ลมยางแบนดูยังไง? วิธีเช็กง่าย ๆ และสัญญาณที่ควรหยุดรถทันที!

วิธีดูว่าลมยางรถแบนหรือไม่แบน เช็กง่าย ๆ ก่อนเกิดอันตราย
ยางรถยนต์คือจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับพื้นถนน หากลมยางอ่อนหรือแบนโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการควบคุมรถ โดยเฉพาะขณะใช้ความเร็วสูงหรือเข้าโค้ง
วิธีดูลมยาง “แบน” หรือ “อ่อน” ?
1. สังเกตด้วยสายตา
วิธีพื้นฐานที่สุดคือการมองดูรูปทรงของยาง
-
หากยางดูแผ่แบนกว่าปกติ
-
ด้านล่างยางบี้ติดพื้นมากผิดสังเกต
-
รถเอียงเล็กน้อยข้างใดข้างหนึ่ง
อาจเป็นสัญญาณว่าลมยางอ่อน
แต่ต้องระวัง เพราะยางสมัยใหม่แก้มยางค่อนข้างหนา บางครั้งลมอ่อนเล็กน้อยอาจดูไม่ออกด้วยตาเปล่า
2. สังเกตอาการขณะขับขี่
ลมยางอ่อนมักมีอาการให้รู้สึกได้ เช่น
-
พวงมาลัยหนักกว่าปกติ
-
รถดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง
-
เข้าโค้งแล้วรู้สึกยวบหรือไม่มั่นคง
-
มีเสียงยางดังผิดปกติ
หากมีอาการเหล่านี้ ควรหาที่ปลอดภัยจอดตรวจสอบทันที
3. ดูไฟเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
รถรุ่นใหม่จำนวนมากมีระบบเตือนแรงดันลมยาง หรือ TPMS
หากมีไฟสัญลักษณ์รูป “เกือกม้าและเครื่องหมายตกใจ” ขึ้นบนหน้าปัด แปลว่าลมยางต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
แม้ไฟจะไม่แดง แต่ไม่ควรละเลย ควรรีบตรวจสอบ
4. ใช้เกจวัดลมยาง (แม่นยำที่สุด)
วิธีที่ถูกต้องที่สุดคือการใช้เกจวัดแรงดันลมยาง
-
ควรวัดตอนยางเย็น (ยังไม่ขับเกิน 2–3 กิโลเมตร)
-
เปรียบเทียบค่ากับสติกเกอร์มาตรฐานที่ขอบประตูฝั่งคนขับ
โดยทั่วไป รถเก๋งจะอยู่ประมาณ 30–35 PSI (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
สัญญาณอันตราย: ลมยางแบนจริง ๆ
หากพบว่า
-
ยางแฟบติดพื้นชัดเจน
-
ขับแล้วมีเสียงตบพื้นดังผิดปกติ
-
รถสั่นแรง
ควรหยุดรถทันที เพราะการฝืนขับต่ออาจทำให้ยางเสียหายถาวรหรือเกิดอุบัติเหตุได้
สรุป
การเช็กลมยางใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก อย่ารอให้พวงมาลัยสั่นหรือรถเสียการควบคุม ตรวจลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง
เพราะความปลอดภัยของรถ เริ่มต้นจากแรงดันลมยางที่ถูกต้อง
อ่านเพิ่มเติม:
- ยางประหยัดน้ำมัน คืออะไร? แล้วช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงเหรอ
- เติมลมยางรถ เติมเท่าไหร่ถึงจะพอดี? เปิดตารางลมยางรถ 4 ประเภท ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน!
- ขับรถทางไกลเที่ยวสงกรานต์เติมลมยาง "แข็ง" หรือ "อ่อน" จึงจะถูกต้อง?
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



