5 ภาระซ่อนเร้นที่ทำเอาคนออกป้ายแดงต้องกุมขมับ

5 ภาระซ่อนเร้นที่ทำเอาคนออกป้ายแดงต้องกุมขมับ

5 ภาระซ่อนเร้นที่ทำเอาคนออกป้ายแดงต้องกุมขมับ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การมีรถคันใหม่คือความฝันของใครหลายคน แต่ภาพความสวยงามของรถป้ายแดงในโชว์รูมมักจะมาพร้อมกับ "ภาระ" ที่หลายคนอาจจะประเมินต่ำไป จนกลายเป็นปัญหาการเงินในระยะยาว

วันนี้ Sanook Auto จะพาทุกคนไปดู 5 ภาระตัวจริงที่คนออกรถใหม่ต้องเจอ เพื่อให้คุณเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะรับสมาชิกใหม่เข้าบ้าน

5 เรื่องกุมขมับหากคุณจะออกรถป้ายแดง

1. ยอดดาวน์ที่ต้องเป๊ะ และค่างวดที่ยาวนาน

เรื่องแรกที่หลายคนมองแค่ว่า "ผ่อนไหว" แต่ลืมคำนวณไปว่าต้องผ่อนไปอีก 60-84 งวด ซึ่งเป็นระยะเวลา 5-7 ปี ชีวิตคนเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ทั้งเรื่องงานและภาระครอบครัวที่อาจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ "ดอกเบี้ย" ของรถใหม่แม้จะดูต่ำ แต่เมื่อรวมยอดทั้งหมดออกมาแล้ว คุณอาจจะตกใจว่าเงินที่จ่ายไปซื้อรถรุ่นที่สูงกว่าได้อีกคันเลยทีเดียว

2. ประกันภัยชั้น 1 ภาคบังคับที่ต้องจ่ายทุกปี

รถหลายคันมีโปรโมชั่นว่า ปีแรกโชว์รูมอาจจะแถมให้ฟรี แต่ปีที่ 2 เป็นต้นไปคือนัดชิงชนะเลิศ! โดยเฉพาะรถรุ่นยอดนิยมหรือรถยุโรป ค่าเบี้ยประกันภัยชั้น 1 อาจพุ่งสูงถึง 20,000 - 50,000 บาทต่อปี หากคุณมีประวัติการเฉี่ยวชน เบี้ยในปีถัดไปก็จะยิ่งสูงขึ้น นี่คือเงินก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ทุกปีห้ามขาด

3. ค่าเช็กระยะและบำรุงรักษาเพื่อรักษา "Warranty"

การออกรถใหม่มีเงื่อนไขว่าต้องเข้าเช็กระยะที่ศูนย์บริการตามกำหนด (ทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม.) เพื่อไม่ให้การรับประกันขาด ซึ่งค่าแรงและค่าอะไหล่ในศูนย์ฯ มักสูงกว่าอู่ข้างนอกเสมอ แม้จะเป็นแค่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แต่ก็พ่วงมาด้วยค่าเช็กระบบต่างๆ ที่ทำให้บิลแต่ละครั้งอาจจบที่หลักหลายพันจนถึงหลักหมื่น

 ativ46

4. ค่าเสื่อมราคาภาระที่มองไม่เห็นด้วยตา

อีกภาระที่เจ็บปวดที่สุด ทันทีที่คุณขับรถออกจากโชว์รูม มูลค่าของรถจะหายไปทันที 10-20% และจะลดลงเรื่อยๆ ทุกปี หากคุณมีความจำเป็นต้องขายรถก่อนผ่อนจบ คุณอาจจะพบสภาวะ "ขายดาวน์ยังต้องแถมเงิน" เพราะยอดหนี้ที่เหลือดันสูงกว่าราคาตลาดของรถในขณะนั้น

5. ค่าใช้จ่ายจิปาถะรายวัน

มีรถแล้วที่จอดรถต้องมี หากอยู่คอนโดอาจต้องเสียค่าที่จอดเพิ่ม หรือถ้าไปทำงานในเมือง ค่าที่จอดรถรายเดือนอาจสูงถึง 2,000 - 4,000 บาท ไหนจะค่าล้างรถ ค่าพรบ. และภาษีรถยนต์ประจำปี รวมไปถึง "ภาษีสังคม" ที่ทำให้เราอยากขับรถไปเที่ยวบ่อยขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 batchp1120840-2

ก่อนจะตัดสินใจออกรถใหม่ ลองคำนวณดูว่า ค่างวดควรไม่เกิน 30-40% ของรายได้ และควรมีเงินสำรองสำหรับค่าประกันและเช็กระยะแยกไว้ต่างหาก เพื่อให้รถใหม่คันนี้เป็นความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ภาระที่ทำให้คุณต้องนอนก่ายหน้าผากในอนาคต!

แต่ถ้ารถเริ่มพังหลายอยากบางครัง้การออกรถใหม่ก็อาจจะทำให้ภารค่าใช้จ่ายระยบะยาวลดลงก็ลองพิจารณากันนะ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล