ควันขึ้นฝากระโปรง! "รถความร้อนขึ้น" สิ่งแรกที่ห้ามทำเด็ดขาด!

ควันขึ้นฝากระโปรง! "รถความร้อนขึ้น" สิ่งแรกที่ห้ามทำเด็ดขาด!

ควันขึ้นฝากระโปรง! "รถความร้อนขึ้น" สิ่งแรกที่ห้ามทำเด็ดขาด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ควันขึ้นฝากระโปรง! "รถความร้อนขึ้น" สิ่งแรกที่ห้ามทำเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้เครื่องพังจนเสียเงินแสน

อาการ "รถฮีท" หรือ overheating ที่เข็มความร้อนดีดขึ้นขีดแดง แล้วควันพุ่งออกจากฝากระโปรง คือฝันร้ายของคนใช้รถจริง ๆ เพราะถ้าแก้ผิดวิธี จากแค่หม้อน้ำรั่วหรือน้ำยาหล่อเย็นหมด อาจกลายเป็น ฝาสูบโก่ง เสื้อสูบแตก หรือเครื่องพังทั้งตัว ต้องยกเครื่องใหม่ ค่าใช้จ่ายหลักแสนขึ้นไปได้สบาย!

สิ่งแรกที่ "ห้ามทำเด็ดขาด" คืออะไร? ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำทันทีเด็ดขาด! เมื่อเครื่องร้อนจัด น้ำยาหล่อเย็น (coolant) มีแรงดันสูงมากและเดือดพล่าน ถ้าเปิดฝา น้ำร้อนจะพุ่งทะลักออกมาเหมือนน้ำพุร้อน ลวกผิวหนังรุนแรงได้จริง ๆ และถ้าเติมน้ำเย็นกะทันหันตอนเครื่องยังร้อนจัด อาจทำให้เกิด thermal shock ฝาสูบโก่งหรือเสื้อสูบแตกได้ทันที

5 สเต็ปเอาตัวรอด เมื่อรถความร้อนขึ้น (ทำตามนี้ปลอดภัยที่สุด)

  1. ประคองรถเข้าข้างทางปลอดภัยทันที เปิดไฟเลี้ยว หาที่จอดร่มหรือโล่ง ปิดแอร์ + เปิดฮีทเตอร์/พัดลมร้อนเต็มที่ (ช่วยดึงความร้อนออกจากเครื่องได้เร็วขึ้น)
  2. ดับเครื่องยนต์ทันที หยุดการเผาไหม้และความร้อนที่เพิ่มขึ้น จากนั้นเปิดฝากระโปรงหน้าทิ้งไว้ (ระวังมือร้อนจากตัวล็อกหรือชิ้นส่วน) เพื่อช่วยระบายความร้อน
  3. รอให้เครื่องเย็นลงจริง ๆ (อย่างน้อย 30-60 นาที) อย่าใจร้อน! รอจนเข็มความร้อนตกลง หรือสัมผัสฝากระโปรงได้โดยไม่ร้อนลวกมือ (บางคันรอสั้นกว่า แต่ 30-60 นาทีปลอดภัยสุด)
  4. ตรวจและเติมน้ำยาหล่อเย็น ใช้ผ้าหนา ๆ หรือถุงมือคลุมฝาหม้อน้ำ ค่อย ๆ หมุนเปิดระบายแรงดันทีละน้อย ถ้าน้ำยาแห้ง ให้เติม น้ำยาหล่อเย็น (coolant) ที่เหมาะกับรถ (สีเดียวกับเดิมดีที่สุด) ทีละน้อย ขณะสตาร์ทเครื่องเบา ๆ เพื่อให้น้ำหมุนเวียน ถ้าไม่มี coolant ใช้น้ำสะอาดแก้ขัดได้ แต่รีบเปลี่ยนทีหลัง
  5. หาจุดรั่วและอย่าขับต่อถ้ารุนแรง ตรวจใต้รถว่ามีน้ำยาหล่อเย็นรั่วไหลนองพื้นไหม เช็กสายยาง หม้อน้ำ พัดลมระบายอากาศ ถ้ารั่วหนัก ควันยังแรง หรือเครื่องไม่ปกติ ห้ามขับต่อเด็ดขาด เรียกบริการรถสไลด์หรือช่างมาตรวจที่หน้างานทันที

วิธีป้องกันไม่ให้ "เงินแสน" ปลิวหาย (ทำเป็นนิสัยเลย)

  • เช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นที่หม้อพัก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ตอนเครื่องเย็น)
  • สังเกตเข็มความร้อนเป็นประจำขณะขับ (โดยเฉพาะตอนติดไฟแดงนานหรือขึ้นเนิน)
  • เปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นตามคู่มือรถ (ปกติทุก 40,000-160,000 กม. หรือ 2-5 ปี ขึ้นกับรุ่นและชนิดน้ำยา)
  • หมั่นเช็กพัดลมระบายอากาศ สายยาง และหม้อน้ำไม่ให้อุดตันหรือชำรุด

การมีสติ + รอเครื่องเย็นลงคือหัวใจสำคัญ ที่จะเซฟทั้งชีวิต ความปลอดภัย และเงินในกระเป๋าครับ! ถ้าไม่มั่นใจหรือไม่เคยเจอ อย่าพยายามซ่อมเอง เรียกช่างหรือสไลด์ดีที่สุดเสมอ

ข้อมูลอ้างอิงจาก: AutoFun, Wiriya Service, Valvoline, Toyota Thailand และคำแนะนำช่างผู้เชี่ยวชาญ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล