ดีเซล B20 ราคาถูกกว่า 5 บาท! เช็กให้ชัวร์ก่อน รถรุ่นไหนเติมได้บ้าง?

ทางเลือกประหยัด! รัฐเคาะมาตรการลดราคาน้ำมัน "ดีเซล B20" ช่วยประชาชน เช็กด่วนรถรุ่นไหนเติมได้บ้าง?
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนในขณะนี้ รัฐบาลประกาศมาตรการช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพและภาคขนส่ง ดันน้ำมัน ดีเซล B20 ให้มีราคาถูกกว่าดีเซลปกติ (B7) ถึง ลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือกที่มีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์มไทย โดยคาดว่าจะเริ่มในเดือนเมษายน
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวเข้าปั๊ม เจ้าของรถควรเช็กให้ชัวร์ว่ารถของคุณ "รองรับ" หรือไม่? ซึ่งวันนี้ เราจะพาไปหาคำตอบกัน
น้ำมันดีเซล B20 คืออะไร?
ดีเซล B20 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีส่วนผสมของ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (ธรรมดา) กับ ไบโอดีเซลบริสุทธิ์ (B100) ในสัดส่วน 20% ครับ
โดยไบโอดีเซลที่นำมาผสมนั้นผลิตมาจาก น้ำมันปาล์ม ของเกษตรกรไทย ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้รัฐบาลผลักดันน้ำมันชนิดนี้คือ
- ช่วยประหยัดเงิน: มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป (B7) เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนขนส่ง
- ช่วยเกษตรกร: เป็นการดึงผลผลิตน้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์ เพิ่มราคาปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้น
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ช่วยลดการปล่อยมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จากการเผาไหม้ที่สะอาดขึ้น

รถรุ่นไหนเติม "ดีเซล B20" ได้บ้าง?
โดยปกติแล้ว รถที่สามารถเติมดีเซล B20 ได้อย่างปลอดภัย จะเป็น รถกระบะและรถบรรทุกรุ่นใหม่ๆ (ส่วนใหญ่ผลิตตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป) ซึ่งทางผู้ผลิตได้มีการปรับจูนเครื่องยนต์และเปลี่ยนวัสดุในระบบทางเดินน้ำมันให้รองรับเรียบร้อยแล้ว
โดยมีรุ่นยอดนิยมที่ประกาศรองรับอย่างเป็นทางการ ดังนี้
1. กลุ่มรถกระบะ และรถอเนกประสงค์
-
Toyota: Hilux Revo และ Fortuner (รุ่นปี 2015 ขึ้นไป), Hiace (โฉมใหม่)
-
Isuzu: D-Max และ MU-X (เครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 Ddi Blue Power ปี 2019 ขึ้นไป)
-
Mitsubishi: Triton และ Pajero Sport (รุ่นปี 2019 ขึ้นไป)
-
Ford: Ranger และ Everest (เครื่องยนต์ 2.0 Turbo / Bi-Turbo)
-
Nissan: Navara (รุ่นปี 2018 ขึ้นไป เครื่องยนต์ YS23)
2. กลุ่มรถบรรทุกและรถเชิงพาณิชย์
-
Hino: รถบรรทุกซีรีส์ใหม่เกือบทุกรุ่น
-
Isuzu: ตระกูล King of Trucks ทุกซีรีส์
-
MAN: รถบรรทุกรุ่นใหม่ที่รองรับมาตรฐาน B20
-
Scania: รถบรรทุกรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป
-
UD Trucks: รุ่นที่รองรับมาตรฐานยูโร 3 และ 4 (ปี 2019 ขึ้นไป)
-
Volvo Trucks: รถบรรทุกรุ่นใหม่ที่ประกาศรองรับอย่างเป็นทางการ
จุดสังเกตก่อนตัดสินใจเติม B20
- เช็กสติกเกอร์: วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูที่ ฝาถังน้ำมัน หากมีสติกเกอร์ระบุว่า "B20" แสดงว่าเติมได้แน่นอน
- รถรุ่นเก่า (ก่อนปี 2015): ไม่แนะนำให้เติม เนื่องจากวัสดุประเภทท่อน้ำมันหรือซีลยางต่างๆ อาจเกิดการกัดกร่อนจากส่วนผสมของไบโอดีเซลได้
- การดูแลรักษา: สำหรับผู้ที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ B20 ครั้งแรก ควรหมั่นตรวจเช็ก กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะน้ำมันอาจเข้าไปชะล้างคราบสกปรกในถังออกมาติดที่กรองได้ไวกว่าปกติในช่วงแรก
สรุป: หากคุณใช้รถกระบะหรือรถบรรทุกรุ่นปี 2019 ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะรองรับ B20 ได้อย่างไร้กังวล แต่เพื่อความชัวร์ที่สุด แนะนำให้ตรวจสอบกับศูนย์บริการโดยแจ้งเลขตัวถังเพื่อยืนยันอีกครั้งครับ
ดีเซล B20 เป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนค่าเดินทางได้ดีในยุคน้ำมันแพง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจ้าของรถต้องตรวจสอบความพร้อมของเครื่องยนต์ให้ชัวร์ก่อนเติม เพื่อป้องกันผลเสียต่อระบบเชื้อเพลิงในระยะยาว หากไม่มั่นใจแนะนำให้เช็กจากสติกเกอร์ที่ฝาถังน้ำมัน หรือติดต่อศูนย์บริการเพื่อยืนยันรุ่นรถของคุณครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)