติตัวถังของ Ferrari Luce มีความยาว 197.6 นิ้ว หรือยาวใกล้เคียงกับ Tesla Model S กว้าง 78.7 นิ้ว และเตี้ยกว่า Ferrari Purosangue ประมาณ 2 นิ้ว โดยตัวรถใช้รูปทรงที่เน้นความลู่ลมอย่างมาก
Ferrari ระบุว่า Luce ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศได้เพียง 0.254 Cd โดยไม่ต้องใช้ระบบแอโรไดนามิกแบบ Active Aero ซึ่งช่วยให้ตัวรถเรียบสะอาดและลดน้ำหนักของระบบกลไกที่ไม่จำเป็น
ล้อใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งใน Ferrari โปรดักชัน
อีกจุดที่สะดุดตาคือชุดล้อขนาดใหญ่ โดย Ferrari Luce ใช้ล้อหน้า 23 นิ้ว และล้อหลัง 24 นิ้ว ซึ่ง Motor1 ระบุว่าเป็นล้อขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งในรถ Ferrari รุ่นโปรดักชัน
ส่วนงานออกแบบท้ายรถใช้ไฟท้ายทรงกลม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ Luce ดูแตกต่างจาก Ferrari รุ่นใหม่หลายรุ่น และสร้างบุคลิกที่ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ใช่การนำดีไซน์เดิมมาปรับเป็นไฟฟ้าเท่านั้น

_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ภายใน 5 ที่นั่งจริง เก็บของได้เยอะสุด
ภายในของ Ferrari Luce ถูกออกแบบให้แตกต่างจาก Ferrari หลายรุ่น โดยมีที่นั่งแบบ 5 ที่นั่งจริง เนื่องจากไม่มีอุโมงค์เกียร์กลางตัวรถเหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังตรงกลางนั่งได้สบายขึ้น
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 21.1 ลูกบาศก์ฟุต หรือประมาณ 597 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยมีมา และอยู่ในระดับใกล้เคียงรถ SUV ขนาดคอมแพกต์ยุคใหม่
มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า
Ferrari Luce ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระทั้ง 4 ล้อ โดยมอเตอร์ทั้งหมดถูกพัฒนาและผลิตใน Maranello มอเตอร์คู่หน้าหมุนได้สูงสุด 30,000 รอบ/นาที ส่วนมอเตอร์คู่หลังหมุนได้สูงสุด 25,500 รอบ/นาที โดยเทคโนโลยีมอเตอร์มีพื้นฐานจากโปรแกรม Ferrari F80 และองค์ความรู้จากสนามแข่ง Formula 1 และ Endurance Racing
ระบบขับเคลื่อนของ Luce แบ่งโหมดการทำงานผ่าน E-Manettino โดยแต่ละโหมดจะเปลี่ยนการจ่ายแรงบิด พฤติกรรมระบบขับเคลื่อน และระดับสมรรถนะของรถแตกต่างกัน
| โหมด | กำลังสูงสุด | ลักษณะการขับเคลื่อน |
|---|---|---|
| Range Mode | 430 แรงม้า | ขับเคลื่อนล้อหลัง ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. |
| Tour Mode | 617 แรงม้า | ขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับใช้งานประจำวัน |
| Performance Mode | 986 แรงม้า | ขับเคลื่อน 4 ล้อถาวร ความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม. |
| Launch Control | 1,050 แรงม้า | ใช้กำลังสูงสุดทั้งหมด |
0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที
เมื่อใช้โหมด Launch Control Ferrari ระบุว่า Luce สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขระดับซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง
แม้ตัวรถมีขนาดใหญ่และเป็น EV เต็มรูปแบบ แต่ Ferrari เคลมว่าการควบคุมของ Luce ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ 296 GTB โดยได้แรงช่วยจากมอเตอร์อิสระ 4 ตัว ระบบ Torque Vectoring ขั้นสูง และระบบเลี้ยวล้อหลัง
แป้น Paddle ไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ แต่ใช้คุมแรงบิด
Ferrari Luce ไม่มีเกียร์แบบรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงมีแป้น Paddle หลังพวงมาลัย โดยไม่ได้ใช้สำหรับเปลี่ยนเกียร์ แต่ใช้ควบคุมระบบที่เรียกว่า Torque Shift Engagement
