กลุ่มผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปฯ ยื่นหนังสือสมาคมเช่าซื้อ ขอผ่อนปรนเงื่อนไขจดทะเบียน รย.18

สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยได้รับหนังสือร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งนำโดย นายวิศรุธ พุฒหอม และ นายจิรภัทร โสภาลัย โดยเข้ายื่นหนังสือต่อ นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อเสนอแนวทางช่วยเหลือในการปรับเงื่อนไขด้านสินเชื่อและขั้นตอนต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการจดทะเบียนรถประเภท รย.18 (รถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน)
กลุ่มผู้ขับขี่ระบุว่า แม้จะมีผู้ต้องการจดทะเบียนรถเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมาก แต่หลายคนยังติดปัญหาทั้งขั้นตอนการดำเนินการที่ซับซ้อน เงื่อนไขด้านสินเชื่อจากบริษัทลีสซิ่ง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำประกันภัยและการเปลี่ยนประเภททะเบียนรถ
ข้อเรียกร้องหลักจากกลุ่มผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปฯ

กลุ่มผู้ขับได้เสนอแนวทางช่วยเหลือจากสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ขอคงอัตราดอกเบี้ยเดิม เมื่อมีการเปลี่ยนทะเบียนรถเป็นประเภท รย.18 กลุ่มผู้ขับขอให้สมาคมฯ ประสานกับบริษัทลีสซิ่งและสถาบันการเงินสมาชิก เพื่อไม่ให้มีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยค่างวด เนื่องจากการเปลี่ยนทะเบียนทำให้ภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว
- ขอความยืดหยุ่นเรื่องประกันภัย ปัจจุบันหลายบริษัทลีสซิ่งกำหนดให้รถรับจ้างต้องทำประกันภัยชั้น 1 ซึ่งมีค่าเบี้ยสูงประมาณ 40,000 – 70,000 บาทต่อปี กลุ่มผู้ขับจึงเสนอให้พิจารณาอนุญาตใช้ประกันภัยชั้น 3 สำหรับรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดต้นทุนในการประกอบอาชีพ
- ขอใช้สำเนาทะเบียนรถแทนเล่มจริง ขั้นตอนการเบิกเล่มทะเบียนตัวจริงมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลานาน ส่งผลให้ผู้ขับเสียโอกาสในการทำงาน จึงเสนอให้สามารถใช้สำเนาทะเบียนรถหรือภาพถ่ายทะเบียนในการดำเนินการแทน
นายวิศรุธ พุฒหอม ตัวแทนกลุ่มผู้ขับ กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันสูงขึ้น ผู้ขับรถจำนวนมากยังต้องการทำอาชีพอย่างสุจริตผ่านแพลตฟอร์มรับส่งผู้โดยสาร เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวและผ่อนรถตามกำหนด

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขจากบริษัทลีสซิ่งและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนทะเบียนรถเป็น รย.18 ที่อาจสูงถึง 50,000 – 80,000 บาทต่อคัน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถดำเนินการได้
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันที่ลงทะเบียนในระบบ Driver Verify ของ ETDA จำนวน 36,896 ราย แต่มีเพียง 14,918 ราย เท่านั้นที่จดทะเบียนรถตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางการได้กำหนดเส้นตายการจดทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากพ้นกำหนดแล้วพบว่ามีการกระทำผิด จะมีโทษดังนี้
- ปรับไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับการใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร
- ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หากขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ

ตั้งศูนย์ ONE STOP SERVICE ช่วยจดทะเบียน
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปฯ ดำเนินการได้ง่ายขึ้น กรมการขนส่งทางบกได้เปิด ศูนย์ ONE STOP SERVICE สำหรับจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน
ภายในศูนย์ดังกล่าว ผู้ขับสามารถดำเนินการทุกขั้นตอนในจุดเดียว ตั้งแต่การตรวจเอกสาร ตรวจสภาพรถ เปลี่ยนประเภทรถ และชำระค่าธรรมเนียม
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ขับขี่สะท้อนว่าปัจจุบันการให้บริการจดทะเบียน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถรองรับได้เพียงประมาณ 500 คันต่อสัปดาห์ ขณะที่ยังมีผู้ขับอีกจำนวนมากที่รอจดทะเบียน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปี กว่าจะดำเนินการครบทั้งหมด ทำให้กลุ่มผู้ขับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ขยายระยะเวลาการจดทะเบียนออกไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



