เทียบชัดๆ E20 กับ โซฮอล์ 95 รถคุณควรเติมแบบไหนดีที่สุด

เทียบชัดๆ E20 กับ โซฮอล์ 95 รถคุณควรเติมแบบไหนดีที่สุด

เทียบชัดๆ E20 กับ โซฮอล์ 95 รถคุณควรเติมแบบไหนดีที่สุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนที่ใช้รถยนต์อาจเคยลังเลเวลาจะเติมน้ำมันว่า ระหว่าง E20 กับ แก๊สโซฮอล์ 95 แบบไหนดีกว่ากัน เพราะแม้ราคาหน้าปั๊มจะต่างกัน แต่คำถามสำคัญคือ “น้ำมันแบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว” และ “ดีต่อเครื่องยนต์มากกว่า” ซึ่งจริงๆ แล้วน้ำมัน 2 ชนิดนี้ส่วนใหญ่รถในประเทศไทยรองรับ แต่แบบไหนดีกว่า 

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบครับ

 sohal

E20 กับ โซฮอล์ 95 ต่างกันยังไง?

น้ำมันทั้งสองชนิดเป็นน้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอล แต่มีสัดส่วนต่างกัน

  • โซฮอล์ 95 (E10) มีเอทานอลประมาณ 10%
  • E20 มีเอทานอลประมาณ 20%

เอทานอลมีคุณสมบัติช่วยให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น แต่มีค่าพลังงานต่ำกว่าน้ำมันเบนซินเล็กน้อย จึงทำให้รถใช้น้ำมันมากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเติม E20

 e20

E20 คุ้มช่วงไหน?

โดยทั่วไปแล้ว โซฮอล์ 95 จะวิ่งได้ไกลกว่า E20 เล็กน้อย เพราะมีพลังงานต่อหนึ่งลิตรสูงกว่า แต่ราคาของ E20 มักถูกกว่าหลายบาทต่อลิตร เมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายจริงต่อระยะทาง หากราคาของ E20 ถูกกว่าโซฮอล์ 95 ประมาณ 2 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งลิตร การเติม E20 มักจะประหยัดกว่าในระยะยาว

โซฮอล์ 95 ทางเลือกที่ดีกว่าตอนไหน

ต้องบอกก่อนว่าถ้าใครเป็นคนที่ใช้รถทางไกลและต้องการน้ำมันที่มีความหนาแน่นของสัดส่วนน้ำมันเบนซินมากกว่า หรือ รถอาจจะเก่าไม่เหมาะกับการเติม E20 การเลือกโซฮอล์ 95 ยังเป็นทางออกที่ดีกว่า

เปรียบเทียบข้อดีของน้ำมันทั้งสองแบบ

หัวข้อ แก๊สโซฮอล์ 95 E20
พลังงานต่อ 1 ลิตร สูงกว่าเล็กน้อย ต่ำกว่าเล็กน้อย
ความประหยัดค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับราคาหน้าปั๊ม มักคุ้มกว่าเมื่อราคาถูกกว่า
ความสะอาดเครื่องยนต์ มาตรฐานทั่วไป เผาไหม้สะอาดกว่า
ความเหมาะสมกับรถรุ่นเก่า เหมาะกับรถเก่าเพราะส่วนใหญ่จะรองรับ ควรใช้กับรถที่รองรับ

ด้านสมรรถนะการขับขี่

ในรถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้รองรับ E20 ได้ เครื่องยนต์มักทำงานได้ดีไม่ต่างจากการใช้โซฮอล์ 95 เพราะค่าออกเทนของ E20 ค่อนข้างสูง ช่วยลดโอกาสการน็อกของเครื่องยนต์

แต่สำหรับรถบางรุ่น โดยเฉพาะรถเก่าหรือรถที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเอทานอลสูง การใช้โซฮอล์ 95 อาจให้ความรู้สึกเร่งได้ลื่นกว่าเล็กน้อย

สรุป E20 หรือ โซฮอล์ 95 แบบไหนควรเลือก

การเลือกระหว่างน้ำมัน 2 ชนิดนี้ให้ดูว่า หากรถของคุณ รองรับ E20 และราคาหน้าปั๊มห่างกันประมาณ 2 บาทขึ้นไป การเลือกเติม E20 มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรได้จริง

แต่ถ้ารถเป็นรุ่นเก่า หรือใช้รถไม่บ่อยและจอดนาน การเลือก แก๊สโซฮอล์ 95 อาจเหมาะกว่า เพราะมีสัดส่วนเอทานอลน้อยกว่าและมีโอกาสเกิดความชื้นสะสมน้อยกว่า

แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ตรวจสอบคู่มือรถยนต์ก่อนเสมอ หรือที่ฝาถังทุกครั้ง หากรถรองรับ E20 การเติมน้ำมันชนิดนี้ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล