ขับรถชื่อไม่ตรงกับเจ้าของรถ ผิดไหม? ตำรวจยึดรถได้หรือเปล่า

หลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์ต้องขับรถที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเอง เช่น รถพ่อแม่ รถแฟน รถบริษัท รถเช่า รถไฟแนนซ์ หรือรถที่เพิ่งซื้อขายต่อกันมาแต่ยังไม่ได้โอน แล้วเกิดคำถามว่า ถ้าชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนไม่ตรงกับคนขับ จะผิดกฎหมายไหม? และถ้าถูกตำรวจเรียกตรวจ ตำรวจมีสิทธิ์ยึดรถหรือไม่?
วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบของเรื่องนี้ให้คนได้คลายข้อสงสัย
ขับรถที่ชื่อเจ้าของไม่ตรงกับคนขับ ผิดกฎหมายไหม?
เรื่องนี้ต้องบอกว่าโดยหลักแล้ว กฎหมายไม่ได้บังคับว่าคนขับต้องเป็นเจ้าของรถเท่านั้น เพราะในชีวิตจริงมีหลายกรณีที่คนขับไม่ใช่เจ้าของรถ เช่น ลูกขับรถพ่อแม่ พนักงานขับรถบริษัท เพื่อนยืมรถกันใช้ หรือผู้เช่าซื้อขับรถที่ชื่อกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับไฟแนนซ์
สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ “ชื่อในเล่มต้องตรงกับคนขับ” แต่อยู่ที่ว่า ผู้ขับมีสิทธิ์ใช้รถคันนั้นหรือไม่ รถมีเอกสารถูกต้องหรือไม่ และผู้ขับมีใบอนุญาตขับขี่ถูกประเภทหรือไม่

ตำรวจเรียกตรวจ ต้องแสดงอะไรบ้าง?
ถ้าถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ ผู้ขับควรสามารถแสดงเอกสารสำคัญได้ ได้แก่
- ใบขับขี่ ที่ถูกประเภท เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ หรือใบอนุญาตตามประเภทรถที่ขับ
- สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ หรือเอกสารทะเบียนรถที่สามารถตรวจสอบได้
- ป้ายภาษีประจำปี ที่ยังไม่หมดอายุ
- หลักฐานการครอบครองหรือการใช้รถ ถ้ามี เช่น สัญญาเช่า ใบรับรถ หนังสือมอบอำนาจ เอกสารบริษัท หรือสัญญาซื้อขาย
- พ.ร.บ. รถ หรือประกันภัยภาคบังคับที่ยังมีผลใช้งาน
ปัจจุบันเอกสารบางอย่างสามารถแสดงในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ เช่น ใบขับขี่ดิจิทัล หรือใบคู่มือจดทะเบียนรถอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด แต่เพื่อความสบายใจ หากเป็นรถที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเอง ควรมีสำเนาทะเบียนรถหรือหลักฐานการใช้รถติดไว้ด้วยเสมอ
แล้วตำรวจยึดรถได้ไหม?
หากเป็นเพียงกรณี ชื่อเจ้าของรถไม่ตรงกับคนขับ แต่ผู้ขับมีใบขับขี่ รถมีเอกสารถูกต้อง ป้ายทะเบียนตรง ตรวจสอบแล้วไม่พบพิรุธ โดยทั่วไปไม่ใช่เหตุที่จะยึดรถทันที
เพราะการที่คนขับไม่ใช่เจ้าของรถเป็นเรื่องปกติ เช่น รถครอบครัว รถบริษัท รถเช่า รถไฟแนนซ์ หรือรถที่เจ้าของอนุญาตให้ใช้ การยึดรถจึงมักเกิดขึ้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมายหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวรถมากกว่า
กรณีไหนที่รถอาจถูกตรวจยึดหรือถูกนำไปตรวจสอบ?
แม้ชื่อไม่ตรงกับคนขับจะไม่ใช่ความผิดโดยตัวมันเอง แต่รถอาจถูกตรวจยึดหรือนำไปตรวจสอบได้ หากเข้าข่ายกรณีต่อไปนี้
- รถถูกแจ้งหายหรือสงสัยว่าเป็นรถที่ถูกขโมยมา เช่น เจ้าของแจ้งความไว้ หรือข้อมูลรถไม่ตรงกับระบบ
- ป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ เช่น เลขตัวถัง เลขเครื่อง หรือทะเบียนไม่สอดคล้องกับข้อมูลในเอกสาร
- เอกสารรถปลอมหรือมีพิรุธ เช่น สำเนาทะเบียนไม่ชัดเจน เล่มทะเบียนผิดปกติ หรือข้อมูลไม่ตรงกัน
- รถถูกใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย เช่น ขนยาเสพติด ขนของผิดกฎหมาย แข่งรถในทางสาธารณะ หรือเกี่ยวข้องกับคดีอาญา
- ผู้ขับไม่สามารถอธิบายที่มาของรถได้เลย โดยเฉพาะกรณีรถไม่มีเอกสาร ไม่มีหลักฐานการยืม ใช้ หรือครอบครอง
- รถดัดแปลงผิดกฎหมายร้ายแรง หรือมีสภาพไม่ตรงตามรายการจดทะเบียนจนต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
รถไฟแนนซ์ ชื่อในเล่มไม่ใช่เรา แบบนี้ขับได้ไหม?
