10 ถนนเฮี้ยนสุดปี 2569 ขับผ่านต้องระวัง! ที่ห้ามประมาต เด็ดขาด

10 ถนนเฮี้ยนสุดปี 2569 ขับผ่านต้องระวัง! ที่ห้ามประมาต เด็ดขาด

10 ถนนเฮี้ยนสุดปี 2569 ขับผ่านต้องระวัง! ที่ห้ามประมาต เด็ดขาด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าพูดถึงคำว่า “ถนนเฮี้ยน” อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าชวนขนลุก แต่ในมุมของคนใช้รถ หลายเส้นทางที่ถูกเรียกแบบนี้มักมีจุดร่วมคล้ายกัน นั่นคือเป็นถนนที่ขับยาก มีทางโค้งต่อเนื่อง ทางลาดชัน จุดบอด หรือเป็นเส้นทางที่ผู้ขับขี่มักเผลอใช้ความเร็วเกินไป แต่จริงๆ มีถนนที่ไม่ได้เฮี้ยน แต่อาจจะเป็นที่การออกแบบไม่ดี

Sanook Auto ชวนอัปเดตเส้นทางที่มักถูกพูดถึงว่าเป็น “ถนนเฮี้ยน” หรือจุดเสี่ยงที่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในปี 2569 พร้อมวิธีขับผ่านให้ปลอดภัยมากขึ้น

ทำไมถนนบางเส้นถึงถูกเรียกว่า “ถนนเฮี้ยน”?

ถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย มักมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างรวมกัน เช่น ทางโค้งบังตา ถนนแคบ ไหล่ทางน้อย ป้ายเตือนไม่ชัดเจน แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือเป็นทางลงเขาที่ยาวจนผู้ขับขี่ต้องใช้เบรกต่อเนื่อง เมื่อรวมกับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขับเร็ว แซงในที่ห้ามแซง เล่นมือถือ ง่วงแล้วฝืนขับ หรือไม่ชำนาญเส้นทาง จุดเหล่านี้ก็อาจกลายเป็น “ทางผ่านที่ไม่ควรประมาท” ได้ทันที

1. ทางโค้งเหมืองผา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

เส้นทางภูเขาและทางโค้งต่อเนื่องเป็นจุดที่ต้องใช้สมาธิสูง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง หากใช้ความเร็วมากเกินไปก่อนเข้าโค้ง อาจทำให้ควบคุมรถได้ยาก หรือประเมินระยะเบรกผิดพลาด

ขับให้ปลอดภัย: ลดความเร็วก่อนถึงโค้ง ใช้เกียร์ต่ำเมื่อลงเขา ห้ามแซงในจุดอับสายตา และเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ

2. ทางโค้งหน้าศาลอาญารัชดา กรุงเทพฯ

ถนนในเมืองที่มีรถหนาแน่นและมีการเปลี่ยนเลนบ่อย อาจดูไม่น่ากลัวเท่าทางเขา แต่ก็เสี่ยงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วงเร่งด่วนที่มีทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถโดยสารใช้เส้นทางร่วมกัน

ขับให้ปลอดภัย: ไม่เปลี่ยนเลนกะทันหัน เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า ระวังรถจักรยานยนต์ที่แทรกช่องทาง และไม่เร่งแซงบริเวณทางโค้ง

3. ทางโค้งผีเฮี้ยน อ.แม่ทา จ.ลำพูน

ชื่ออาจฟังน่ากลัว แต่สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ คือสภาพเส้นทางที่เป็นโค้งและต้องอาศัยจังหวะการควบคุมรถที่ดี หากเบรกแรงกลางโค้งหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง รถอาจเสียการทรงตัวได้ง่าย

ขับให้ปลอดภัย: มองทางออกของโค้งให้ไกล คุมพวงมาลัยให้นิ่ง ไม่เหยียบเบรกหนักขณะอยู่กลางโค้ง และตรวจสภาพยางก่อนเดินทางไกล

4. ทางโค้ง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีทั้งรถเช่า นักท่องเที่ยว รถจักรยานยนต์ และรถคนพื้นที่ใช้ถนนร่วมกัน เส้นทางบางช่วงมีเนินและโค้งต่อเนื่อง หากไม่คุ้นทางอาจเกิดความผิดพลาดได้ง่าย

ขับให้ปลอดภัย: ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง ลดความเร็วช่วงกลางคืนหรือฝนตก และเพิ่มความระวังหากขับรถเช่าหรือมอเตอร์ไซค์ที่ไม่คุ้นมือ

5. ทางแยกตัว Y สะพานรัชวิภา กรุงเทพฯ

ทางแยกแบบตัว Y เป็นจุดที่ผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจเลือกเลนล่วงหน้า หากลังเลหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันใกล้ทางแยก อาจทำให้รถคันหลังเบรกไม่ทัน หรือเกิดการเฉี่ยวชนได้

ขับให้ปลอดภัย: อ่านป้ายบอกทางล่วงหน้า เลือกเลนก่อนถึงทางแยก ไม่ปาดจากเลนในสุดไปยังทางออก และหากเลยทางออกแล้วควรไปกลับรถในจุดที่ปลอดภัย

6. โค้งกรอกยายชา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

เส้นทางในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมมักมีรถหลายประเภทใช้ร่วมกัน ทั้งรถส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ หากเป็นทางโค้งหรือจุดตัดทางเข้าออกชุมชน ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น

