สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ถ้ารถเปื้อนขี้นก หลายคนยังพลาด
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
รถเปื้อนขี้นก ห้ามทำ 7 อย่างนี้ ถ้าไม่อยากเสียเงินทำสีใหม่
แม้ ขี้นกที่เปื้อนรถ จะดูเป็นเพียงคราบเล็กๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากจัดการผิดวิธี อาจทำให้สีรถเสียหาย ด่าง เป็นรอย หรือเกิดคราบฝังแน่นจนต้องเสียเงินซ่อมสีใหม่โดยไม่จำเป็น มาดูกันว่า สิ่งที่ห้ามทำเมื่อรถเปื้อนขี้นก มีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
1. ห้ามปล่อยทิ้งไว้นาน
ขี้นกมีฤทธิ์เป็นกรด หากปล่อยทิ้งไว้หลายชั่วโมง โดยเฉพาะกลางแดดจัด กรดจะกัดผิวสีรถอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดรอยด่างหรือคราบฝังแน่นได้ง่าย ควรรีบทำความสะอาดทันทีที่พบ
2. ห้ามเช็ดตอนแห้ง
การเช็ดขี้นกในขณะที่คราบแห้ง จะทำให้เศษแข็งๆ เสียดสีกับผิวสีรถ เสี่ยงต่อการเกิดรอยขีดข่วน ควรพรมน้ำให้คราบนิ่มก่อน แล้วจึงเช็ดออกอย่างเบามือ
3. ห้ามขัดถูแรงๆ
หลายคนเข้าใจว่าการถูแรงจะทำให้คราบหลุดเร็ว แต่ความจริงกลับยิ่งทำให้สีรถเป็นรอย และอาจทำลายชั้นเคลือบเงา ควรใช้ผ้านุ่มเช็ดเบาๆ เท่านั้น
4. ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดรุนแรง
น้ำยาล้างห้องน้ำ ผงซักฟอก หรือน้ำยาขจัดคราบแรงๆ มีฤทธิ์กัดกร่อน อาจทำลายผิวสีรถและชั้นเคลือบ ควรเลือกใช้น้ำสะอาด หรือแชมพูล้างรถโดยเฉพาะ
5. ห้ามใช้อุปกรณ์หยาบเช็ด
ฟองน้ำหยาบ กระดาษทิชชู หรือผ้าแข็ง อาจทำให้เกิดรอยบนสีรถได้ง่าย ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้านุ่มเท่านั้น
6. ห้ามฉีดน้ำแรงใกล้ระยะประชิด
การใช้น้ำแรงดันสูงฉีดใกล้ๆ บริเวณที่มีขี้นก อาจทำให้เศษแข็งกระเด็นไปขูดผิวสีรถ ควรฉีดจากระยะห่างพอเหมาะ และไม่เล็งจุดเดียวซ้ำๆ
7. ห้ามละเลยการดูแลหลังล้าง
หลังทำความสะอาด ควรเช็ดให้แห้งและเคลือบเงาหรือสเปรย์เคลือบสี เพื่อช่วยปกป้องผิวรถ ลดความเสี่ยงต่อคราบฝังแน่นในอนาคต
สรุป
แม้ขี้นกจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากจัดการผิดวิธี อาจสร้างความเสียหายใหญ่ให้สีรถ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต้องห้ามเหล่านี้ และทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมสีรถให้สวยเงาเหมือนใหม่ และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



