โดนล็อกล้อประจำ! “เส้นขาวแดง, ขาวเหลือง, ขาวดำ” หมายถึงอะไร? ท่องไว้จะได้ไม่เสียค่าปรับฟรีๆ

ปัญหาที่คนใช้รถในเมืองใหญ่มักเจอเป็นประจำ คือการ “โดนล็อกล้อ” เพราะเผลอจอดรถในจุดที่ห้ามจอด
โดยเฉพาะบริเวณริมถนนที่มีการทาสีเส้นขอบทางไว้ ซึ่งหลายคนอาจเห็นอยู่ทุกวัน แต่ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง จนทำให้ต้องเสียค่าปรับแบบไม่จำเป็น
จริงๆ แล้ว “สีของขอบทาง” แต่ละแบบมีความหมายชัดเจน และถูกกำหนดไว้ตามกฎหมายจราจร หากเข้าใจให้ดี ก็สามารถหลีกเลี่ยงการทำผิดได้ง่ายๆ

เส้นขาว-แดง ห้ามจอดโดยเด็ดขาด
หากเห็นขอบทางทาสีขาวสลับแดง นั่นคือจุดที่ “ห้ามจอดรถทุกกรณี” ไม่ว่าจะเป็นการจอดชั่วคราวหรือจอดแป๊บเดียวก็ตาม
มักพบในจุดสำคัญ เช่น ทางแยก หน้าโรงพยาบาล หรือบริเวณที่ต้องการให้การจราจรคล่องตัว หากฝ่าฝืนมีโอกาสโดนล็อกล้อหรือถูกลากรถทันที

เส้นขาว-เหลือง ห้ามจอด แต่จอดรับ-ส่งได้
ขอบทางสีขาวสลับเหลือง หมายถึง “ห้ามจอดรถ” แต่ยังสามารถจอดเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารได้ในช่วงเวลาสั้นๆ
โดยห้ามดับเครื่องหรือจอดทิ้งไว้เด็ดขาด เหมาะกับการจอดแค่แวะรับ-ส่งแล้วไปต่อเท่านั้น

เส้นขาว-ดำ จอดได้ตามปกติ
หากเป็นขอบทางสีขาวสลับดำ ถือว่าเป็นจุดที่ “สามารถจอดรถได้” แต่ต้องไม่กีดขวางการจราจร
อย่างไรก็ดี ควรสังเกตป้ายจราจรเพิ่มเติม เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อกำหนดเวลา เช่น ห้ามจอดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม
แม้สีขอบทางจะช่วยบอกได้ในระดับหนึ่ง แต่ผู้ขับขี่ควรสังเกต “ป้ายจราจร” ร่วมด้วยเสมอ เพราะบางพื้นที่อาจมีข้อยกเว้นหรือกำหนดเวลาเฉพาะ เช่น ห้ามจอดวันคี่-วันคู่ หรือห้ามจอดเฉพาะช่วงเวลา
นอกจากนี้ การจอดรถในที่ห้ามจอด นอกจากจะเสี่ยงโดนล็อกล้อแล้ว ยังอาจถูกปรับหรือถูกยกรถได้ ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
สรุปง่ายๆ ให้จำขึ้นใจ
ขาว-แดง = ห้ามจอดเด็ดขาด
ขาว-เหลือง = รับ-ส่งได้ ห้ามจอดแช่
ขาว-ดำ = จอดได้ แต่ต้องดูป้ายเพิ่ม
แค่จำ 3 สีนี้ให้แม่น ก็ช่วยให้คุณเลี่ยงค่าปรับ และขับรถในเมืองได้อย่างสบายใจมากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงโดนล็อกล้อซ้ำๆ อีกต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


