เช็ก 5 สัญญาณ ฟิล์มรถยนต์เสื่อม หมดอายุ ดูยังไง? ต้องเปลี่ยนทันที-อย่าฝืนใช้!

เช็ก 5 สัญญาณ ฟิล์มรถยนต์เสื่อม หมดอายุ ดูยังไง? ต้องเปลี่ยนทันที-อย่าฝืนใช้!

เช็ก 5 สัญญาณ ฟิล์มรถยนต์เสื่อม หมดอายุ ดูยังไง? ต้องเปลี่ยนทันที-อย่าฝืนใช้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน "ฟิล์มรถยนต์เสื่อมสภาพ" รู้ก่อนเปลี่ยนทัน ทัศนวิสัยชัดเจน

ฟิล์มรถยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือความเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน "เกราะป้องกัน" ที่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ป้องกันรังสียูวีที่ทำร้ายผิวหนังและดวงตา รวมถึงถนอมอุปกรณ์ภายในรถไม่ให้กรอบแตกก่อนเวลาอันควร อย่างไรก็ตาม ฟิล์มรถยนต์มีอายุการใช้งานจำกัด การฝืนใช้ฟิล์มที่เสื่อมสภาพนอกจากจะทำให้รถร้อนแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย

5 สัญญาณ "ฟิล์มรถเสื่อม" หมดอายุ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนฟิล์มใหม่!

โดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ความคงทนของฟิล์มแต่ละคันอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น วัสดุของฟิล์ม หรือสภาพการใช้งาน แต่หากคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ที่ฟิล์มรอบรถของคุณแล้ว แนะนำให้เตรียมวางแผนเปลี่ยนฟิล์มได้เลยครับ

1. สีฟิล์มเริ่มเพี้ยน ซีดจาง หรือกลายเป็นสีม่วง

หากสังเกตว่าฟิล์มที่เคยดำเข้มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง น้ำเงิน หรือซีดลงจนเกือบใส นั่นคือสัญญาณว่าสารกรองรังสียูวีและสารกันความร้อนในเนื้อฟิล์มเสื่อมสภาพลงแล้ว ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวหนังและอุปกรณ์ภายในรถจะลดลงอย่างมาก

2. ทัศนวิสัยมัว เบลอ หรือมองเห็นภาพซ้อน

ฟิล์มที่หมดอายุจะทำให้การมองเห็นผ่านกระจกไม่คมชัดเหมือนเดิม อาจดูมัวๆ เหมือนมีฝ้า หรือเห็นภาพซ้อนกัน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือขณะฝนตกที่ต้องการความชัดเจนของสายตาเป็นพิเศษ

3. เกิดฟองอากาศ ตุ่มพอง หรือรอยยับย่น

อาการนี้เกิดจากกาวที่ยึดติดฟิล์มกับกระจกเริ่มเสื่อมสภาพจนลอกร่อน หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยเฉพาะกระจกบานหลังที่มี "เส้นไล่ฝ้า" จะทำให้ลอกฟิล์มออกยากและเสี่ยงต่อการทำให้เส้นไล่ฝ้าขาดเสียหายจนใช้งานไม่ได้

4. มีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นสารเคมีภายในรถ

หากในห้องโดยสารมีกลิ่นเหม็นไหม้หรือกลิ่นฉุนคล้ายสารเคมี (ที่ไม่ใช่กลิ่นอับจากเบาะหรือแอร์) อาจเกิดจากกาวของฟิล์มละลายเนื่องจากความร้อนสะสมสะสมเป็นเวลานาน ซึ่งกลิ่นเหล่านี้หากสูดดมเข้าไปบ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

5. อุณหภูมิในรถร้อนผิดปกติ แม้จะเร่งแอร์สุด

หากคุณรู้สึกว่าแอร์ในรถไม่เย็นเท่าที่ควร หรือรู้สึกแสบผิวขณะขับขี่ทั้งที่เปิดแอร์แรงปกติ รวมถึงเมื่อสัมผัสกระจกด้านในแล้วรู้สึกร้อนจัด นั่นคือตัวบ่งชี้ชัดเจนว่าฟิล์มกรองแสงไม่สามารถป้องกันรังสีความร้อนจากภายนอกได้อีกต่อไป

 

เคล็ดลับดูแลฟิล์มให้ "สวยทน" ตลอดอายุการใช้งาน

  1. เลี่ยงการจอดรถกลางแดดจัด: หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้ง ควรใช้ม่านบังแดดช่วยสะท้อนความร้อนเพื่อลดภาระของฟิล์ม
  2. ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: หลีกเลี่ยงน้ำยาเช็ดกระจกที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือสารกัดกร่อน แนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำสะอาดเช็ดเบาๆ ก็เพียงพอ
  3. ระวังรอยขีดข่วน: ระมัดระวังของมีคม หรือเล็บของสัตว์เลี้ยงที่อาจขูดขีดเนื้อฟิล์มจนเสียหาย
  4. เลือกฟิล์มคุณภาพสูงตั้งแต่แรก: การลงทุนกับฟิล์มแบรนด์มาตรฐานที่มีการรับประกันชัดเจน แม้ราคาจะสูงกว่าแต่คุ้มค่ากว่าในระยะยาวทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความทนทาน

การหมั่นสังเกตสัญญาณเสื่อมสภาพของฟิล์ม ไม่เพียงช่วยให้รถกลับมาเย็นสบาย แต่ยังเป็นการปกป้องสุขภาพสายตาและผิวหนังในระยะยาว การเลือกใช้ฟิล์มคุณภาพสูงจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ร่วมกับการจอดรถในร่มและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัยและสะดวกสบายอย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. SPMS-EST
  2. tipauto
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล