ปิดประตูแรงๆ ทำรถพังได้จริงไหม? รู้ก่อนปิดประตูแบบเดิมๆ

หลายคนที่รักรถก็คงบอกว่า อย่าปิดประตูรถแรงๆ เวลาที่คุณมาใช้รถ จนขณะที่แท็กซี่บางคนปิดป้ายว่า ปิดประตูเบาๆ แต่บางครั้ง คนอื่นที่มาใช้รถเราก็ทำสิ่งที่ตรงข้ามอย่างเช่น ลงจากรถแล้ว ฟาดประตูใส่ดัง "ปัง!!" จนรถสั่นไปทั้งคัน ครั้นจะหันไปดุก็เกรงใจ แต่ในใจนี่น้ำตาตกในไปแล้ว
คำถามคือ "มันพังจริงไหม?" หรือเราแค่หวงรถเกินเหตุ? วันนี้ Sanook Auto ไปหาคำตอบว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้ทำประตูพังจากส่วนไหนบ้าง
1. ยางขอบประตู "กลับบ้านเก่า" ก่อนวัยอันควร
ด่านแรกที่รับแรงกระแทกเต็มๆ คือ "ยางขอบประตู" เพราะแรงอัดซ้ำๆ จะทำให้ยางแบนแต๊ดแต๋ เสียรูป หรือฉีกขาดเร็วกว่าปกติ แม้ตอนแรกๆ อาจไม่รู้สึก แต่พอนานไป "เสียงลมจะเข้าห้องโดยสาร" ดังวู้ๆ เวลาขับเร็ว หรือร้ายแรงสุดคือ "น้ำรั่ว" เข้ามาในรถเวลาฝนตกหนัก เพราะยางซีลไม่สนิทแล้วครับ
2. กลอนประตูพัง & บานพับตก
โครงสร้างประตูรถไม่ได้ออกแบบมาให้รับแรงกระแทกเหมือนประตูตู้เซฟ เพราะการปิดแรงๆ จะให้กลอนประตูได้รับแรงกระแทกจะทำให้เขี้ยวล็อกภายในสึกหรอหรือคดงอได้ ผลคือต่อไปประตูจะ "ปิดยาก" (ต้องกระแทกแรงขึ้นถึงจะล็อก) หรือล็อกไม่อยู่ บานพับการเหวี่ยงแรงๆ บ่อยๆ ทำให้บานพับรับน้ำหนักเกิน จนเกิดอาการ "ประตูตก" ทำให้คุณปิดแล้วไม่ตรงล็อก ต้องยกประตูนิดนึงถึงจะปิดได้
3. กระจกรางเลื่อน & มอเตอร์
ในแผงประตูไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มีกลไก "รางกระจกไฟฟ้า" ซ่อนอยู่ผลเสียคือ แรงสั่นสะเทือนจะไปคลายจุดยึดต่างๆ ให้หลวม โดยเฉพาะรถแบบ Framelessกระจกอาจจะตกร่อง หรือเฟืองมอเตอร์รูดได้ง่ายๆ พลาสติกและกิ๊บล็อกแผงประตูอาจหักหรือหลวม ทำให้เวลาขับรถตกหลุม จะมีเสียงกุกกักน่ารำคาญที่หาต้นตอไม่เจอ ซึ่งแก้โคตรยาก!
4. ระบบเซนเซอร์ & ลำโพง
รถยุคนี้มีทั้งเซนเซอร์ถุงลมนิรภัย และลำโพงเครื่องเสียงติดตั้งอยู่ที่ประตู แรงกระแทกอาจทำให้ขั้วสายไฟหลวม ส่งผลให้ลำโพงติดๆ ดับๆ หรือระบบไฟรวนได้ในระยะยาว
เรียกว่าการปิดประตูรถแรงๆ นั้น ทำให้รถ "พังจริงได้!" ไม่ได้คิดไปเอง การปิดประตูแรงๆ คือการทำลายรถทางอ้อมที่เห็นผลในระยะยาว ดังนั้น ถ้าเจอใครปิดประตูแรงๆ แชร์บทความนี้ไปให้เขาอ่านด่วนๆ เลยก่อนที่จะเกิดปัญหา บอกเขาว่า "ปิดเบาๆ ประตูก็ล็อกได้... รถไม่ได้พัง แต่ตังค์ค่าซ่อมมันแพง!"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