ขับให้ปลอดภัย: ระวังรถบรรทุกขนาดใหญ่ ไม่ขับจี้ท้าย เว้นระยะเผื่อเบรก และสังเกตรถที่ออกจากซอย จุดกลับรถ หรือไหล่ทาง

7. โค้งทางด่วนพระราม 6 กรุงเทพฯ

ทางด่วนเป็นเส้นทางที่ใช้ความเร็วสูง เมื่อเจอทางโค้ง ทางเชื่อม หรือจุดเบี่ยงเลน ผู้ขับขี่มีเวลาตัดสินใจน้อยกว่าถนนทั่วไป หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็อาจควบคุมรถไม่ทัน

ขับให้ปลอดภัย: ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง ไม่เปลี่ยนเลนถี่ ไม่ใช้ไหล่ทาง และสังเกตป้ายเตือนหรือเครื่องหมายจราจรล่วงหน้าเสมอ

8. สะพานร้อยศพ อ.ปะทิว จ.ชุมพร

เส้นทางนี้ถูกพูดถึงมานานในฐานะจุดที่ผู้ใช้รถควรระวัง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไกลในเวลากลางคืน หรือขับผ่านพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีรถทางไกลและรถบรรทุกใช้เส้นทางร่วมกัน

ขับให้ปลอดภัย: ไม่ฝืนขับเมื่อง่วง เปิดไฟหน้าให้เหมาะสม พักทุก 2 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการแซงในจุดที่มองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัด

9. ทางโค้ง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ถนนทางไกลที่ขับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ผู้ขับขี่เผลอใช้ความเร็วสูงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเข้าสู่ทางโค้งหรือเขตชุมชนกะทันหัน อาจทำให้เบรกหรือเปลี่ยนทิศทางไม่ทัน

ขับให้ปลอดภัย: ตรวจลมยางก่อนเดินทาง ลดความเร็วเมื่อเข้าเขตชุมชนหรือทางโค้ง และไม่แซงในจุดที่มีเส้นทึบหรือทัศนวิสัยจำกัด

10. ทางโค้ง อ.นาทวี จ.สงขลา

เส้นทางต่างจังหวัดที่มีโค้งต่อเนื่องและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนเร็ว ต้องอาศัยสมาธิสูง โดยเฉพาะผู้ที่ขับทางไกลมานานจนเริ่มล้า เพราะการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินจะช้าลงโดยไม่รู้ตัว

ขับให้ปลอดภัย: พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงการขับช่วงดึกโดยไม่จำเป็น และหากรู้สึกง่วงให้จอดพักทันที อย่าฝืนขับต่อ

ถนนแบบไหนควรเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ?

ไม่ใช่เฉพาะถนนที่มีชื่อเสียงเรื่องอุบัติเหตุเท่านั้นที่ต้องระวัง เพราะถนนทั่วไปก็อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงได้ หากมีปัจจัยเหล่านี้

  • ทางโค้งบังตาหรือโค้งต่อเนื่อง
  • ทางลงเขายาวหรือทางลาดชัน
  • จุดกลับรถหรือทางแยกที่รถเปลี่ยนเลนกะทันหัน
  • ถนนที่มีรถบรรทุกหรือรถจักรยานยนต์จำนวนมาก
  • ถนนที่แสงสว่างน้อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ถนนเปียก ฝนตก หรือมีผิวทางลื่น

gettyimages-150484385-170667a

5 พฤติกรรมที่ทำให้ถนนธรรมดากลายเป็นถนนอันตราย

  • ขับเร็วเกินไป โดยเฉพาะก่อนเข้าโค้ง ทางแยก หรือเขตชุมชน
  • เล่นมือถือขณะขับรถ ทำให้เสียสมาธิแม้เพียงไม่กี่วินาที
  • ง่วงแล้วฝืนขับ เพราะการตอบสนองของร่างกายจะช้าลงอย่างชัดเจน
  • ไม่เว้นระยะจากรถคันหน้า ทำให้เบรกไม่ทันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ไม่ตรวจสภาพรถ โดยเฉพาะยาง เบรก ไฟหน้า และที่ปัดน้ำฝน

4 เทคนิคเข้าโค้งให้ปลอดภัย

  • ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง อย่ารอเบรกตอนอยู่กลางโค้ง
  • มองไกลไปยังทางออกของโค้ง เพื่อช่วยให้ควบคุมรถได้แม่นขึ้น
  • จับพวงมาลัยให้นิ่ง หลีกเลี่ยงการหักพวงมาลัยกะทันหัน
  • อย่าแซงในโค้ง เพราะมุมมองจำกัดและมีโอกาสเจอรถสวนแบบไม่ทันตั้งตัว

สรุปปิดท้าย

ถนนหลายเส้นถูกเรียกว่า “เฮี้ยน” เพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นเรื่องเล่าประจำพื้นที่ แต่หากมองในมุมการขับขี่ จุดร่วมสำคัญมักอยู่ที่ทางโค้ง ความเร็ว ความไม่ชำนาญเส้นทาง และพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่

ดังนั้น ไม่ว่าจะขับผ่านถนนที่มีชื่อเสียงเรื่องอุบัติเหตุ หรือถนนที่ใช้ทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าประมาท ลดความเร็วในจุดเสี่ยง เว้นระยะให้พอ และพักเมื่อร่างกายไม่พร้อม เพราะบางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนถนน ไม่ใช่เรื่องลี้ลับ แต่คือวินาทีที่คนขับคิดว่า “ไม่เป็นไรหรอก”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล