รถไม่ค่อยได้ขับ ต้องดูแลยังไง? ทำตาม 6 วิธีนี้ถ้าไม่อยากเสียเงินก้อนโต!

รถไม่ค่อยได้ขับ ต้องดูแลยังไง? ทำตาม 6 วิธีนี้ถ้าไม่อยากเสียเงินก้อนโต!

รถไม่ค่อยได้ขับ ต้องดูแลยังไง? ทำตาม 6 วิธีนี้ถ้าไม่อยากเสียเงินก้อนโต!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จอดนานแต่เครื่องยังฟิต! 6 วิธีดูแลรถยนต์ฉบับ "คนไม่ค่อยได้ขับ"

หลายคนเข้าใจผิดว่า "รถยิ่งจอด ยิ่งถนอม" แต่ในความเป็นจริง การจอดรถทิ้งไว้นานโดยไม่ดูแล อาจทำให้เครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วกว่าการใช้งานปกติเสียอีก เพื่อให้รถคู่ใจพร้อมสตาร์ทติดง่ายและปลอดภัยทุกครั้งที่นำออกมาวิ่ง นี่คือ 6 เคล็ดลับที่ต้องทำครับ

6 เคล็ดลับดูแลรถฉบับคนไม่ค่อยได้ขับ

1. การดูแลแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้งาน

แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการเริ่มต้นระบบ หากคุณไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ แนะนำให้มีการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไป ต่อครั้ง ประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือหากสามารถทำได้ทุกวันจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ดีที่สุด เนื่องจากการสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่กับที่จะช่วยให้ไดชาร์จทำงานและประจุไฟกลับเข้าสะสมในแบตเตอรี่ ป้องกันอาการไฟหมดจนสตาร์ทไม่ติด

2. ตรวจสอบและรักษาคุณภาพของเหลว

แม้รถไม่ได้ถูกใช้งานหนักแต่ของเหลวภายในเครื่องยนต์ยังคงเสื่อมสภาพตามกาลเวลา คุณควรหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องและน้ำในหม้อน้ำให้เหมาะสมเพื่อหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ให้เกิดสนิม โดยปกติควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนด เช่น ทุกๆ 6 เดือน แม้ระยะกิโลเมตรจะยังไม่ถึงก็ตาม เพราะน้ำมันเครื่องที่หมดอายุจะสูญเสียประสิทธิภาพการหล่อลื่นและส่งผลให้เครื่องยนต์สึกหรอได้ในระยะยาว

3. การรักษาโครงสร้างยางรถยนต์

การจอดรถนิ่งสนิทเกิน 1 เดือนขึ้นไป น้ำหนักรถทั้งหมดจะกดทับลงบนหน้ายางเพียงจุดเดียว ทำให้โครงยางส่วนที่สัมผัสพื้นเกิดการยุบตัวและไม่คืนรูป หรือที่เรียกว่าอาการยางไม่กลม ส่งผลให้เวลาขับขี่จะมีอาการสั่นและเสียงดังผิดปกติ วิธีป้องกันคือควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 5-10 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือนำรถไปขับเคลื่อนที่เพื่อให้ยางได้หมุนเปลี่ยนจุดรับน้ำหนักบ้าง หากต้องจอดนานเกิน 3 เดือน การยกรถตั้งบนแท่นวางทั้ง 4 ล้อเพื่อไม่ให้น้ำหนักกดทับลงบนยางถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด

4. สตาร์ทเครื่องยนต์และนำออกไปวิ่งบ้าง

นอกจากระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์แล้ว รถยนต์ยังมีจุดหมุนและอุปกรณ์ช่วงล่าง เช่น ลูกหมากและบูชยางต่างๆ ที่ต้องการการขยับตัว การนำรถออกไปขับจริงจะช่วยให้ระบบเหล่านี้ได้ทำงานและชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไปพร้อมกัน เป็นการป้องกันอาการ "เส้นยึด" ของระบบช่วงล่างที่อาจเกิดการแข็งตัวหรือสึกหรอได้ง่ายหากไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน

5. ใส่ใจความสะอาดและรักษาสีรถ

ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนตัวถังรถเป็นเวลานานอาจทำให้สีรถหม่น ซีดจาง หรือเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ดังนั้นควรทำความสะอาดรถให้สะอาดอยู่เสมอ และแนะนำให้ใช้ผ้าคลุมรถเพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งไม่พึงประสงค์จากภายนอก ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพสีรถให้ดูสดใสเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา

6. เลือกสถานที่จอดที่เหมาะสม

ทำเลในการจอดรถส่งผลโดยตรงต่อสภาพรถในระยะยาว ควรเลือกจอดในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เปียกชื้น การจอดใต้ต้นไม้ที่อาจมีกิ่งไม้หล่นใส่จนเกิดรอย หรือการจอดใกล้ถังขยะซึ่งเป็นแหล่งสะสมของหนูและแมลงที่อาจเข้าไปกัดทำลายสายไฟภายในห้องเครื่องได้ การเลือกที่จอดที่ดีจึงเป็นเกราะป้องกันเบื้องต้นที่สำคัญมากครับ

รถยนต์ต้องการการดูแลไม่ต่างจากร่างกายคนเราครับ การสละเวลาสั้นๆ มาตรวจสอบตามหัวข้อเหล่านี้ จะช่วยให้รถของคุณยังคงสมรรถนะที่ดีและไม่ต้องเสียค่าซ่อมบำรุงจำนวนมากในภายหลัง

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. COCKPIT
  2. TOYOTA K.MOTORS
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล