4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้พวงมาลัยสั่น ที่ต้องรีบแก้ก่อนสาย

คนที่ใช้รถ คงรู้กันดีว่า พวงมาลัยนอกจากเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในเรื่องควบคุมรถแล้ว และก็เป็นอุปกรณ์ที่บอกได้ว่ารถของเรากำลังจะมีปัญหาอะไร โดยเฉพาะถ้าเกิดใช้งานแลัวสั่น
วันนี้ Sanook Auto จะมาสอนวิธีจับสังเกตพวงมาลัยสั่น ว่ามีอการอะไรกับ 4 อาการนี้
4 อาการพวงมาลัยสั่นที่ควรแก้ไข

1. สั่นที่ความเร็วสูง (80-120 กม./ชม.)
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดครับ หากขับช้าๆ แล้วปกติ แต่พอเหยียบถึงความเร็วระดับหนึ่งแล้วพวงมาลัยเริ่มสั่นรัวๆ โดยเกิดจากตะกั่วถ่วงล้ออาจหลุดหาย หรือการกระจายน้ำหนักของล้อและยางไม่สมดุล หากเจออาการแก้ง่ายด้วยนำรถไป "ถ่วงล้อ" ใหม่ทั้ง 4 ล้อ ค่าใช้จ่ายเพียงหลักร้อยแต่จบปัญหาได้แน่นอนครับ
2. สั่นเฉพาะตอน "เหยียบเบรก"
ถ้าขับความเร็วคงที่แล้วนิ่งกริบ แต่พอแตะเบรกปุ๊บ พวงมาลัยสั่นสะท้านขึ้นมาทันที โดยมากเกิดจากจานเบรกเกิดความร้อนสะสมแล้วโดนน้ำเย็นฉีดใส่กะทันหัน หรือใช้งานหนักจนจานเบรกบิดเบี้ยว (คด) ทำให้ผ้าเบรกจับจานไม่เรียบ การแก้นั้นหากจานยังหนาอยู่สามารถนำไป "เจียรจานเบรก" ให้เรียบเสมอกันได้ แต่ถ้าบางเกินไปแนะนำให้เปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยครับ
3. สั่นตั้งแต่ออกตัว หรือขับช้าๆ ก็สั่น
หากออกตัวแล้สสั่นอาการนี้มักมาพร้อมกับความรู้สึกว่ารถวิ่งไม่นิ่ง เหมือนตกหลุมเล็กๆ ตลอดเวลา ทั้งนี้ยางอาจจะ "บวม" จากการตกหลุมแรงๆ หรือโครงสร้างยางเสื่อมสภาพ รวมถึง "ล้อแม็กดุ้ง" ที่เกิดจากการกระแทกอย่างหนักจนวงล้อเสียรูป แต่วิธีแก้นั้นง่ายแค่ ตรวจสอบสภาพยางว่ามีก้อนนูนออกมาไหม หรือลองยกรถขึ้นเช็กวงล้อว่าหมุนได้กลมหรือไม่ หากยางบวมต้อง เปลี่ยนยาง ทันทีครับเพราะเสี่ยงยางระเบิด!
4. สั่นพร้อมมีเสียงดัง "กึกๆ" เวลาเลี้ยวหรือตกหลุม
ถ้าพวงมาลัยสั่นแบบรู้สึกได้ว่ามีระยะฟรีเยอะ หรือรถมีอาการร่อนไปมา โดยมากชิ้นส่วนในระบบบังคับเลี้ยว เช่น ลูกหมากปลายแร็ค, ลูกหมากคันชัก หรือบูชยางต่างๆ เริ่มเสื่อมสภาพ วิธีแก้ไขต้องต้องให้ช่างเช็กช่วงล่างอย่างละเอียดและ เปลี่ยนชิ้นส่วนที่หลวม จากนั้นต้องทำการ "ตั้งศูนย์" ใหม่ทุกครั้ง
หากคุณเจออาการพวงมาลัยสั่น แนะนำว่าอย่าฝืนขับทั้งที่พวงมาลัยสั่นครับ เพราะแรงสั่นสะเทือนจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังลูกปืนล้อ โช้คอัพ และระบบแร็คพวงมาลัย จากที่ต้องจ่ายหลักร้อยเพื่อถ่วงล้อ อาจกลายเป็นต้องจ่ายหลักหมื่นเพื่อซ่อมยกชุดได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


