รถสีขาว VS รถสีดำ ศึกสีรถมหาชน! สีไหน "ดูแลยาก" กว่ากัน?

การออกรถใหม่นอกจากดูเรื่องของรุ่นที่ชอบแล้ว สีสันของรถก็เป็นเรื่องดึงดูด ที่ไม่ได้แค่เรื่องดวงเท่านั้น เพราะในประเทศไทยก็มีรถบางรุ่นที่แค่สีขาว และ ดำ จนทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วจริงๆ แล้วสีไหนที่ดูแลยากกว่ากัน แล้วสีไหนที่น่าซื่้อกว่า
วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบให้คุณรู้ก่อนจะเลือกซื้อเช่นเดียวกัน
สีขาว VS สีดำ สีไหนดูแลยากกว่า
ก่อนอื่นเราต้องมาดูจุดเด่นและข้อสังเกตกันดีกว่า

รถสีขาว
สีขาวยังคงครองแชมป์สีรถยอดนิยม เพราะดูสะอาดและปลอดภัย (มองเห็นชัดในที่มืด)
- จุดเด่น:
- ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนบางๆ จะมองเห็นยากกว่าสีเข้ม
- สายจอดตากแดดชอบแน่อนเพราะสีนี้สะท้อนแสงแดดได้ดีกว่า ทำให้ห้องโดยสารไม่ร้อนจัดเมื่อจอดตากแดด
- ฝหากเป็นฝุ่นละเอียดสีขาวหรือเทา จะมองไม่ค่อยออกว่ารถเลอะ
- จุดด้อย:
- หากล้างรถไม่สะอาดหรือปล่อยไว้นาน จะเกิดคราบดำตามร่องประตู
- หากจอดตากแดดบ่อยๆ สีขาวอาจจะเริ่มอมเหลือง ทำให้รถดูเก่าเร็ว
- เห็นชัดเจนมาก และถ้าปล่อยไว้อาจจะซึมเข้าเนื้อสีจนเป็นคราบฝังลึก จนต้องรีบทำความสะอาด

รถสีดำ
ฝั่งของสีดำคือที่สุดของความเท่และดูแพง แต่ต้องแลกมาด้วยความพิถีพิถันระดับสูงสุดแต่ว่า มีข้อดียังไงเรามาดูกัน
- จุดเด่น:
- เมื่อล้างใหม่ๆ และลงแว็กซ์ สีดำจะมีความลึกและเงางามที่สีอื่นสู้ไม่ได้เลย จนคนหลงไหล
- เป็นสีอมตะที่ไม่เคยตกยุค เป็นที่ต้องการของตลาดรถมือสองเสมอ
- จุดด้อย:
- สายลายต้องระวังเพราะแค่ใช้ผ้าไม่สะอาดเช็ดเบาๆ รอยขนแมวก็โชว์ตัวให้เห็นชัดเจนภายใต้แสงแดดแล้ว
- เนื่องจากสีดำดูดซับความร้อนได้ดีที่สุด ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นในช่วงหน้าร้อน
- เมื่อเป็นสีเข้มฝุ่นเพียงนิดเดียวหรือหยดน้ำเพียงหยดเดียว จะเห็นชัดมากเหมือนไม่ได้ล้างรถมาเป็นเดือน
โดยสรุปแล้วสีไหนก็มีความง่ายและยากที่แตกต่างกัน แต่ว่าถ้าคุณเป็นคน "ไม่ค่อยมีเวลาล้างรถ" หรือเน้นการใช้งานทั่วไป รถสีขาว จะเป็นมิตรกับคุณมากกว่าครับ แต่ถ้าคุณเป็น "สายเนี๊ยบ" ชอบความเงางามและพร้อมที่จะดูแลรักษามันอย่างสม่ำเสมอ รถสีดำ ก็พร้อมจะมอบความเท่ระดับพรีเมียมให้คุณทุกครั้งที่มอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


