รถของคุณเติม "น้ำมัน 91" ได้หรือไม่? เทียบกับ E20 E85 อันไหนดีกว่า วิธีเช็ก เช็กอย่างไร

รถของคุณเติม "น้ำมัน 91" ได้หรือไม่? เทียบกับ E20 E85 อันไหนดีกว่า วิธีเช็ก เช็กอย่างไร

รถของคุณเติม "น้ำมัน 91" ได้หรือไม่? เทียบกับ E20 E85 อันไหนดีกว่า วิธีเช็ก เช็กอย่างไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีเช็กว่ารถของคุณเติมน้ำมัน 91 ได้หรือไม่ พร้อมไขข้อข้องใจเรื่องค่าออกเทน

ราคาน้ำมันที่ผันผวนทำให้ผู้ใช้รถหลายคนเกิดคำถามว่า รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ของตนเองสามารถหันมาเติมน้ำมันเบนซิน 91 หรือแก๊สโซฮอล์ 91 เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ บทความนี้มีข้อแนะนำวิธีสังเกตง่ายๆ ว่ารถคันไหนเติมได้หรือไม่ได้ พร้อมคำอธิบายทางวิศวกรรมยานยนต์ว่าค่าออกเทนของน้ำมันแต่ละชนิด ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์อย่างไรเมื่อเทียบกับ E20 และ E85

วิธีสังเกตว่ารถของคุณรองรับน้ำมัน 91 หรือไม่

การตรวจสอบว่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ของคุณสามารถใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทน 91 ได้หรือไม่นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องคาดเดา ข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง TOYOTA K.MOTORS ระบุว่า ผู้ใช้รถควรตรวจสอบจากคู่มือประจำรถ หรือดูที่สติกเกอร์บริเวณด้านในของฝาถังน้ำมัน ซึ่งจะระบุประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าออกเทนขั้นต่ำที่เครื่องยนต์รองรับไว้อย่างชัดเจน

สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในท้องตลาดปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมาให้รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ได้แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจและป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนภายใน ควรตรวจสอบคู่มือหรือสติกเกอร์ที่ตัวรถเสมอเช่นเดียวกัน

รถยนต์ระบบต่างๆ กับการใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91

รถยนต์แต่ละรุ่นมีการออกแบบเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน ทำให้ความต้องการค่าออกเทนไม่เหมือนกัน หากรถยนต์ระบุว่าต้องการค่าออกเทนขั้นต่ำ 95 การฝืนเติมน้ำมัน 91 จะส่งผลเสียต่อระบบเครื่องยนต์ได้ โดยสามารถแบ่งลักษณะเครื่องยนต์ที่ส่งผลต่อการเลือกใช้น้ำมันได้ดังนี้:

  • รถยนต์รุ่นเก่าหรือรถอีโคคาร์บางรุ่น: มักมีอัตราส่วนกำลังอัดไม่สูงมาก จึงสามารถเติมน้ำมัน 91 ได้โดยไม่มีปัญหาต่อการทำงานของเครื่องยนต์
  • รถยนต์ที่มีระบบอัดอากาศ (Turbo): เครื่องยนต์เทอร์โบมักต้องการการจุดระเบิดที่แม่นยำและทนต่อแรงดันสูง จึงมักถูกกำหนดให้ใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทน 95 ขึ้นไป
  • รถยนต์สมรรถนะสูง: มักมีการตั้งค่าองศาการจุดระเบิดที่ต้องการน้ำมันต้านทานการน็อกสูง การเติมน้ำมัน 91 จึงไม่เหมาะสมและอาจทำให้เครื่องยนต์สะดุด

ค่าออกเทน 91 ส่งผลต่อเครื่องยนต์อย่างไรเมื่อเทียบกับ E20 และ E85

ในมุมมองทางวิศวกรรมยานยนต์ "ค่าออกเทน" (Research Octane Number หรือ RON) คือตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสามารถในการต้านทานการน็อก (Knocking) ของเชื้อเพลิง ข้อมูลจากบทความความรู้เรื่องน้ำมันของ Mazda อธิบายว่า ยิ่งค่าออกเทนสูง น้ำมันก็จะยิ่งทนต่อแรงอัดก่อนเกิดการจุดระเบิดได้ดีขึ้น ซึ่งน้ำมัน 91, E20 และ E85 มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 มีค่าออกเทน 91 ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่ได้มีกำลังอัดสูง หากนำน้ำมัน 91 ไปเติมในรถที่ต้องการออกเทน 95 เซนเซอร์ตรวจจับการน็อกจะสั่งให้กล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ปรับลดองศาการจุดระเบิดลงเพื่อป้องกันเครื่องยนต์พัง ผลที่ตามมาคือรถจะมีอัตราเร่งอืดลงและกินน้ำมันมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก KTC ระบุว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 แม้จะมีสัดส่วนเอทานอล 20% แต่กลับมีค่าออกเทนสูงถึงประมาณ 95-98 ส่วนน้ำมัน E85 ที่มีเอทานอลผสมอยู่ 85% จะมีค่าออกเทนสูงทะลุ 100-105 ซึ่งต้านทานการน็อกได้ดีเยี่ยม เหมาะกับรถที่ปรับจูนมาเฉพาะ (Flex Fuel Vehicle) แม้ E20 และ E85 จะมีค่าออกเทนสูงและราคาถูกกว่า แต่ก็มีอัตราสิ้นเปลืองที่สูงกว่าน้ำมัน 91 เนื่องจากเอทานอลให้ค่าพลังงานความร้อนน้อยกว่าเบนซินเมื่อเทียบในปริมาตรที่เท่ากัน

สรุป

การเลือกว่าจะเติมน้ำมันเบนซิน 91 หรือแก๊สโซฮอล์ 91 ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสเปกเครื่องยนต์ที่ระบุไว้ในคู่มือรถเป็นหลัก หากรถของคุณรองรับออกเทน 91 การใช้งานก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ แต่หากเครื่องยนต์ต้องการค่าออกเทนที่สูงกว่า เช่น 95, E20 หรือ E85 การฝืนเติม 91 จะทำให้สมรรถนะลดลงและอาจเกิดอาการเครื่องยนต์เขกหรือน็อกได้ในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

  1. TOYOTA K.MOTORS: เติมน้ำมันแบบไหน เหมาะกับรถของคุณ
  2. Mazda: "เบนซิน 95" VS "แก๊สโซฮอล์ 95" ต่างกันตรงไหน
  3. KTC: เจาะลึกความต่างของแก๊สโซฮอล์ 95 91 E20 E85 ก่อนเลือกเติมใส่รถ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล