"สู้ไม่ได้จริง" ประธาน Honda ยอมรับหลังดูงานจีน สะเทือนวงการ EV เตรียมยกเครื่อง R&D ใหม่ทั้งระบบ

ต้องยอมรับว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเขย่าวงการอย่างหนัก ล่าสุด Toshihiro Mibe ประธาน Honda ออกมายอมรับตรง ๆ หลังไปดูงานโรงงานในเซี่ยงไฮ้ว่า "เราไม่มีทางสู้ได้เลย" สะท้อนสถานการณ์ที่ค่ายรถญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
สิ่งที่ทำให้ผู้บริหาร Honda ต้องออกมายอมรับความจริง คือภาพของโรงงานผลิตในจีนที่แทบไม่มีแรงงานมนุษย์ แต่สามารถผลิตรถได้ทั้ง รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ และคุณภาพสูง ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างการผลิตแบบเดิมของผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมอย่างชัดเจน
ซึ่งสถานการณ์ของ Honda ในจีนเริ่มน่าเป็นห่วงมากขึ้น จากตัวเลขที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- ปี 2020 ยอดขายสูงถึง 1.6 ล้านคัน
- ล่าสุดคาดว่าจะเหลือเพียง 600,000 คัน
- ใช้เวลาพัฒนารถใหม่ ช้ากว่าคู่แข่งจีนเกือบ 2 เท่า

ขณะที่โรงงานบางแห่งในจีนใช้กำลังการผลิตได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
ก่อนหน้านี้ Honda เพิ่งยกเลิกแผนพัฒนารถไฟฟ้าหลายรุ่นในสหรัฐฯ รวมถึงปรับกลยุทธ์ความร่วมมือบางส่วน โดยยอมรับว่า ยังไม่สามารถแข่งขันด้านความคุ้มค่าได้เท่าค่าย EV หน้าใหม่
แนวทางที่ Honda เลือกคือการแยกหน่วยงาน R&D ให้เป็นอิสระอีกครั้ง เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ให้เร็วขึ้น และกลับไปเน้นจุดแข็งด้านวิศวกรรม
- ตั้งเป้าสร้างนวัตกรรมแบบเดียวกับยุค VTEC และ CVCC
- ลดขั้นตอนการพัฒนาให้ทันกับสปีดของตลาด EV
การที่ผู้บริหารระดับสูงของ Honda ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมา ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดรถยนต์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “ความเร็ว” สำคัญพอ ๆ กับเทคโนโลยี
ในวันที่รถยนต์จีนพัฒนาเร็วระดับเดียวกับสมาร์ตโฟน ค่ายรถดั้งเดิมจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะถ้ายังเดินเกมแบบเดิม อาจถูกทิ้งห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสงคราม EV ที่กำลังเดือดที่สุดในตอนนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

