ลมยางแบนดูยังไง? วิธีเช็กง่าย ๆ และสัญญาณที่ควรหยุดรถทันที!

ลมยางแบนดูยังไง? วิธีเช็กง่าย ๆ และสัญญาณที่ควรหยุดรถทันที!

ลมยางแบนดูยังไง? วิธีเช็กง่าย ๆ และสัญญาณที่ควรหยุดรถทันที!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีดูว่าลมยางรถแบนหรือไม่แบน เช็กง่าย ๆ ก่อนเกิดอันตราย

ยางรถยนต์คือจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน หากลมยางอ่อนหรือแบนโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการควบคุมรถ โดยเฉพาะขณะใช้ความเร็วสูงหรือเข้าโค้ง

วิธีดูลมยาง “แบน” หรือ “อ่อน” ?

1. สังเกตด้วยสายตา

วิธีพื้นฐานที่สุดคือการมองดูรูปทรงของยาง

  • หากยางดูแผ่แบนกว่าปกติ

  • ด้านล่างยางบี้ติดพื้นมากผิดสังเกต

  • รถเอียงเล็กน้อยข้างใดข้างหนึ่ง

อาจเป็นสัญญาณว่าลมยางอ่อน

แต่ต้องระวัง เพราะยางสมัยใหม่แก้มยางค่อนข้างหนา บางครั้งลมอ่อนเล็กน้อยอาจดูไม่ออกด้วยตาเปล่า

2. สังเกตอาการขณะขับขี่

ลมยางอ่อนมักมีอาการให้รู้สึกได้ เช่น

  • พวงมาลัยหนักกว่าปกติ

  • รถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง

  • เข้าโค้งแล้วรู้สึกยวบหรือไม่มั่นคง

  • มีเสียงยางดังผิดปกติ

หากมีอาการเหล่านี้ ควรหาที่ปลอดภัยจอดตรวจสอบทันที

3. ดูไฟเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)

รถรุ่นใหม่จำนวนมากมีระบบเตือนแรงดันลมยาง หรือ TPMS
หากมีไฟสัญลักษณ์รูป “เกือกม้าและเครื่องหมายตกใจ” ขึ้นบนหน้าปัด แปลว่าลมยางต่ำกว่าค่ามาตรฐาน

แม้ไฟจะไม่แดง แต่ไม่ควรละเลย ควรรีบตรวจสอบ

4. ใช้เกจวัดลมยาง (แม่นยำที่สุด)

วิธีที่ถูกต้องที่สุดคือการใช้เกจวัดแรงดันลมยาง

  • ควรวัดตอนยางเย็น (ยังไม่ขับเกิน 2–3 กิโลเมตร)

  • เปรียบเทียบค่ากับสติกเกอร์มาตรฐานที่ขอบประตูฝั่งคนขับ

โดยทั่วไป รถเก๋งจะอยู่ประมาณ 30–35 PSI (ขึ้นอยู่กับรุ่น)

สัญญาณอันตราย: ลมยางแบนจริง ๆ

หากพบว่า

  • ยางแฟบติดพื้นชัดเจน

  • ขับแล้วมีเสียงตบพื้นดังผิดปกติ

  • รถสั่นแรง

ควรหยุดรถทันที เพราะการฝืนขับต่ออาจทำให้ยางเสียหายถาวรหรือเกิดอุบัติเหตุได้

สรุป

การเช็กลมยางใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก อย่ารอให้พวงมาลัยสั่นหรือรถเสียการควบคุม ตรวจลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง

เพราะความปลอดภัยของรถ เริ่มต้นจากแรงดันลมยางที่ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม:

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล