เส้นขาวทึบ กลับรถได้ไหม? กางกฎหมายจราจร อัปเดต 2569 รู้ไว้ก่อนโดนจับ

เส้นขาวทึบ กลับรถได้ไหม? กางกฎหมายจราจร อัปเดต 2569 รู้ไว้ก่อนโดนจับ

เส้นขาวทึบ กลับรถได้ไหม? กางกฎหมายจราจร อัปเดต 2569 รู้ไว้ก่อนโดนจับ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บนถนนในเมืองใหญ่ เรามักเห็นเส้นสีขาวทึบพาดยาวอยู่กลางถนนหรือแบ่งช่องจราจร หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเครื่องหมายบนพื้นทางธรรมดา แต่ความจริงแล้ว "เส้นขาวทึบ" เป็นหนึ่งในเครื่องหมายจราจรที่มีความสำคัญมาก แต่บางคนละเลย โดยเฉพาะการกลับรถทับเส้นนี้

วันนี้ Sanook Auto จะมาสรุปว่าถ้าเจอเส้นขาวทึบแบบนี้ กลับรถได้หรือไม่?

เส้นขาวทึบ กลับรถได้ไหม

หากคุณเจอเส้นสีขาวทึบแบบนี้ จะไม่สามารถกลับรถได้ เพราะเส้นขาวทึบมีความหมายชัดเจนว่าเป็น เส้นห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถ หรือห้ามรถล้ำผ่านเส้นดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะเส้นนี้หมายถึงห้ามแซง ห้ามเลี้ยวข้าม และห้ามกลับรถ และเป็นเขตห้ามเปลี่ยนเลน มักพบในบริเวณคอสะพาน ทางโค้ง หรือก่อนถึงทางแยก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ดังนั้นการกลับรถโดยข้ามเส้นขาวทึบจึงถือเป็นการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรอย่างชัดเจน

เส้นขาวทึบกลับรถได้ไหม

กลับรถในจุดที่ไม่ใช่จุดกลับรถ มีความผิดอะไร?

หากยังมักง่ายที่จะกลับรถในพื้นที่ที่ไม่อนุญาต เช่น บริเวณที่มีเส้นทึบหรือมีป้ายห้ามกลับรถ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร มีบทลงโทษที่ชัดเจนคือ กลับรถในจุดห้ามกลับรถ มีความผิดฐานฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท การฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรจะถูก ตัด 1 คะแนน จากคะแนนใบขับขี่เต็ม 12 คะแนน หากแต้มหมดจะถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ทันที

และ หากเกิดอุบัติเหตุจากการกลับรถทับเส้นทึบ ผู้ขับขี่มักจะถูกพิจารณาเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากฝ่าฝืนกฎจราจร และบริษัทประกันอาจใช้เป็นเหตุปฏิเสธความคุ้มครองในบางกรณี

ถ้าหากจะกลับรถต้องทำอย่างไร

หลายคนอาจรู้สึกว่าจุดกลับรถที่ถูกกฎหมายอยู่ไกลเกินไป แต่การขับต่อไปอีกเพียง 1–2 กิโลเมตรเพื่อกลับรถในจุดที่ปลอดภัย ย่อมคุ้มค่ากว่าการเสี่ยงฝ่าฝืนกฎจราจร เพราะอุบัติเหตุจากการกลับรถในจุดต้องห้ามมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง

โดยสรุปแล้ว เส้นขาวทึบไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่เป็นเครื่องหมายเตือนว่าบริเวณนั้นไม่ปลอดภัยสำหรับการเปลี่ยนเลนหรือกลับรถ การเคารพกฎจราจรไม่เพียงช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าปรับและการตัดแต้มใบขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนทุกคน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล