เส้นตาย 28 ก.พ.! รัฐฯเตือนคนขับแอปฯ เร่งจดทะเบียน "รย.17/18" ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษ-ปรับอ่วม!

เส้นตาย 28 ก.พ.! รัฐฯเตือนคนขับแอปฯ เร่งจดทะเบียน "รย.17/18" ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษ-ปรับอ่วม!

เส้นตาย 28 ก.พ.! รัฐฯเตือนคนขับแอปฯ เร่งจดทะเบียน "รย.17/18" ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษ-ปรับอ่วม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รัฐบาลขีดเส้นตาย 28 ก.พ. นี้! เตือนคนขับรถแอปฯ เร่งจดทะเบียน รย.17/18 ยกระดับมาตรฐาน Ride Sharing ไทย

ทำเนียบรัฐบาล – รองโฆษกฯ ย้ำโค้งสุดท้ายก่อนบังคับใช้กฎหมายจริง 31 มี.ค. 69 เตือนผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเร่งจดทะเบียนให้ถูกต้องภายใน 5 วันที่เหลือ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเลี่ยงโทษปรับสูงสุด

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบการให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride Sharing) โดยระบุว่ารัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการยกระดับรถรับจ้างผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

ขีดเส้นตายจดทะเบียน 28 กุมภาพันธ์นี้

ทางรัฐบาลได้กำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งได้รับใบรับรองผ่านระบบ Driver Verify ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) แล้ว ต้องดำเนินการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ หลังจากจดทะเบียนแล้ว ผู้ขับขี่ต้องนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนในช่วงวันที่ 1–30 มีนาคม 2569 ก่อนที่ประกาศเกี่ยวกับ Ride Sharing Platform จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 31 มีนาคม 2569

จดทะเบียน รย.17/18 มีโทษอย่างไร?

รองโฆษกฯ ย้ำว่า ภายหลังวันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หากยังพบการกระทำผิดจะมีบทลงโทษดังนี้:

  • ใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร: โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ: โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
  • สำหรับแพลตฟอร์ม (แอปพลิเคชัน): หากปล่อยให้มีการฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่ง ระงับการดำเนินธุรกิจ ได้ทันที

สร้างความเชื่อมั่น ยกระดับความปลอดภัย

ปัจจุบันมีผู้ขับขี่ตื่นตัวเข้าสู่ระบบและลงทะเบียนผ่าน Driver Verify แล้วกว่า 34,434 ราย ซึ่งการจัดระเบียบครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย โดยผู้ขับขี่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างสง่าผ่าเผยภายใต้กฎหมาย ส่วนผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากระบบตรวจสอบข้อมูลคนขับ การติดตามผ่าน GPS และช่องทางการร้องเรียนที่ชัดเจน

"การจัดระเบียบครั้งนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานบริการ Ride Sharing ของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการในระยะยาว" นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. เว็บไซต์รัฐบาล - Thaigov
  2. ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล