10 อะไหล่ “โคตรแพง” ของรถ EV รู้ไว้ก่อน กระเป๋าจะได้ไม่ฉีก

10 อะไหล่ “โคตรแพง” ของรถ EV รู้ไว้ก่อน กระเป๋าจะได้ไม่ฉีก

10 อะไหล่ “โคตรแพง” ของรถ EV รู้ไว้ก่อน กระเป๋าจะได้ไม่ฉีก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การเปิดสงครามตะวันออกกลางทำให้น้ำมันค่อยข้างแพงมากๆ ทำให้หลายคนมองไปหารถยนต์ไฟฟ้า มากขึ้นนอกจากเรื่องประหยัดค่าเชื้อเพลิง แต่อาจจะทำให้หลายคนลืมคิดไปว่า ค่าไฟที่ถูกต้องแลกกับอะไรบ้าง วันนี้ Sanook Auto จะมาส่อง 10 อะไหล่ที่แพงที่สุดมีอะไรบ้าง และชิ้นไหนที่คุณควรรู้ไว้ล่วงหน้า

10 อะไหล่รถ EV ที่แพงที่สุด

1. แบตเตอรี่แรงดันสูง

การขับเคลื่อนของรถ EV และเป็นชิ้นที่แพงที่สุด ราคาสูงระดับ 300,000 – 600,000+ บาท หรือคิดเป็น 30-40% ของราคารถ เรียกว่าสูงกว่ารถแบบอื่นๆ รวมถึงรถไฮบริต

2. ชุดมอเตอร์ไฟฟ้า + เกียร์ 

ชิ้นต่อมาไม่ต้องสืบเลยมันตือระบบขับเคลื่อนหลัก เป็นระบที่ไว้ขับเคลื่อนรถ หากชิ้นนี้โดนชนจนเสียหาย หรือพังขึ้นมาช่วงมีประกันอาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าหมดประกันค่าเปลี่ยนแตะหลักแสน

3. อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

อุปกรณ์ที่ทำให้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เข้ามอเตอร์ได้ โดยทำหน้าที่ แปลงไฟ DC เป็น AC ควบคุมมอเตอร์ ราคาโดยประมาณ 80,000 – 200,000 บาท ปกติชิ้นนี้ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือไฮบริตก็จะมีิ้นนี้

4. ระบบควบคุมแบตเตอรี่ (BMS)

ระบบจัดการก็เป็นอีกส่วนที่เป็นตัวแพง เพราะถือว่าเป็นสมองจัดการแบตเตอรี่ ถ้าเสียเปลี่ยนยกชุด ราคา 50,000 – 150,000 บาท

gettyimages-1745986270-170667

5. Onboard Charger

การจ่ายไฟเข้ารถต้องเสียบปลั๊กแล้วถ้าปลั๊กพังเพราะเสียบจุกกันน้ำ หรือโดนน้ำพังแบบไม่ตั้งใจ ค่าเปลี่ยนชิ้นนี้ราคาแค่ 40,000 – 120,000 บาท

6. DC-DC Converter

แปลงไฟแรงสูงลงมาใช้กับระบบไฟ 12V ในรถ ราคา 20,000 – 80,000 บาท

7. ระบบหล่อเย็นแบตเตอรี่

เมื่อไม่มีเครื่องยนต์แต่สังเกตุว่าทำไมมอเตอร์ติดน้ำสีชมพูเหมือนกับรถยนต์ทั่วไป เพราะมันต้องการใช้ของเหลวในการะบายความร้อน ดังนั้นถ้าส่วนนี้พังก็อาจจะทำให้ลามได้

8. ระบบเซ็นเซอร์ / กล้อง / ADAS

เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือ รถยนต์ทั่วไป ที่มีเทคโนโลยีช่วยขับ ถ้าพังต้องเปลี่ยนยกชุด ราคาไม่เบา

9. หน้าจอ + ระบบอินโฟเทนเมนต์

ยอมรับว่าหลายคนหลงซื้อรถ EV เพราะใช้จอเป็นศูนย์กลางแทนทุกอย่าง รวมถึงสั่งงานด้วยเสียงที่ทำงานได้บ้างไม่ได้แต่ก็ต้องมี ถ้าเสียเปลี่ยนทีมีสะเทือน

gettyimages-2193997631-170667

9. สายไฟแรงดันสูง 

สุดท้าย ถ้าเกิดสายไฟแรงดันสูงถูกหนูกัด หรือ มีรอยาด ต้องเปลี่ยนทันที แน่นอนว่าราคาชิ้นนี้ แพงยับเยิน

ทำไม “ค่าซ่อม EV” ถึงดูแพง?

เรื่องนี่ต้องบอกเลยว่า เพราะ อะไหล่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะทางต้องใช้ช่างเฉพาะทางในการซ่อมบางชิ้น “ซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียว” แถมต้องนำเข้าจากต่างประเทศก็ทำให้ราคายังสูงเพราะตลาดยังใหม่

โดยสรุป แม้รถ EV จะช่วยประหยัดค่า “พลังงาน” และค่าบำรุงรักษารายวัน แต่ถ้าเกิดเสียหนักขึ้นมา ค่าอะไหล่บางชิ้นอาจทำให้คุณต้องจ่ายหนักแบบไม่ทันตั้งตัว 

แต่ถ้าอยากจะได้ต้องดูเรื่องเหล่านี้

  • เช็กประกันแบตเตอรี่ (ส่วนใหญ่ 8 ปี)
  • ดูค่าซ่อมระยะยาว ไม่ใช่แค่ราคาซื้อ
  • เลือกแบรนด์ที่ศูนย์บริการครอบคลุม

และจำไว้ว่า “รถไฟฟ้าไม่ได้แพงตอนซื้อ… แต่มันเริ่มแพงตอนซ่อม” ถ้าเลือกค่ายที่ไม่ดูแลรับรองว่า มูลค่ารถคันนั้นจะไม่เหลือเลย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล