ทำไม "ห้ามเปลี่ยนเลนในทางโค้ง" เด็ดขาด? เรื่องง่ายๆ ที่คนขับรถต้องรู้

หากคุณอยู่ต่างจังหวัดจะมีคำว่า เข้าโค้งแล้วอยาเปลี่ยนเลน จนหลายคนลองทำแล้วก็มักจะจบไม่สวยเป็นนักต่อนัดแล้ว วันนี้ Sanook Auto จะมาเผยสาเหตุว่าทำไม เราไม่ควรเปลี่ยนเลนขณะเข้าโค้ง เพราะอะไรมาดูกัน
4 เหตุผลที่ห้ามเปลี่ยนเลนที่ทางโค้ง
ขีดจำกัดของ "แรงยึดเกาะ"
เรื่องแรกดูวิชาการแต่ขออธิบายง่ายๆ คือ ยางรถยนต์มี "โควตาแรงยึดเกาะ" จำกัดครับ เวลาเราเข้าโค้ง ยางต้องใช้โควตานั้นไปกับการต้าน "แรงเหวี่ยงหนีศูนย์" (Centrifugal Force) เพื่อให้รถเกาะถนนอยู่แล้วเกือบ 100% ถ้าคุณเปลี่ยนเลน คุณต้องหักพวงมาลัยเพิ่ม ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มแรงเหวี่ยงเข้าไปอีก ยางที่รับภาระหนักอยู่แล้วจะรับไม่ไหว จนเกิดอาการ "Oversteer" (ท้ายปัด) หรือ "Understeer" (หน้าดื้อ) จนรถหลุดโค้งทันที
จุดบอดของ "กระจกมองข้าง"
กระจกมองข้างรถยนต์ถูกออกแบบมาให้มองเห็นชัดที่สุดใน "ทางตรง" หากคุณเข้าโค้ง ตัวรถจะทำมุมเอียงกับถนน ทำให้องศาการมองเห็นในกระจกเปลี่ยนไป รถที่ขับตามมาในเลนข้างๆ อาจจะหายเข้าไปใน "จุดบอด" (Blind Spot) โดยที่คุณมองไม่เห็นเลย การหักเปลี่ยนเลนตอนนั้นจึงเสี่ยงต่อการเบียดกันสูงมาก

สมดุลรถเสีย
ขณะเข้าโค้ง น้ำหนักของรถจะถูกถ่ายเทไปกดที่ล้อฝั่งด้านนอกโค้ง (เช่น เลี้ยวซ้าย น้ำหนักจะเทไปล้อขวา) ช่วงล่างฝั่งนั้นจะยุบตัวลงเพื่อประคองรถ ดังนั้นการเปลี่ยนเลนกระทันหันจะทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักย้อนกลับ (Weight Transfer) อย่างรวดเร็ว รถจะเสียอาการโคลงเคลง และถ้าโช้คอัพเอาไม่อยู่ รถจะหมุนเคว้งคว้างกลางถนนทันที
ผิดกฎหมายเต็มๆ
สังเกตไหมครับว่า ในทางโค้งเกือบ 100% บนถนนหลวง จะตีเส้นแบ่งเลนเป็น "เส้นทึบ" เสมอ ซึ่งกฏหมายระบุชัดเจนว่า ห้ามเปลี่ยนช่องทางเดินรถในเส้นทึบ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมายจราจร และถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณจะเป็นฝ่าย "ผิดเต็มประตู" ประกันภัยอาจปวดหัวในการเคลมได้เลย
ดังนั้นแล้วสิ่งที่ต้องระวังและท่องไว้เลยคือทางโค้งคือจุดวัดใจที่รถเสียสมดุลมากที่สุดอยู่แล้วครับ อย่าเพิ่มความเสี่ยงด้วยการเปลี่ยนเลนเลย "ยอมช้าหน่อย แต่ถึงบ้านปลอดภัย" ดีกว่าไปโชว์ดริฟต์ลงข้างทางนะครับ!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



