เฉลย! ขับรถความเร็วเท่าไหร่ ประหยัดน้ำมันที่สุด? พร้อมเทคนิคขับทางไกลให้ประหยัดเงิน

ยุคน้ำมันแพงแบบนี้ ใครๆ ก็อยากเซฟค่าใช้จ่าย หลายคนเข้าใจว่ายิ่งขับช้ายิ่งประหยัด หรือบางคนคิดว่ารีบขับให้ถึงเร็วๆ จะได้ดับเครื่องไวๆ แต่ความจริงแล้ว เครื่องยนต์มีช่วงการทำงานที่คุ้มค่าที่สุด และการใช้ความเร็วให้เหมาะสมต่างหากคือคำตอบ
1. ขับรถความเร็วเท่าไหร่ ที่ประหยัดที่สุด
จากการทดสอบของหลายหน่วยงานด้านยานยนต์ พบว่า รถยนต์ทั่วไปจะประหยัดน้ำมันดีที่สุดที่ความเร็วประมาณ 70–90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ระบบเกียร์ และอัตราทดเฟืองท้ายของแต่ละคัน
เหตุผลคือ ช่วงความเร็วนี้มักเป็นจังหวะที่
-
รถเข้าเกียร์สูงสุดแล้ว
-
รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับต่ำ
-
เครื่องยนต์ทำงานสม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่งหรือถอนบ่อย
เมื่อความเร็วเกิน 100 กม./ชม. แรงต้านอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (เพิ่มตามกำลังสองของความเร็ว) ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าช่วง 80–90 กม./ชม.
สรุปง่ายๆ คือ ไม่ต้องช้าที่สุด แต่ต้องนิ่งที่สุด
2. เทคนิค “เท้าเบา” เคล็ดลับขับยังไงให้เงินเหลือ เลี้ยงคันเร่งให้คงที่ (Steady Speed)
การรักษาความเร็วให้ “นิ่งที่สุด” คือหัวใจสำคัญ การเหยียบๆ ปล่อยๆ ทำให้ระบบหัวฉีดต้องปรับการจ่ายน้ำมันตลอดเวลา ซึ่งสิ้นเปลืองมากกว่าการคงความเร็วสม่ำเสมอ
หากรถมีระบบ Cruise Control การใช้งานบนทางไกลจะช่วยประหยัดขึ้นได้อีก
มองไกลล่วงหน้า ใช้ Engine Brake ให้เป็น
หากเห็นไฟแดงหรือรถติดข้างหน้า ให้ถอนคันเร่งปล่อยรถไหลแทนการเร่งแล้วเบรกแรงๆ
ในรถหัวฉีดสมัยใหม่ เมื่อถอนคันเร่งขณะยังเข้าเกียร์ ระบบจะเข้าสู่โหมด Fuel Cut ซึ่งตัดการจ่ายน้ำมันชั่วคราว ช่วยลดการสิ้นเปลืองได้จริง
เว้นระยะห่างให้เหมาะสม
การเว้นระยะห่างที่ดี ทำให้เราไม่ต้องแตะเบรกบ่อยๆ เมื่อรถคันหน้าชะลอ ความนิ่งของความเร็วคือกุญแจของความประหยัด
3. เช็กลมยาง เรื่องเล็กที่กระทบเงินในกระเป๋า
ลมยางอ่อนเพียงเล็กน้อยก็ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น เพราะหน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากเกินไป เกิดแรงต้านการหมุนสูง
ควรตรวจเช็กลมยางให้ตรงตามสเปกที่ระบุไว้บริเวณเสาประตูหรือคู่มือรถ และเช็กอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล
4. ปัจจัยอื่นที่หลายคนมองข้าม
-
ไม่บรรทุกของหนักเกินจำเป็น
-
ไม่ติดแร็คหลังคาหากไม่ได้ใช้งาน
-
หลีกเลี่ยงการเร่งแซงรุนแรงบ่อยครั้ง
-
บำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียพลังงาน
สรุป: ประหยัดน้ำมันไม่ใช่ขับช้า แต่ต้อง “ขับนิ่ง”
ความเร็วประมาณ 70–90 กม./ชม. คือช่วงที่รถยนต์ส่วนใหญ่ประหยัดน้ำมันที่สุด แต่สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือ การรักษาความเร็วให้คงที่ ขับแบบเท้าเบา และดูแลสภาพรถให้พร้อมเสมอ
ขับรถให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย พร้อมเงินเหลือในกระเป๋า แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มจริงๆ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



