5 กฏจราจรที่มอไซค์ที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำกันอยู่

5 กฏจราจรที่มอไซค์ที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำกันอยู่

5 กฏจราจรที่มอไซค์ที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำกันอยู่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ก่อนที่ตื่นตัวเรื่องตำรวจเตือนว่าคุณทำอะไรผิด เพราะช่วงนี้ได้มีกฏว่า เตือนแค่ครั้งเดียว เจอครั้งต่อไปคือ ใบสั่งได้แน่นอน ทำให้หลายคนกลัวว่า ฉันผิดอะไร? ซึ่งวันนี้ Sanook Auto ได้รวมกฏจราจรที่พี่ตำรวจโบกให้ชาวมอไซค์หยุดประจำ เตือนแล้วเตือนอยู่จนไม่ไหว มาเริ่มกันเลย

5 กฏจราจรที่ชาวมอไซค์ยังฝืนทำ

ไม่สวมหมวกกันน็อก

ความผิดอันดับหนึ่งตลอดกาล ไม่ว่าจะรณรงค์กันแค่ไหน เราก็ยังเห็นคนขี่มอเตอร์ไซค์หัวเปล่าปลิวไสวอยู่เต็มถนน เพราะร้อยละ 90 มาพร้อมข้ออ้างอมตะว่า "ไปใกล้แค่นี้เอง", "ไม่ได้ขับเร็ว" หรือ "กลัวผมเสียทรง"

แต่ถ้าความจริงหากเกิด อุบัติเหตุไม่เคยเลือกสถานที่ หัวฟาดพื้นทีเดียวที่ความเร็วแค่ 30 กม./ชม. ก็เพียงพอที่จะทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้แล้ว กฎหมายระบุชัดเจนว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย "ต้อง" สวมหมวกนิรภัย เลิกเถอะครับข้ออ้างว่าใกล้แค่นี้ เพราะปากซอยก็ตายได้ แถมยังมีค่าปรับด้วยนะ

pkdnlhjk0mf5ud22hko-o 

พับแผ่นป้ายทะเบียน

เทรนด์แต่งรถซิ่งที่ฮิตในหมู่วัยรุ่น คือการทำให้ป้ายทะเบียนมองเห็นยากที่สุด ไม่ว่าจะพับแหงนขึ้นฟ้า หรือย้ายเข้าไปติดลึกๆ ใต้ซุ้มล้อ โดยมักจะอ้างว่าเพื่อความสวยงาม ให้ท้ายรถดูโล่งเหมือนรถแข่ง แต่ลึกๆ แล้วคือเจตนา "หลบเลี่ยง" การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หรือกล้องตรวจจับความเร็ว

ซึ่งเรื่องจริงแล้วจะมีความผิด พ.ร.บ.รถยนต์ เต็มๆ ฐานปิดบังหรือดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียน โทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท แถมรถสภาพนี้คือเป้าหมายแรกที่ตำรวจจะเรียกตรวจ เพราะส่อเจตนาว่าอาจนำไปใช้ก่อเหตุ หรือเตรียมหนีความผิดครับ

ฝ่าไฟแดง

ทุกครั้งที่ขับผ่านแยกวัดใจมีอยู่ทั่วทุกมุมเมือง และมอเตอร์ไซค์มักจะเป็นกลุ่มแรกที่พุ่งออกไปก่อนไฟเขียว หรือบิดฝ่าไฟเหลือง-แดงในช่วงวินาทีสุดท้าย เพราะจริงๆ แล้วความรีบเร่ง ไม่อยากจอดตากแดดร้อนๆ หรือเห็นว่าถนนอีกฝั่งโล่งเลยชิง "ลักไก่"

แต่จริงๆ แล้วสี่แยกคือจุดที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่สุด การฝ่าไฟแดงคือการเอาตัวไปรับรถทางตรงที่มาด้วยความเร็ว การชนกลางลำ (T-Bone) มักส่งผลให้คนขี่มอเตอร์ไซค์บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตคาที่ ปัจจุบันมีกล้องตรวจจับฝ่าไฟแดงเยอะขึ้น โดนปรับหนักและ "ตัดคะแนนใบขับขี่" ด้วยนะ

ขับย้อนศร

หลายคนก็มีแต่ความมักง่ายที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่งบนถนนไทย คือการขับรถสวนเลน หรือ "ย้อนศร" เพียงเพราะไม่อยากไปกลับรถไกลๆ โดยมักจะอ้างว่า "จุดกลับรถมันไกล", "ย้อนไปนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก" นี่คือความคิดที่เข้าข้างตัวเองสุดๆ โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมทาง

ซึ่งเมื่อเจอขับย้อนศรจะทำให้คนขับรถทางปกติจะไม่ได้ระวังรถที่สวนมาในทิศทางที่ไม่ควรมี การย้อนศรจึงเสี่ยงต่อการประสานงาอย่างจัง และเมื่อเกิดเหตุ คนย้อนศรคือ "ฝ่ายผิดเต็มประตู" ประกันอาจปฏิเสธความคุ้มครอง เป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอย่างแท้จริง

ท่อดังลั่นทุ่ง

สุดท้ายก็เป็นที่มาของชาวแว๊น เพราะรถที่ขับมักจะไปแต่งให้เสียงท่อไอเสียที่ดังสนั่นหวั่นไหว บิดทีสะดุ้งกันทั้งซอย ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่แก้ไม่หาย โดยมีความเชื่อผิดๆ ว่า "ท่อดัง = รถแรง" หรือบางคนอ้างว่าทำท่อดังเพื่อให้รถคันอื่นได้ยินแต่ส่วนใหญ่ทำเพราะความสะใจล้วนๆ

แต่รู้หรือไม่ว่า สำหรับรถใช้งานทั่วไป หรือคนที่เป็นชาวบ้านที่อยู่จรงนั้นเมื่อเจอรถเปลี่ยนท่อให้ดังขึ้นแทบไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงม้าถ้าไม่ได้จูนเครื่องใหม่ แต่สิ่งที่เพิ่มแน่ๆ คือ "ความรำคาญ" แก่ชาวบ้าน มันคือมลพิษทางเสียงที่ผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูง และเสี่ยงโดนอายัดรถไปตรวจสอบด้วย และปรับแถมยึดรถถ้าไม่แก้ไขนะ

เรียกว่าถ้าไม่อยากให้ตำรวจเรียกจอดให้เสียเวลา โดนปรับ หรือยึดรถ ควรจะเลิกพฤติกรรมเสี่ยงทั้ง 5 ข้อนี้ ไม่ใช่เพื่อใครหรอกครับ แต่เพื่อ "ความปลอดภัยของตัวคุณเอง" และเพื่อการอยู่ร่วมกันบนท้องถนนอย่างมีความสุข

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล