EV พุ่งเองจริงไหม? เปิด 5 สาเหตุ “คันเร่งค้าง” ภัยอันตรายใกล้ตัวที่คุณต้องรู้

หากคุณตามข่าวเรื่อง รถไฟฟ้าควบคุมไม่อยู่ พุ่งหมุนก่อนชนร้านสะดวกซื้อ โดยในเหตุการณ์เจ้าของรถบอกว่า กดเบรกไม่ได้ จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “รถมันพุ่งเองได้จริงหรือ?”
Sanook Auto พาไล่ดูแบบตรงไปตรงมา ว่าจริง ๆ แล้วอาการแบบนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และส่วนใหญ่ “ไม่ได้เกิดจากรถล้วน ๆ” อย่างที่หลายคนเข้าใจ
5 สาเหตุที่เกิดปัญหา คันเร่งค้าง

1. เหยียบผิดคัน แบบไม่รู้ตัว
สาเหตุอันดับ 1 ของโลกคือ “เหยียบคันเร่งแทนเบรก” โดยเฉพาะตอนตกใจ
ยิ่งเป็นรถไฟฟ้า แรงบิดมาไวตั้งแต่ออกตัว รถจะพุ่งทันที ทำให้คนขับยิ่งตกใจและเหยียบซ้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
2. พรมปูพื้นไปขัดคันเร่ง
เคสคลาสสิกที่ยังเจอบ่อย พรมที่ไม่ได้มาตรฐานหรือวางซ้อนกัน อาจไปดันคันเร่งค้าง
พอถอนเท้าแล้วคันเร่งไม่คืน รถก็ยังเร่งต่อเองทันที
3. ใช้ One-Pedal แต่ยังไม่ชิน
รถ EV หลายรุ่นใช้ระบบ One-Pedal คือปล่อยคันเร่งแล้วรถจะชะลอเอง แต่ถ้าไม่คุ้น เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินอาจสับสนระหว่าง “ยกเท้า” กับ “เหยียบผิด” จนกลายเป็นเร่งแทนเบรก
4. เซนเซอร์คันเร่งมีปัญหา
รถสมัยใหม่ใช้คันเร่งไฟฟ้า ถ้าเซนเซอร์ส่งค่าผิด เช่น ความชื้นหรือไฟฟ้าขัดข้อง อาจทำให้ระบบเข้าใจว่าเรายังเหยียบคันเร่งอยู่
5. ซอฟต์แวร์รวน
รถ EV คือคอมพิวเตอร์บนล้อ หากระบบควบคุมพลังงานผิดพลาด อาจเกิดการจ่ายแรงเกินได้
แต่กรณีนี้พบได้น้อยมาก และมักมีไฟเตือนขึ้นก่อนเสมอ

ถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง ต้องทำยังไง?
หากคุณดูเหตุการณ์นี้และคิดทั้งหมดแล้วต้องจำ 3 ขั้นตอนนี้ให้ขึ้นใจ
- เหยียบเบรกให้สุด (ใช้สองเท้าได้)
- เข้าเกียร์ N เพื่อตัดกำลัง
- ประคองรถหาที่ปลอดภัยก่อนหยุด
สรุป! รถไม่ได้พุ่งเองเสมอไป
และ เคส “รถพุ่งเอง” ส่วนใหญ่มีปัจจัยจากผู้ขับขี่หรืออุปกรณ์ร่วมด้วย ไม่ได้เกิดจากตัวรถล้วน ๆ
ยิ่งรถแรงขึ้น เทคโนโลยีมากขึ้น คนขับยิ่งต้องเข้าใจรถให้มากขึ้น นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในยุค EV ที่กำลังจะครองเมือง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



