อวสานรถสีสด? เผยสถิติ 20 ปี ขาว-ดำ-เทา สีไหนกินรวบตลาดรถยนต์ทั่วโลก เหตุผลน่าสนใจ!!

ทำไมถนนทั่วโลกถึงเต็มไปด้วยรถสีขาว ดำ และเทา? เจาะลึกเทรนด์สีรถยนต์ที่ครองตลาดกว่า 80%
หากคุณลองสังเกตลานจอดรถหรือตามท้องถนนในปัจจุบัน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ "ความไร้สีสัน" เพราะรถยนต์ส่วนใหญ่มักจะวนเวียนอยู่กับโทนสีกลางๆ อย่าง ขาว ดำ เทา และเงิน ซึ่งเทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
สถิติที่น่าสนใจ: สีกลางครองเมือง
จากรายงานแนวโน้มสีพ่นรถยนต์ปี 2021 ของ PPG พบว่าสีขาว ดำ เทา และเงิน ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 78% ของรถยนต์ที่ผลิตทั่วโลก โดยสีขาวคือแชมป์ตลอดกาล ในขณะที่สีสันสดใสอย่างสีแดงและสีน้ำเงินรวมกันมีสัดส่วนเพียง 15% เท่านั้น
ข้อมูลล่าสุดจาก Axalta (ณ สิ้นปี 2025) ยังคงยืนยันแนวโน้มเดิมในระดับสากล ดังนี้:
-
สีขาว: ครองส่วนแบ่ง 30%
-
สีดำ: 23%
-
สีเทา: 22%
-
สีเงิน: เริ่มมีแนวโน้มลดลง
-
สีน้ำเงิน: เป็นสีสัน (Vibrant Color) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มสีที่ไม่ใช่โทนกลาง
20 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง: จากสีสันสู่ความเรียบง่าย
การวิเคราะห์จาก iSeeCars ที่เก็บข้อมูลรถยนต์กว่า 20 ล้านคันในช่วงปี 2004-2023 พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจว่า กลุ่มสีกลางมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 60% ในปี 2004 พุ่งสูงถึง 80% ในปี 2023 โดยสีที่เติบโตแบบก้าวกระโดดคือ สีเทา (เพิ่มขึ้น 82%) ตามมาด้วยสีขาวและสีดำ
ในทางกลับกัน สีที่เคยได้รับความนิยมในอดีตอย่าง สีทอง, สีม่วง, สีน้ำตาล และสีเบจ กลับมียอดขายลดลงมากกว่า 80% ในช่วงเวลาเดียวกัน มีเพียงสีเขียวเท่านั้นที่เป็นสีสันสดใสเพียงไม่กี่สีที่เริ่มมียอดขยับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2020
ทำไมคนถึงเลือกสี "เพลย์เซฟ"?
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าเทรนด์นี้เกิดจากปัจจัยทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ:
-
ฝั่งดีลเลอร์: มักจะเลือกสต็อกรถสี "ปลอดภัย" เพราะขายออกง่ายและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหญ่
-
ฝั่งผู้บริโภค: คำนึงถึง "ราคาขายต่อ" เป็นหลัก เพราะรถสีกลางๆ มักจะเป็นที่ต้องการในตลาดมือสองมากกว่า ทำให้ราคาไม่ตกเท่ารถสีฉูดฉาด
สัญญาณการกลับมาของสีสัน?
แม้สีโทนกลางจะยังครองแชมป์ แต่เริ่มมีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการ "แสดงตัวตน" มากขึ้น ปัจจุบันความต้องการสีพ่นแบบพิเศษ เช่น สีทูโทน (Two-tone), การพ่นสีสามชั้น (Triple-layer) หรือเคลือบเงาแบบมีเฉดสี เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้น
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว รถสีสันสดใสยังมีข้อดีด้าน ความปลอดภัย โดยผลวิจัยชี้ว่ารถสีสว่าง เช่น สีส้ม หรือสีเหลือง ช่วยให้ผู้ขับขี่คนอื่นมองเห็นได้ง่ายขึ้นในสภาพจราจรที่ซับซ้อน ซึ่งอาจช่วยลดอุบัติเหตุได้
บทสรุป: แม้ว่าโลกของรถยนต์ในปัจจุบันจะดูเคร่งขรึมและเรียบง่ายด้วยโทนสีกลาง แต่การเติบโตเล็กน้อยของสีน้ำเงินและสีแดงในบางภูมิภาค อาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่รอบการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ผู้คนเริ่มโหยหาการแสดงออกผ่านสีสันบนท้องถนนอีกครั้ง
(รวบรวมข้อมูลจากรายงานของ PPG, Axalta และ iSeeCars)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


