แอร์รถเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้ให้แอร์รถไม่มีกลิ่นกวนใจ

แอร์รถเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้ให้แอร์รถไม่มีกลิ่นกวนใจ

แอร์รถเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร? พร้อมวิธีแก้ให้แอร์รถไม่มีกลิ่นกวนใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหาแอร์รถเหม็นอับเป็นเรื่องที่หลายคนเคยเจอ โดยเฉพาะรถที่ใช้งานมานานหรือจอดในที่ชื้น กลิ่นอับที่ออกมาจากช่องแอร์ไม่ได้สร้างแค่ความรำคาญ แต่ยังเป็นสัญญาณว่าระบบปรับอากาศในรถอาจมีการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียอยู่ภายใน หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของระบบแอร์ได้

วันนี้ Sanook Hitech จะมาเผยสาเหตุหลักที่ทำให้แอร์รถเหม็นอับมีอะไรบ้าง และควรแก้ไขอย่างไรให้ปัญหานี้หายไป

แอร์รถเหม็นอับ สาเหตุเกิดจากอะไร

gettyimages-1979942984-170667

1. ความชื้นสะสมที่แผงคอยล์เย็น

แผงคอยล์เย็นในระบบแอร์จะมีความเย็นจัดจนเกิดหยดน้ำเกาะอยู่เสมอ หากดับเครื่องยนต์ทันทีโดยไม่ไล่ความชื้น น้ำที่ค้างอยู่จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของกลิ่นอับในรถ

2. ฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมในระบบแอร์

ฝุ่น เศษใบไม้ หรือแมลงที่เข้าไปสะสมในระบบแอร์ เมื่อรวมกับความชื้นจะเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่าย อีกสาเหตุหนึ่งคือท่อน้ำทิ้งของแอร์อุดตัน ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกและเกิดการหมักหมมภายในตู้แอร์

3. พฤติกรรมการใช้งานภายในรถ

สิ่งของที่มีความชื้นหรือกลิ่นแรงภายในรถ เช่น รองเท้าเปียก อาหาร หรือการใช้น้ำหอมแบบเจล อาจทำให้เกิดคราบสะสมในระบบแอร์ และทำให้ฝุ่นเกาะง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับตามมา

gettyimages-1264134899-170667

วิธีแก้ให้แอร์รถไม่มีกลิ่นเหม็นอับ

หากเริ่มมีกลิ่นอับจากแอร์รถ สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ตั้งแต่การดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง ไปจนถึงการให้ช่างทำความสะอาดระบบแอร์

1. เปลี่ยนกรองแอร์เป็นประจำ

กรองแอร์ควรเปลี่ยนทุก 10,000 – 15,000 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรค ปัจจุบันมีกรองแอร์แบบ HEPA หรือ Activated Carbon ที่ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และลดกลิ่นได้ดีขึ้น

2. ไล่ความชื้นก่อนดับเครื่อง

ก่อนถึงจุดหมายประมาณ 2–3 นาที ให้ปิดปุ่ม A/C แต่เปิดพัดลมแอร์ต่อไป ลมจะช่วยเป่าความชื้นออกจากคอยล์เย็น ลดการสะสมของเชื้อราและกลิ่นอับได้อย่างมาก

3. ล้างตู้แอร์

หากกลิ่นอับฝังลึก การล้างตู้แอร์โดยช่างผู้เชี่ยวชาญจะช่วยทำความสะอาดคราบเชื้อราและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ภายในระบบแอร์ได้ดีที่สุด

ดังนั้นแล้ว ถ้ารู้จากสาเหตุเหล่านี้ ทางที่ดีสำหรับคใช้รถก็ควรจะหมั่นสังเกตเรื่องแอร์เสมอก่อนที่จะไม่มีให้ใช้กันนะครับ ยิ่งตอนนี้อากาศร้อนอยู่ อย่าปล่อยให้แอร์ของคุณพังโดยไม่รู้ตัวดีกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล