ชาร์จบ้าน vs ชาร์จไฟที่สถานี แบบไหนคุ้มค่า รู้ก่อนรับรถ EV แล้วใช้งาน

คำถามโลกแตกของคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอีกเรื่องที่คิดไม่ตกคือการชาร์จไฟ “ควรชาร์จแบบไหนดี?” ระหว่างชาร์จที่บ้านกับชาร์จตู้เร็ว เพราะนอกจากเรื่องความสะดวกและเร็ว จนทำให้หลายคนอยากรู้ความจริง
วันนี้ Sanook Auto จะมาเฉลยว่าการชาร์จไฟแบบไหนที่ดีกว่า
ชาร์จแบบไหนประหยัดกว่ากัน?
ไม่ต้องเถียงกันเพราะรอบนี้ Sanook Auto จะมาเฉลยทั้ง 2 แบบด้วยกันประกอบด้วย
ชาร์จที่บ้าน (AC)
- ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 4–5 บาท/หน่วย
- ถ้าใช้มิเตอร์ TOU (ชาร์จช่วงกลางคืน) เหลือราว 2.6 บาท/หน่วย
- เฉลี่ยเพียง 0.5 – 0.7 บาท/กม.
ชาร์จตู้สาธารณะ (DC Fast Charge)
- ค่าบริการประมาณ 7.5 – 9.5 บาท/หน่วย
- เฉลี่ย 1.5 – 2.2 บาท/กม.
- แพงกว่าชาร์จบ้านเกือบ 3 เท่า

แบบไหนถนอมรถมากกว่า?
นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว แล้วแบบไหนจะถนอมรถมากกว่า คำตอบคือ
ชาร์จบ้าน (AC)
- ความร้อนต่ำ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ แต่ถ้าชาร์จไฟ 100% บ่อยก็มีสิทธิพังได้ง่าย
- เหมาะกับการชาร์จข้ามคืน ใช้งานทุกวัน
ชาร์จเร็ว (DC)
- เกิดความร้อนสูง ทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นหากใช้บ่อย
- แนะนำให้ชาร์จช่วง 20–80% เพื่อถนอมแบต
ใช้แบบไหนดีถึงคุ้ม?
จริงๆ ไม่มีวิธีไหนที่ประหยัดได้จริง แต่ Sanook Auto จะมาแนะแนวทางที่เหมาะที่สุดคือ ชาร์จบ้านเป็นหลัก และใช้ตู้ชาร์จเร็วเมื่อจำเป็น เช่น เวลาเดินทางไกลหรือเร่งด่วน
วิธีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้หลักหมื่นบาทต่อปี และยังช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มทั้งเงินและคุ้มทั้งรถในระยะยาวไม่ต้องมาลุ้นเรื่องเปลี่ยนแบตฯ บ่อยเช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