ขับได้ตามปกติ เพราะรถเช่าซื้อจำนวนมากชื่อกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์ จนกว่าจะผ่อนครบและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ใช้รถจึงมักมีชื่อเป็นผู้ครอบครองหรือมีเอกสารสัญญาเช่าซื้อประกอบ
หากถูกตรวจ แนะนำให้มีสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเช่าซื้อ หรืออย่างน้อยมีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ว่ารถคันนี้อยู่ในการครอบครองโดยสุจริต
รถบริษัทหรือรถเช่า ชื่อไม่ตรงกับคนขับ ทำอย่างไรดี?
รถบริษัทและรถเช่าเป็นกรณีที่ชื่อเจ้าของรถไม่ตรงกับคนขับอยู่แล้ว สิ่งที่ควรมีติดรถคือเอกสารที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับกับรถ เช่น
- สำเนาทะเบียนรถ
- เอกสารมอบหมายให้ใช้รถจากบริษัท
- สัญญาเช่ารถ หรือใบรับรถ
- บัตรพนักงาน หรือเอกสารยืนยันตัวผู้ขับ
- ประกันภัยและเอกสาร พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ
เอกสารเหล่านี้ช่วยลดปัญหาเวลาเจอด่านตรวจ โดยเฉพาะกรณีเดินทางต่างจังหวัดหรือขับรถในเวลาผิดปกติ เช่น กลางคืนหรือช่วงเทศกาลที่มีการตรวจเข้ม
รถเพิ่งซื้อมา แต่ยังไม่ได้โอน ขับได้ไหม?
กรณีซื้อรถมือสองแต่ยังไม่ได้โอนชื่อ ยังสามารถขับได้ หากมีเอกสารครบและรถไม่ได้มีปัญหาทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ควรดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้นานอาจเกิดปัญหาตามมา เช่น ภาษี ค่าปรับ ใบสั่ง ประกันภัย หรือข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
เอกสารที่ควรมีระหว่างรอโอน ได้แก่ สำเนาทะเบียนรถ สัญญาซื้อขาย สำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานการชำระเงินหรือใบรับรถ
มอเตอร์ไซค์ก็ใช้หลักเดียวกันไหม?
ใช้หลักเดียวกัน รถจักรยานยนต์ที่ชื่อเจ้าของไม่ตรงกับผู้ขับสามารถขี่ได้ หากผู้ขับมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ รถมีทะเบียนถูกต้อง ภาษีไม่ขาด และมีเอกสารให้ตรวจสอบได้
แต่รถมอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มที่มักถูกตรวจเรื่องทะเบียน ป้ายภาษี เลขตัวถัง ท่อไอเสีย การดัดแปลง และการครอบครองมากกว่ารถยนต์บางกรณี ดังนั้นหากเป็นรถที่ยืมมา หรือซื้อขายแล้วยังไม่โอน ควรมีสำเนาทะเบียนหรือหลักฐานติดไว้เสมอ
ถ้าเจ้าของรถไม่ได้มาด้วย ต้องมีหนังสือมอบอำนาจไหม?
โดยทั่วไป หากเป็นการใช้รถตามปกติ เช่น ขับรถคนในครอบครัว หรือยืมรถเพื่อนไปใช้งาน ไม่ได้มีข้อบังคับว่าต้องมีหนังสือมอบอำนาจทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นรถบริษัท รถเช่า รถขนส่ง หรือรถที่ต้องใช้เดินทางไกล การมีเอกสารยืนยันสิทธิ์การใช้รถจะช่วยให้ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้น
สำหรับรถซื้อขายต่อกันมาแต่ยังไม่โอน หนังสือมอบอำนาจและเอกสารซื้อขายถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานว่าเราครอบครองรถโดยสุจริต ไม่ใช่รถที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย
ถ้าถูกตรวจแล้วตำรวจสงสัย ควรทำอย่างไร?
- ตั้งสติและพูดคุยสุภาพ อย่าโต้เถียงหรือหลบเลี่ยงการตรวจ
- แสดงใบขับขี่และเอกสารรถ เท่าที่มีให้ตรวจสอบ
- อธิบายความสัมพันธ์กับรถ เช่น เป็นรถพ่อแม่ รถบริษัท รถเช่า หรือรถที่เพิ่งซื้อมา
- ติดต่อเจ้าของรถทันที หากเจ้าหน้าที่ต้องการยืนยัน
- ขอบันทึกการตรวจยึด หากมีการนำรถไปตรวจสอบ ต้องมีเอกสารระบุเหตุผล รายการรถ และผู้รับผิดชอบ
- อย่ามอบรถให้บุคคลที่ไม่มีอำนาจ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่หรือสายด่วนตำรวจ
ปิดท้ายเรื่องนี้
ดังนั้นแล้ว รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่ชื่อเจ้าของรถไม่ตรงกับคนขับ สามารถขับได้ หากผู้ขับมีใบขับขี่ถูกประเภท รถมีเอกสารถูกต้อง และเจ้าของรถยินยอมให้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถครอบครัว รถบริษัท รถเช่า รถไฟแนนซ์ หรือรถที่เพิ่งซื้อขายมา
ส่วนตำรวจจะยึดรถได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ดูแค่ชื่อในเล่มไม่ตรงกับคนขับ แต่จะดูว่ารถมีเหตุผิดปกติหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ เช่น รถถูกแจ้งหาย ป้ายทะเบียนปลอม เอกสารไม่ถูกต้อง รถใช้ก่อคดี หรือผู้ขับไม่สามารถแสดงที่มาของรถได้
ทางที่ดีที่สุดคือ ก่อนขับรถที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเอง ควรตรวจว่ามีใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ ภาษี พ.ร.บ. และหลักฐานการใช้รถให้พร้อม เพราะเอกสารครบ ตอบได้ชัด ก็ช่วยลดปัญหาเวลาเจอด่านตรวจได้มาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