แป้นด้านขวาใช้ปรับระดับการจ่ายแรงบิดทั้งหมด 5 ระดับ ส่วนแป้นด้านซ้ายใช้ปรับแรงหน่วงของระบบ Regenerative Braking อีก 5 ระดับ ทำให้ผู้ขับสามารถปรับอาการของรถก่อนเข้าโค้งและตอนออกโค้งได้ละเอียดขึ้น โดย Ferrari ย้ำว่านี่ไม่ใช่ระบบจำลองเกียร์ปลอม แต่เป็นวิธีใหม่ในการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
แบตเตอรี่ 800V ชาร์จเร็วสูงสุด 350kW
Ferrari Luce ใช้แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม 800V ที่ออกแบบและประกอบใน Maranello โดยแพ็กแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงเกือบ 3.7 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Ferrari Purosangue โมดูลแบตเตอรี่ถูกพัฒนาร่วมกับ SK On จากเกาหลีใต้ และ Ferrari ให้การรับประกันระบบขับเคลื่อนนาน 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ส่วนการชาร์จเร็วรองรับกำลังสูงสุด 350kW
_batch.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
เสียงของ Ferrari EV ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ปลอม
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ Ferrari ไฟฟ้าจะมี “เสียง” แบบไหน คำตอบของ Ferrari คือไม่ใช้เสียงเครื่องยนต์จำลองหรือเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า แต่ใช้เซนเซอร์จับแรงสั่นสะเทือนจริงจากมอเตอร์ไฟฟ้าและโครงสร้างด้านหลังของรถ
จากนั้นระบบจะใช้อัลกอริทึมกรองความถี่ที่ไม่พึงประสงค์ และขยายเฉพาะโทนเสียงที่มีความเป็นดนตรีมากขึ้น โดยผู้ขับสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดหรือปิดเสียงนี้ตามโหมดการขับขี่
ราคา Ferrari Luce
Ferrari Luce มีราคาเริ่มต้นในต่างประเทศที่ 550,000 ยูโร หรือประมาณ 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 40 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและออปชันตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งตามธรรมเนียมของ Ferrari ราคาจริงหลังเลือกสี วัสดุภายใน และอุปกรณ์พิเศษอาจสูงกว่านี้มาก
สรุปสเปก Ferrari Luce
| รุ่น | Ferrari Luce |
| รูปแบบ | รถยนต์ไฟฟ้าโปรดักชันรุ่นแรกของ Ferrari |
| มอเตอร์ | มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกอิสระแต่ละล้อ |
| กำลังสูงสุด | 1,050 แรงม้า |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 2.5 วินาที |
| อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. | 6.8 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 310 กม./ชม. ใน Performance Mode |
| แบตเตอรี่ | 800V Structural Battery |
| ชาร์จเร็ว | สูงสุด 350kW |
| ที่นั่ง | 5 ที่นั่ง |
| พื้นที่เก็บสัมภาระ | 21.1 ลูกบาศก์ฟุต หรือประมาณ 597 ลิตร |
| ราคาเริ่มต้น | 550,000 ยูโร หรือราว 23 ล้านบาท |
Ferrari Luce ถือเป็นก้าวสำคัญของ Ferrari เพราะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ไม่ได้มาแบบประนีประนอม ทั้งกำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที มอเตอร์ 4 ตัว แบตเตอรี่ 800V และดีไซน์ที่แตกต่างจาก Ferrari รุ่นเครื่องยนต์สันดาปแบบชัดเจน
แม้รูปลักษณ์ของ Luce อาจเป็นที่ถกเถียง และราคาสูงถึงระดับ 550,000 ยูโร แต่สิ่งที่ Ferrari พยายามทำคือการสร้างนิยามใหม่ของรถม้าลำพองในยุคไฟฟ้า โดยยังคงเรื่องสมรรถนะ การควบคุม และอารมณ์การขับขี่ไว้ให้มากที่สุด เพียงแต่เปลี่ยนภาษาใหม่จากเสียงเครื่องยนต์ V8 หรือ V12 มาเป็นประสบการณ์ไฟฟ้าที่ Ferrari ออกแบบเองตั้งแต่พื้นฐาน
เมืองไทยจะเคาะเท่าไหร่ต้องรอติดตามกันต่อไป
อัลบั้มภาพ 13 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







